คอลัมน์ เงินต่อเงิน: กระแสการต่อต้านคอร์รัปชั่น

17 สิงหาคม 2559


 

สมชาย สกุลสุรรัตน์ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

                เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่นและพิทักษ์สิทธิพลเมืองของเกาหลีใต้ได้ประกาศว่าจะบังคับใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่นฉบับใหม่ เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสังคมและธุรกิจของประเทศในเดือน ก.ย.ศกนี้

กฎหมายฉบับนี้ถูกนำขึ้นเสนอให้รัฐสภาพิจารณาตั้งแต่ปี 2011 คือเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว และรัฐสภาได้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ เมื่อต้นปี 2015 สาเหตุที่ต้องใช้เวลายาวนานเกือบ 6 ปี ที่จะบังคับใช้กฎหมายฉบันนี้ เพราะมีผู้คัดค้านสาระของกฎหมายค่อนข้างมาก เพราะเกรงว่ารายได้ของผู้ประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากมาตรการจำกัดค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงรับรอง หรือการให้ของขวัญกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกินความหมายถึงข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างในหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ครู อาจารย์ ในโรงเรียน และสื่อมวลชนด้วย

 

                ในประเทศเกาหลีใต้ ประเพณีการให้ของขวัญราคาแพง การเลี้ยงรับรองที่หรูหราและการให้บริการอื่นๆ เพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์ที่จะได้จากการสร้างความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ สื่อมวลชนและครูอาจารย์ เพื่อให้ลูกหลานได้รับการดูแลเป็นพิเศษในสถานศึกษานั้น เป็นสิ่งที่ได้ยึดถือปฏิบัติกันมายาวนาน การจำกัดค่าใช้จ่ายในกิจกรรมเหล่านี้จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญหรือการเปลี่ยนแปลงประเทศเพื่อวัฒนธรรมของสังคม

                อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเกาหลีใต้ตัดสินใจนำมาตรการป้องกันการทุจริตที่ค่อนข้างเข้มงวดมากมาใช้ เพื่อลดการคอร์รัปชั่นโกงกิน และการสร้างความโปร่งใสในสังคม แม้ว่าจะถูกคัดค้านอย่างหนักโดยนักการเมืองและนักธุรกิจบางส่วนว่า จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศที่ย่ำแย่อยู่แล้วให้แย่ลงไปอีก เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในกิจกรรมต่างๆ ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย

                กฎหมายฉบับนี้ จำกัดค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงรับรองไม่เกิน 25 เหรียญสหรัฐ/หัว การให้ของขวัญมูลค่าไม่เกิน 50 เหรียญสหรัฐ กับให้เงินสดหรือของขวัญในงานมงคลสมรสและงานศพไม่เกิน 100 เหรียญสหรัฐ โดยประมาณ ซึ่งจัดว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับการเลี้ยงรับรองที่หรูหรา และการให้ของขวัญราคาแพงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เคยปฏิบัติกันมาตามที่กล่าวถึงข้างต้น

                เกาหลีใต้เป็นประเทศที่เอาจริงเอาจังกับการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชั่นซึ่งเคยเป็นมะเร็งร้ายในสังคม โดยจะเห็นว่าอดีตประธานาธิบดีท่านหนึ่งของเกาหลีใต้ คือประธานาธิบดี โนห์มูเฮียน ได้กระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายเพราะอับอายที่คนในครอบครัวและผู้ใกล้ชิดถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชั่น และประธานาธิบดีอีกสองท่านคือ ชุนดูฮวาน และ โรห์แตวู ก็ถูกศาลสั่งจำคุกเพราะความผิดฐานคอร์รัปชั่นมาแล้ว แต่เขาก็ยังเพิ่มความเข้มงวด โดยการออกกฎหมายจำกัดการ กระทำที่หลายคนอ้างว่าเป็นประเพณีปฏิบัติ

                กฎหมายใหม่ฉบับนี้เข้มงวดมาก เพราะถ้ามีการใช้จ่ายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดให้ถือว่าเป็นความผิดทันทีไม่ว่าจะให้เพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ตาม ถ้าใช้จ่ายเกินวงเงินที่กำหนดจะถูกปรับในอัตราที่กำหนด แต่ถ้าใช้จ่ายเกินกว่า 850 เหรียญสหรัฐ จะถูกดำเนินคดีอาญาเป็นของแถม

                จึงเชื่อได้ว่า มาตรการต่างๆ เหล่านี้จะทำให้สังคมเกาหลีเป็นสังคมที่ปลอดคอร์รัปชั่นและโปร่งใสยิ่งขึ้น สานต่อความสำเร็จในการต่อต้านการคอร์รัปชั่นที่ดำเนินการต่อเนื่องกันมานับสิบปีจนประเทศก้าวหน้ายิ่งใหญ่ เพราะไม่มีมะเร็งเกาะกินเหมือนบางประเทศ

                อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าไทยยังไม่มีกฎหมายที่เข้มงวดเหมือนกฎหมายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของเกาหลี แต่อย่างน้อย หน่วยงานป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชั่นกำลังดำเนินการที่เป็นรูปธรรมเพื่อป้องกันหรือลดการคอร์รัปชั่นที่น่าสนใจ แต่ได้รับความสนใจจากสาธารณชน ค่อนข้างน้อย คือการสร้างแนวทางการกำหนดมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมสำหรับนิติบุคคลในการป้องกันการให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือสำนักงาน ป.ป.ช.

                มาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมที่ ป.ป.ช.แนะนำ ให้นิติบุคคลถือปฏิบัติประกอบกับการให้นิติบุคคลประเมินความเสี่ยงในการให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถือว่าการป้องกันการให้สินบนเป็นนโยบายสำคัญจากผู้บริหารระดับสูง มีมาตรการดำเนินการและรายละเอียดชัดเจนและปรับใช้กับผู้ที่มีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจทั้งหมด ต้องมีการจัดทำระบบบัญชีที่ดี มีการบริหารบุคลากรให้สอดคล้องกับการป้องกันการให้สินบน สนับสนุนให้มีการรายงานการกระทำความผิด และสุดท้ายต้องมีการประเมินผลการดำเนินการป้องกันการให้สินบนอย่างต่อเนื่อง

                แน่นอนว่าการที่ ป.ป.ช.ออกมาเสนอให้นิติบุคคลต้องออกมาตรการป้องกันการให้สินบนนั้น จะช่วยลดการกระทำการทุจริตลงได้ระดับหนึ่ง เพราะในกฎหมายฉบับนี้ นิติบุคคลจะต้องรับผิดชอบในกรณีที่บุคลากรของตน หรือผู้ร่วมประกอบธุรกิจไปให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากไม่มีการกำหนดมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสม

                ถือได้ว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการดำเนินการป้องกันคอร์รัปชั่นที่เห็นเป็นรูปธรรมได้มาตรการหนึ่ง สอดคล้องกับกระแสการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชั่นของโลก

                แต่ถ้าจะให้เห็นผลกันจริงๆ น่าจะลองพิจารณาออกกฎหมายอย่างเกาหลีใต้ดูบ้างจะดียิ่งขึ้น เพราะไทยเรามีประเพณีการจัดเลี้ยงรับรองการให้เงินและของขวัญเป็นประเพณีไม่แพ้เกาหลีเหมือนกัน ก็คงต้องเลือกครับว่าจะออกมาตรการเข้มงวดแบบเกาหลีเพื่อขจัดมะเร็งร้ายจากสังคมและเศรษฐกิจของชาติ และสร้างความ เข้มแข็งให้กับประเทศในระยะยาวอย่างยั่งยืน หรือจะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแบบไทยๆ เพราะเกรงว่าเศรษฐกิจของประเทศที่อ่อนแอจะได้รับผลกระทบ

ยังไงๆ ลองขอประชามติดูบ้างดีไหมครับ

                "อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าไทยยังไม่มีกฎหมายที่เข้มงวดเหมือนของเกาหลี แต่อย่างน้อย หน่วยงานป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชั่นกำ ลังดำ เนินการที่เป็นรูปธรรมเพื่อป้องกันหรือลดการคอร์รัปชั่น แต่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนค่อนข้างน้อย"

 

 

 

ที่มา : โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย