ลุ้นคดี 'ไทยคม' เลี้ยบและพวกเอื้อชินคอร์ป?

25 สิงหาคม 2559 


 ไทยโพสต์ * ศาลฎีกาฯ นัดพิพากษาคดี "นพ.สุรพงษ์-พวก" แก้สัญญาสัมปทานดาว เทียมไทยคมเอื้อชินคอร์ป 25 สิงหาคมนี้ "หมอเลี้ยบ" ยืนยันจะเดินทางเข้ารับฟังคำตัดสินของศาลแน่นอน

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 25 สิงหา คมนี้ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อม.66/2558 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือ "หมอเลี้ยบ" อายุ 59 ปี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) สมัยรัฐ บาลทักษิณ ชินวัตร, นายไกรสร พรสุธี อดีตปลัดกระทรวงไอซีที สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และนายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ และอดีตปลัดกระทรวงไอซีที ยุครัฐ บาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

 

                เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดต่อตำ แหน่งหน้าที่ราชการ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีที่มีการอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (ฉบับที่ 5) เพื่อลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ต้องถือในบริษัท ชิน แซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) จากไม่น้อยกว่า 51% เป็นไม่น้อยกว่า 40% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด โดยทราบดีอยู่แล้วว่า เหตุที่บริษัทขอลดสัดส่วนการถือหุ้น เพื่อต้องการหาพันธมิตรขยายศักยภาพในการแข่งขันให้มีความเข้มแข็งและมีเงินทุนเพียงพอในการดำเนินการโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์

                ภายหลังจากที่ศาลได้ไต่สวนพยานคู่ความทั้งสองเสร็จสิ้นนัดสุดท้ายไปเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมให้คู่ความส่งคำแถลงปิดคดีในวันที่ 18 สิงหาคมก่อนที่จะนัดฟังคำพิพากษาในครั้งนี้

                นพ.สุรพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า จะเดินทางไปเพื่อฟังคำพิพากษาศาลฎีกาอย่างแน่นอน โดยไม่ได้มีการยื่นเรื่องขอเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาแต่อย่างใด ส่วนจำเลยอีก 2 คน เท่าที่คุยกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็ไม่ได้มีเหตุติดขัดอะไร และเชื่อว่าจะเดินทางมาฟังคำพิพากษาตามกำหนดนัด ส่วนเรื่องความวิตกกังวลใจหรือไม่นั้น ตนขอไม่พูดในเรื่องนี้

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นพ.สุร พงษ์นั้น เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ได้ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 1 ปี ปรับ 2 หมื่น ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ฝ่าฝืนกฎหมาย และมีผลประโยชน์ทับซ้อน กระทำการแทรกแซงเสนอชื่อ 3 อดีตผู้บริหาร ธ.ทหารไทย-กรุงไทย เป็น กก.คัดเลือกบอร์ด ธปท.ปี 51 แต่ศาลโทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี เนื่องจากไม่เคยต้องโทษมาก่อน ประกอบกับต่อมามีการยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกฯ และบอร์ด ธปท.ที่ได้รับการแต่งตั้งดังกล่าว จึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากนัก.

 

 

ที่มา : ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย