ปฏิรูปตำรวจ : แตะที่ไหนเน่าที่นั่น

29 มิถุนายน 2559


 

โดย วสิษฐ เดชกุญชร

            เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2559 นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ลงชื่อในคำสั่งให้ข้าราชการพลเรือนและตำรวจจำนวน 23 คน ระงับการปฏิบัติราชการโดยไม่ขาดจากตำแหน่งเดิม และย้ายให้ไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่นในสังกัดเดิมเป็นการชั่วคราว

            เหตุผลของการออกคำสั่งนี้คือข้าราชการเหล่านั้นถูกร้องเรียน หรือกล่าวหาว่าปล่อยปละละเลยให้มีการ กระทำความผิดเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบของตน หรือมีการทุจริต หรือประพฤติมิชอบ หรือดำเนินการหรือไม่ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ จนเกิดความเสียหายแก่ทางราชการ และมีข้อมูลอันสมควรตรวจสอบ

            ข้าราชการพลเรือนที่ถูกย้ายครั้งนี้มีจำนวน 6 คน มีตำแหน่งตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด รองอัยการจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด และแรงงานจังหวัด

 

            ส่วนข้าราชการตำรวจที่ถูกย้ายนั้นมียศตั้งแต่พลตำรวจโท พลตำรวจตรี พันตำรวจเอก พันตำรวจโท และพันตำรวจตรี เป็นจำนวนถึง 17 คน พล.ต.ท.ที่ถูกย้ายนั้นมีตำแหน่งสูงเป็นถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 อันเป็นภาคใต้สุด พล.ต.ต.ที่ถูกย้าย 3 คน คนหนึ่งเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร คนหนึ่งเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และอีกคนหนึ่งเป็นผู้บังคับการกระแสทรรศน์ตำรวจนครบาล 1 ส่วนนายตำรวจอื่นๆ ที่ถูกย้าย หลายคนก็มีตำแหน่งในจังหวัดสงขลาและสมุทรสาคร บางคนสังกัดกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวและกองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

 

            ก่อนหน้าที่หัวหน้า คสช.จะมีคำสั่งย้ายฉบับนี้ เมื่อค่ำวันที่ 29 มกราคมปีนี้ เจ้าหน้าที่ทหารจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอหาดใหญ่ จำนวนกว่า 100 นาย บุกเข้าทลายบ่อนการพนันใหญ่กลางนครหาดใหญ่ จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งชายและหญิง 125 คน และของกลางเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้เล่นการพนัน กับเงินของกลางเป็นจำนวนถึง 11 ล้านบาท

            บ่อนการพนันใหญ่ในจังหวัดสงขลานั้นมีมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นและถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้หลายหนหลายแห่ง ครั้งแล้วครั้งเล่า ตำรวจถูกย้ายถูกตั้งกรรมการสอบสวน แต่ก็ไม่ปรากฏว่าบ่อนหยุดกิจการหรือจำนวนบ่อนน้อยลง

            ส่วนในจังหวัดสมุทรสาครนั้นมีปัญหาเกี่ยวกับแรงงานพม่าซึ่งเรื้อรังมานานหลายปี และพัวพันถึงทั้งข้าราชการฝ่ายปกครองและตำรวจ สำหรับตำรวจนครบาลนั้น นายตำรวจที่ถูกย้ายตามคำสั่งของหัวหน้า คสช.ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานบริการอาบอบนวด "นาตารี เอ็นเตอร์เทนเมนต์" สถานบันเทิงที่ถูกชุดปฏิบัติการพิเศษของกรมการปกครองและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนบุกเข้าจับกุมฐานนำหญิงต่างด้าวอายุต่ำกว่า 18 ปีมาค้าประเวณี เมื่อวันที่ 6 เดือนนี้ (มิถุนายน 2559)

            การออกคำสั่งของหัวหน้า คสช.ครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัดสินใจใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ แก้ปัญหาบุคลากรตำรวจ และคราวนี้กระทำโดยไม่คอยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะได้ผลอย่างใดหรือไม่ก็คงจะต้องคอยดูกันก่อน แต่ผลที่เกิดขึ้นแล้วอย่างแน่นอนก็คือการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหน้าที่ซึ่งเกิดขึ้นอย่างกะทันหันไม่มีผู้ใดคาดหมาย การเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมกระทบกระเทือนการบริหารราชการตำรวจในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างไม่ต้องสงสัย คงต้องมีการแต่งตั้งนายตำรวจอื่นให้ไปปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ที่ถูกย้ายอย่างแน่นอน แต่จะมีใครรับรองได้ว่าผู้ที่ได้รับแต่งตั้งไปทำหน้าที่แทนนั้นจะมีคุณสมบัติและความสามารถครบถ้วน เหมาะสมที่จะทำหน้าที่นั้นเพียงใดหรือไม่ และแม้คำสั่งของหัวหน้า คสช.จะระบุว่าในกรณีที่ไม่พบความผิด หรือไม่ถึงขั้นต้องดำเนินการทางวินัย ให้ผู้ที่ถูกย้ายและสอบสวนกลับไปดำรงตำแหน่งในระดับเดิมตามความเหมาะสม แต่ผู้ถูกย้ายก็ตกเป็นจำเลยของสังคมแล้ว และความเสียหายทางใจและส่วนตัวของผู้ที่ถูกย้ายก็เกิดขึ้นแล้ว

            การทุจริตและหาประโยชน์โดยมิชอบของตำรวจนั้นมีมานานเกินไป และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจะโดยผู้บังคับบัญชาตำรวจเองหรือโดยใช้อำนาจพิเศษก็ตาม จะได้ผลก็แต่เพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น ถึงเวลาแล้วที่จะต้องสังคายนาการบริหารราชการตำรวจทั้งระบบ มิฉะนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะยังเป็นขยะหรือสิ่งปฏิกูลกองใหญ่กลางเมืองอยู่ ต่อไปเช่นนี้

 

 

ที่มา : มติชน ฉบับวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย