ไทยรัฐ: ทุจริตใต้ระบบพวกพ้อง

24 สิงหาคม 2559


 

                การตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ถูกร้องเรียนว่ามีส่วนพัวพันกับการค้ามนุษย์ ทำท่าจะกลายเป็นมวยล้ม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยว่าผลการตรวจสอบของหน่วยงานต้นสังกัด บางคนมีความผิดแค่ภาคทัณฑ์ บางคนไม่มีความผิด จึงคิดว่ายังไม่สมบูรณ์เรียบร้อย อาจทำให้เกิดความไม่เชื่อถือ จึงให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง

                เกี่ยวกับเรื่องเดียวกัน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวว่า หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจ ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 44 สั่งย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์โรฮีนจา กรณีล้งกุ้ง และส่วยนาตารี แต่การสอบสวนของต้นสังกัดพบว่าไม่ผิด จึงต้องตรวจสอบซ้ำโดยให้อัยการร่วมด้วย

 

                กรณี นาตารีเป็นเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นในปีนี้ ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษของกรม การปกครอง บุกตรวจค้นสถานอาบอบนวดกลาง กทม.จับกุมหญิงบริการหลายคน ตั้งข้อหาเจ้าของกิจการฐานค้ามนุษย์ และตรวจพบบัญชีรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐที่รับส่วยจากสถานอาบอบนวด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลายหน่วยงาน และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ

                ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการสอบสวนฟันธงว่า เจ้าหน้าที่รัฐผู้รับส่วยจากสถานบริการที่โดนข้อหาค้ามนุษย์ ต้องรับโทษเช่นเดียวกับผู้ค้ามนุษย์ เพราะมีกฎหมายระบุว่า ผู้ที่ช่วยเหลือเพื่อให้ผู้ค้ามนุษย์พ้นจากการถูกจับกุม หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่รับส่วย เพื่อมิให้ผู้ค้ามนุษย์ถูกลงโทษ ถือว่าเป็นผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ด้วย และจะต้องรับโทษเท่ากับผู้ค้ามนุษย์

                แต่เมื่อหัวหน้า คสช.สั่งย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องด้วยอำนาจมาตรา 44 และส่งให้ต้นสังกัดตรวจสอบ กลับพบว่าบางคนไม่มีความผิด บางคนผิดวินัยแค่ภาคทัณฑ์ อาจเป็นเพราะต้นสังกัดไม่ได้รับข้อมูลจาก ศอตช.อย่างครบถ้วน หรืออาจมีพยานหลักฐาน ใหม่ แต่ก็น่าสงสัยเช่นเดียวกันว่ามีการเล่นพรรค เล่นพวกเพื่อช่วยเหลือกันตามประเพณีระบบอุปถัมภ์ที่ฝังลึกในวงราชการหรือไม่?

                เกี่ยวกับวงการตำรวจโดยตรง พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ พูดในวงการเสวนาแห่งหนึ่งว่า ทุกวันนี้ เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกันเอง มักจบลงด้วยการลงโทษสถานเบา เช่นว่ากล่าวตักเตือนหรือถึงขั้นยกฟ้อง เมื่อเร็วๆนี้ ไม่ได้แค่กรณีนาตารีอย่างเดียว แต่ยังมี กรณีหญิงไก่ด้วย

                ระบบอุปถัมภ์ในวงราชการ การเล่นพรรคเล่นพวก ระบบเพื่อนพ้องน้องพี่ เป็นปัญหาและอุปสรรคสำคัญ ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพราะภายใต้ระบบอุปถัมภ์ มีการลูบหน้าปะจมูก ไม่โปร่งใสตรงไปตรงมา ไม่ยึดหลักนิติธรรม ที่ถือว่าทุกคนเท่าเทียมกันในกฎหมาย ภายใต้การปกครองที่มิใช่ประชาธิปไตย การปราบปรามการทุจริตจึงทำได้ยากอย่างยิ่ง.

 

 

 

ที่มา : ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย