|
สินบนข้ามชาติ ความโลภไม่จำกัด เมินธรรมาภิบาล โดย : ประชุม ประทีป กรุงเทพธุรกิจ 19 สิงหาคม 2553 คดีสินบนข้ามชาติ ททท. สินบนโรงงานยาสูบ สินบนอุโมงค์ระบายน้ำกทม.และอีกหลายคดีที่ไม่แน่ว่าจะเอาตัวคนผิดมาลงโทษได้ ขณะที่หลายประเทศฟันคนผิดได้ ในเดือนสิงหาคมนี้ มีคดีสินบนข้ามชาติที่เกี่ยวกับประเทศไทย 2 คดี 1.คดีสินบน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กับ 2.คดีสินบนโรงงานยาสูบไทย ก่อนหน้านี้ก็มีหลายคดีที่เกี่ยวกับไทย และคดีสินบนระดับโลกที่น่าสนใจ ซึ่งชะตากรรมของผู้ต้องหาหรือจำเลยแตกต่างกันออกไปตามกฎหมายและการบังคับใช้ของแต่ละประเทศ ศาลลอสแองเจลิส จำคุก 6 เดือนผัวเมีย"กรีน" วันที่ 12 สิงหาคม 2553 ศาลแขวงนครแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ตัดสินจำคุก นายเจอรัลด์ กรีน วัย 78 ปี นางแพริเซีย กรีน วัย 55 ปี สามีภรรยาผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ เป็นเวลา 6 เดือน ต่อด้วยกักบริเวณในบ้านอีก 6 เดือน และจ่ายค่าเสียหาย 250,000 ดอลลาร์(ประมาณ 8,250,000 บาท) โทษฐานติดสินบนผู้บริหาร ททท. ผู้พิพากษาให้เหตุผลสั่งจำคุกเล็กน้อยว่า เพราะนายกรีนมีปัญหาสุขภาพเป็นโรคถุงลมโป่งพอง เรื่องนี้เริ่มแดงในปี 2552 อัยการสืบรู้และตั้งข้อกล่าวหาในเดือนกันยายน ฐานสมรู้ร่วมคิดและฟอกเงิน โดยตั้งบริษัทบังหน้าโอนเงินเข้าบัญชีลูกสาวของนางจุฑามาศ ศิริวรรณ ผู้ว่าการ ททท.(ขณะนั้น) กับเพื่อนลูกสาว 1.8 ล้านดอลลาร์(ราว 58 ล้านบาท) เพื่อได้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ และข้อตกลงอื่น ๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวช่วงพ.ศ.2545-2550 ซึ่งทำให้มีรายได้กว่า 13 ล้านดอลลาร์ |
|
Read more...
|
|
|
โพลล์ชี้คอร์รัปชัน-อุปถัมภ์ถ่วง |
|
โพลล์ชี้คอร์รัปชัน-อุปถัมภ์ถ่วงธุรกิจไทย โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 2 กรกฎาคม 2553 ผู้บริหาร 80% ระบุธุรกิจไทยมีปัญหา คอร์รัปชันสูง-ระบบอุปถัมภ์เป็นตัวถ่วง ส่วน 90% มองว่าภาคธุรกิจไม่ได้ทำเพื่อสังคมอย่างแท้จริง บริษัท มาร์เก็ตไว้ส์ จำกัด ผู้วิจัยการตลาดร่วมกับสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการศึกษาเกี่ยวความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการ และการเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในประเทศไทย ซึ่งทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ในโครงการ Thailand Corporate Excellence Program 2009 พบข้อมูลน่าสนใจว่า ทิศทางธุรกิจไทยยังเป็นบวกแม้เผชิญมรสุมการเมือง แต่ปัญหาที่พบมากและเป็นอุปสรรค คือ การคอร์รัปชันและระบบอุปถัมภ์ ที่ยังเป็นตัวถ่วงการพัฒนา รศ.ดร.อดิทธิ์ เชี่ยวสกุล ประธานกรรมการโครงการ EQUIS Accreditation สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า "โครงการ Thailand Corporate Excellence Survey 2009" ได้สำรวจความคิดเห็นระหว่างวันที่ 10 พ.ค.-21 มิ.ย. 2553 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมือง ซึ่งยังคงได้รับความร่วมมือจากผู้บริหาร ตอบกลับความคิดเห็นถึง 378 ราย โดยการสำรวจนี้ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยการจัดส่งแบบสำรวจความคิดเห็น ให้แก่ผู้บริหารระดับสูง ทั้งประธาน รองประธาน กรรมการผู้จัดการ กรรมการขององค์กรชั้นนำต่างๆ 1,000 รายในไทย และปีนี้ ได้ขยายการสำรวจไปยังกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการธุรกิจ อาจารย์มหาวิทยาลัย ผู้บริหารสมาคมและองค์กรเกี่ยวกับการบริหารจัดการธุรกิจด้วย ผลสำรวจพบว่าประมาณ 70% ของผู้บริหารชั้นนำ มองว่าแนวโน้มธุรกิจปีหน้าจะเป็นไปในทางบวก แม้ประสบภาวะวิกฤติในประเทศเมื่อไตรมาสสอง โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นมาก จากผลการสำรวจในช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 13% นอกจากนี้ ผู้บริหารยังคาดการณ์ว่า แนวโน้มธุรกิจโดยรวมของประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจในภาคการเกษตร อุตสาหกรรมทั้งหนัก-เบา จะดีขึ้นในปี 2554 แม้ธุรกิจในประเทศไทย ถูกมองว่ากำลังอยู่ในระยะฟื้นตัว แต่ก็ยังมีข้อกังวลในระยะยาว สะท้อนจากมุมมองผู้บริหารเกี่ยวกับการคอร์รัปชัน โดยมีผู้บริหารถึง 80% เชื่อว่าธุรกิจในประเทศไทย ไม่ได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา มีการคอร์รัปชันในระดับค่อนข้างสูง รวมถึงระบบอุปถัมภ์ที่เป็นอุปสรรคในการก้าวหน้าของธุรกิจ นอกจากนี้ ผู้บริหารเกือบ 90% เห็นว่าความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจในประเทศไทย ยังคงเป็นเพื่อการประชาสัมพันธ์มากกว่าการดำเนินการเพื่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมโดยแท้จริง ไทยกำลังเสียโอกาสแข่งขัน |
|
Read more...
|
|
|
คบเด็กสร้างชาติ โตไปไม่โกง |
|
กทม. จับมือ นิด้า และองค์กรเพื่อความโปร่งใส ผลิตหลักสูตรคบเด็กสร้างชาติ “โตไปไม่โกง” สอนอนุบาล-ป.3 ปลูกฝังเด็กไทยต้านคอร์รัปชั่น ดูภาพกิจกรรม กรุงเทพมหานคร จับมือ ศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม นิด้า และองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย เดินหน้าจัดทำหลักสูตรคบเด็กสร้างชาติ “โตไปไม่โกง” เพื่อใช้สอนนักเรียนระดับอนุบาล – ป.3 ในสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยนำร่องสอนในปีนี้ 280 โรงเรียน เริ่มเดือนสิงหาคมนี้ หวังสร้างภูมิคุ้มกันและปลูกจิตสำนึกให้เด็กไทยเติบโตขึ้นโดยยึดมั่นความซื่อสัตย์และต่อต้านการคอร์รัปชั่น พร้อมเปิดตัวเว็บไซต์ให้เป็นพื้นที่เผยแพร่เนื้อหา หลักสูตร กิจกรรม และพูดคุยที่ www.growinggood.org นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันทุกภาคส่วนในสังคมมีความเห็นตรงกันว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาร้ายแรงของไทยที่สะสมมานานและก่อให้เกิดผลเสียหายและนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นความยากจน การด้อยพัฒนา การซื้อสิทธิขายเสียง ยาเสพติด และการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งการปลูกฝังคุณค่า การสร้างจิตสำนึกให้รู้ผิดชอบชั่วดี ลดละความเห็นแก่ตัว และยกระดับความเป็นคนดีของสังคม จะเป็นเกราะป้องกันคอร์รัปชั่นที่ดีที่สุด และควรปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยเหตุนี้ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีบทบาทในการรับผิดชอบการศึกษาและปลูกฝังเด็กให้เป็นคนดี จึงได้ร่วมกับศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย จัดทำหลักสูตรคบเด็กสร้างชาติ “โตไปไม่โกง” ขึ้น เพื่อใช้สอนนักเรียนระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายเพื่อปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกที่ดีงามในการยึดมั่นความซื่อสัตย์และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยในปีนี้จะนำร่องสอนในโรงเรียนจำนวน 280 โรงเรียน หลังจากนั้นจะขยายการสอนให้ครบ 431 โรงเรียน “ขณะนี้ เนื้อหาของโตไปไม่โกง รวมทั้งการจัดทำสื่อการเรียนการสอนและคู่มือครูได้จัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว การดำเนินการในขั้นต่อไปจะอบรมครูผู้สอนก่อนที่จะนำไปสอนต่อให้กับนักเรียน โดยจะเริ่มอบรมครูจำนวน 10 รุ่น เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้ หลังจากนั้นจะเริ่มสอนนักเรียนตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป โดยจะสอนเฉลี่ย 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ พร้อมกันนี้ ยังได้จัดทำเว็บไซต์ให้เป็นพื้นที่เผยแพร่เนื้อหา หลักสูตร กิจกรรม และพูดคุยของครู ผู้ปกครอง นักเรียน และผู้สนใจทั่วไปที่ www.growinggood.org” นางทยา กล่าว รศ.ดร.จุรี วิจิตรวาทการ ประธานศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวถึงเนื้อหาของหลักสูตรคบเด็กสร้างชาติ “โตไปไม่โกง” ว่าจะมุ่งเน้นการสอนให้เด็กยึดมั่นในค่านิยม 5 ประการ เพื่อต่อสู้กับคอร์รัปชั่น ซึ่งได้แก่ 1) ความซื่อสัตย์สุจริต คือ การยึดมั่นในความสัตย์จริงและสิ่งที่ถูกต้องดีงาม มีความซื่อตรงและมีเจตนาที่บริสุทธิ์ ปฏิบัติต่อตนเองและผู้อื่นโดยชอบ ไม่คดโกง 2) การมีจิตสาธารณะ คือ การมีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม ตระหนักรู้และคำนึงถึงสังคมส่วนรวม มีความรับผิดชอบต่อตัวเองในการกระทำใดๆ เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียหายต่อส่วนรวม และพร้อมที่จะเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม 3) ความเป็นธรรมทางสังคม คือ การปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันอย่างมีเหตุผล โดยไม่เลือกปฏิบัติต่อเพศ เชื้อชาติ ชนชั้น สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม 4) กระทำอย่างรับผิดชอบ คือ การมีจิตสำนึกในบทบาทและหน้าที่ของตัวเองและปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด เคารพกฎเกณฑ์กติกา พร้อมให้ตรวจสอบการกระทำได้เสมอ หากมีการกระทำผิดก็พร้อมที่จะยอมรับและแก้ไข 5) เป็นอยู่อย่างพอเพียง คือ การดำเนินชีวิตโดยยึดหลักความพอประมาณ ซื่อตรง ไม่ละโมบโลภมาก รู้จักยับยั้งชั่งใจ และไม่เอาเปรียบหรือเบียดเบียนตัวเองและผู้อื่น “ลักษณะกิจกรรมของโตไปไม่โกง จะเน้นความสนุกสนานและสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นให้เด็กคิดอย่างมีเหตุผล สร้างความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และภูมิใจในการทำความดี สำหรับกิจกรรมตัวอย่าง เช่น ชั่วโมงแห่งการขอโทษ กิจกรรมส่วนตัว-ส่วนรวม การเล่านิทานที่เด็กๆ เป็นผู้เสียสละเพื่อส่วนรวม นิทานโทษแห่งการโกหก กิจกรรมตามหาสมบัติสาธารณะ เป็นต้น โดยหลังจากการเรียนการสอนผ่านไปจะมีการประเมินผล และในอนาคตทางกรุงเทพมหานคร จะขยายการเรียนการสอนไปสู่เด็กนักเรียนชั้นมัธยมต่อไป” รศ.ดร.จุรี กล่าว |
|
|
|
<< Start < Prev 1 2 3 4 5 6 7 8 Next > End >>
|
| Results 1 - 4 of 29 |