เชื้อทุจริต
บทบรรณาธิการ ข่าวสด
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่ผ่านมา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความไม่พอใจต่อการรายงานสถานการณ์ภัยแล้ง ที่กระทรวงมหาดไทยเสนอเข้าครม.เป็นวาระเพื่อทราบ โดยเฉพาะการรายงานว่ามีจังหวัดที่ประสบภัยแล้งแล้วถึง 50 จังหวัด และกำลังจะเพิ่มเป็น 60 จังหวัดและระบุด้วยว่าเมื่ออยากได้งบภัยแล้ง เวลาที่เกิดภัยแล้งเจ้าหน้าที่หรือผู้รับผิดชอบก็ไม่ได้ไปดูสมมติในหมู่บ้านหนึ่งประสบความแห้งแล้ง แต่ไม่ได้แล้งทั้งหมู่บ้าน ก็ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งทั้งตำบล ทั้งอำเภอ และทั้งจังหวัด เพื่อจะให้ได้งบประมาณเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นทุกจังหวัดที่ออกประกาศอย่างนี้ กระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีต้องไปดู
นายกรัฐมนตรียังระบุอีกด้วยว่า กรณีการของบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ก็เหมือนกับปัญหาในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ซึ่งที่จริงๆ แล้วสามารถป้องกันได้ แต่บางส่วนไม่ดำเนินการป้องกัน ปล่อยให้น้ำท่วม
ย้อนรอยคดีพี่น้อง "ลาภวิสุทธิสิน"
ย้อนรอยคดีพี่น้อง "ลาภวิสุทธิสิน" 8 ปีที่ผ่านมา ใกล้หมดเวลาปิคนิค
ชื่อ ของ บมจ.ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น หรือ PICNI นั้นถือได้ว่าเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ทั้งในแง่ของสินค้าก๊าซหุงต้มซึ่งมีชื่อเสียงอย่างมากยุคสมัยหนึ่ง รวมถึงในแง่ของการลงทุน ซึ่งล่าสุดก็เป็นข่าวโด่งดังอีกครั้ง เมื่อ นายธีรัชชานนท์และนางสาวสุภาพร ลาภวิสุทธิสิน น้อง ชายและน้องสาว สุริยา ลาภวิสุทธิสิน นายทุนใหญ่กลุ่มวังน้ำยม ถูกศาลพิพากษาสั่งจำคุกคนละ 12 ปี รวมถึงยังมี ผู้เกี่ยวข้องรายอื่นซึ่งติดร่างแหทั้งโทษจำคุก และบริษัทที่ร่วมก่อการก็มีโทษปรับด้วยนั้น เรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร "ประชาชาติธุรกิจ" จึงได้ย้อนรอยตามคดีนี้ไป โดยนับจากจุดเริ่มต้นเมื่อ 8 ปีก่อน
เมื่อสืบค้นจากข้อมูลจะพบได้ว่า มหากาพย์เรื่องนี้ได้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบนับตั้งแต่ปี 2548 เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เห็นความผิดปกติในการทำธุรกิจของ PICNI จึงได้สั่งให้แก้งบการเงินประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2547
ทั้ง นี้ เพราะ PICNI ได้เปลี่ยนวิธีการใช้ถังก๊าซกับโรงบรรจุก๊าซ 10 ราย จากเดิมที่จ่ายเพียงค่ามัดจำถัง มาเป็นให้ทำสัญญาเช่าถัง 3 ปี โดยจ่ายค่าเช่ารายปี ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของสัญญาดังกล่าวทำให้โรงบรรจุก๊าซต้องบันทึกค่าเช่าเป็น ค่าใช้จ่าย ขณะที่ PICNI สามารถบันทึกค่าเช่าเป็นรายได้ในจำนวน 178 ล้านบาทในปี 2547
มาเยี่ยมมาเยือน
เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555 คณะของนายเซียะ ลี้กง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน ได้เดินทางมาแลกเปลี่ยนความรู้ในการทำงานกับเยาวชนและการจัดทำหลักสูตร “โตไปไม่โกง” และเยี่ยมเยียนองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย
โดย ดร.กนกกาญจน์ อนุแก่นทราย ผู้ช่วยเลขาธิการองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย และคณะให้การต้อนรับ
ตระกูล ‘ชินวัตร’ ไม่ต้องเสียภาษี!
สรรพากรจัดให้ตระกูล ‘ชินวัตร’ ไม่ต้องเสียภาษี!"อธิบดีสรรพากร" จัดเต็มเพื่อ "ชินวัตร" ปล่อยผีภาษีโอนหุ้นชินคอร์ป 1.2 หมื่นล้านบาท ไปน้ำขุ่นๆ บอก "โอ๊ค-เอม" ไม่ใช่เจ้าของธุรกรรมจึงโมฆะ ส่วน "แม้ว" ขายในตลาดหลักทรัพย์ก็ไม่เสียภาษี! ลั่นคดีโคตรนายใหญ่จบแล้ว
หลังจากกระทรวงการคลังได้ยืนยันไม่อุทธรณ์การเก็บภาษีโอนหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป มูลค่า 12,000 ล้านบาท ของนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนสิงหาคม 2553 โดยอ้างว่าไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นตัวจริงและได้คืนเงินแล้วนั้น
ล่าสุด นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร ระบุว่า คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรของกระทรวงการคลังเห็นชอบตามที่กรมสรรพากรดำเนิน การที่ไม่เก็บภาษีหุ้นจาก พ.ต.ท.ทักษิณ 1.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากศาลได้ตัดสินชัดเจนว่าอดีตนายกฯ เป็นเจ้าของหุ้นชินคอร์ปที่แท้จริง ไม่ใช่นายพานทองแท้และ น.ส.พินทองทา ส่งผลให้ธุรกรรมที่นายพานทองแท้และ น.ส.พินทองทา ที่เกิดจากการซื้อหุ้นชินคอร์ป จากบริษัทแอมเพิลริชนอกตลอดหลักทรัพย์ในราคาถูกกว่าราคาตลาด ซึ่งต้องเสียภาษี1.2 หมื่นล้านบาท กลายเป็นโมฆะไม่มีธุรกรรมเกิดขึ้นจริง
นายสาธิตกล่าวต่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเจ้าของหุ้นชินคอร์ปตั้งแต่ต้นมาโดยตลอด เมื่อสุดท้ายอดีตนายกฯ ขายหุ้นทั้งหมดให้กองทุนเทมาเส็กในตลาดหลักทรัพย์ ก็ไม่มีภาระภาษี เพราะการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้รับการยกเว้นภาษีอยู่ แล้ว
"ปัญหาการเก็บภาษีหุ้นจากคนในตระกูลชินวัตรจบหมดแล้ว ไม่มีเรื่องที่ค้างอยู่ในกรมสรรพากรอีกต่อไป" นายสาธิต กล่าว


