โผล่อีกโกงข้อสอบบิ๊กป้อมสั่งถอนราก

11 มกราคม 2560


 

จ่อฟันอาญา10นศ.ร่วมโกงสอบ ผบ.ตร.ชี้รอบคอบสั่งโมฆะ-กระทบผู้สุจริต ผลสอบทุจริตสอบเข้านายสิบตำรวจ พบอีกแห่งที่ บช.ภ.7 ขณะที่ สตช.จะดำเนินคดีอาญา 10 นศ.หัวกะทิที่ร่วมขบวน การ พร้อมฟ้องแพ่ง

สตช. * "จักรทิพย์" เผยได้รับรายงานพบทุจริตสอบนายสิบของ บช.น. และ บช.ภ.7 รอความเห็นสั่งเป็นโมฆะหรือไม่ รับตัดสินใจยากเพราะกระทบผู้สุจริต ผลสอบพบ 10 นศ.แพทย์ร่วมแก๊ง เปิดโรงแรมย่านรัชดาฯ วางแผน เตรียมดำเนินคดีอาญากราวรูดพร้อมฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย บิ๊กป้อมสั่งขุดรากถอนโคน

 

          ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 9 มกราคมนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงเรื่องการทุจริตสอบเรียนนายสิบตำรวจ ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ว่า วันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ทางนครบาลได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ล่าสุด พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานกำกับดูแลการสอบ ได้รับนโยบายจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ให้ดำเนินการตรวจสอบไปยัง 12 กองบัญชาการที่จัดสอบทั้งหมดอย่างละเอียด ประกอบด้วย บช.น. กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความผิดปกติหรือไม่ อย่างไร แล้วรายงานให้ทราบภายในเย็นวันเดียวกัน เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ป้องกันข้อครหา ซึ่งหลังได้รับรายงานมาแล้วก็จะพิจารณาดำเนินการต่อไป

          รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งพบการโกงข้อสอบชัดเจน คาดว่าผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจะลงนามยกเลิกการสอบ พร้อมข้อเสนอแนะ และส่งให้ ผบ.ตร.พิจารณาตัดสินใจอีกครั้ง ขณะที่ ผบ.ตร.ยังไม่ตัดสินใจประกาศให้การสอบนายสิบตำรวจของกองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นโมฆะ โดยจะต้องพิจารณาถึงผลกระทบกับผู้ที่เข้าสอบโดยสุจริตด้วย อย่างไรก็ตาม ผบ.ตร.มีนโยบายชัดเจนที่จะสกัดกั้นผู้ที่ทุจริตไม่ให้เข้าสู่อาชีพตำรวจได้

          "เวลานี้ขอให้ข้อเท็จจริงปรากฏก่อนว่า ทั้ง 12 กองบัญชาการมีการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันกับนครบาลหรือไม่อย่างไร ถ้ามีแล้วจะดำเนินการอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น 1.ยกเลิกการสอบทั้ง หมด 2.ยกเลิกบางส่วน 3.แนวทางอื่นๆ ซึ่งตรงนี้ยังไม่มีความชัดเจน"

          มีรายงานว่า การสืบสวนยังเดินหน้าตรวจสอบว่ามีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงสอบนายสิบตำรวจครั้งนี้หรือไม่ ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะประสานไปยังสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็น ต้นสังกัดของนักศึกษาที่รับจ้างทำข้อสอบเฉลยคำตอบให้กับผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งเฉพาะในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล พบนักศึกษาแพทย์ถึง 10 คน สังกัดมหาวิทยาลัยชื่อดัง จากการสอบสวนเชิงลึกพบว่า ขบวนการเหล่านี้มีการนัดวางแผนเพื่อซักซ้อมก่อนเข้าทำข้อสอบจริง ที่โรง แรมแห่งหนึ่งย่านรัชดาฯ โดยกลุ่มที่เป็นนักศึกษาสารภาพด้วยว่า จะรับงานเฉพาะในช่วงปี 1 และ 2 เท่านั้น เนื่องจากปี 3 จะต้องเรียนหนัก และจะติดต่อรุ่นน้องเข้าไปทำหน้าที่แทน

          โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินคดีอาญากับกลุ่มนักศึกษาทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาในกรณีอื่นๆ ได้อะลุ่มอล่วยมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้จะดำเนินคดีถึงที่สุด พร้อมพิจารณาฟ้องเรียกค่าเสียหายจัดสอบทางแพ่งกับขบวนการโกงข้อสอบครั้งนี้ด้วย

          ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า คดีทุจริตสอบเข้านายสิบ เป็นเรื่องทางตำรวจ โดยในส่วนของกลุ่มทุจริต จะต้องนำมาลงโทษทั้งหมด ไม่ว่าจากภาคเอกชนหรือราชการ อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวคงไม่มีการตรวจสอบย้อนหลัง เพราะถ้าย้อนหลังคงต้องย้อนกันถึง 20 ปี ดังนั้นจะเอาครั้งนี้ให้ชัดเจนก่อน ทางตำรวจต้องดำเนินการ แต่ในส่วนพวกที่สอบได้แล้ว แต่ไม่ได้ทุจริต ต้องมาดูว่าจะตอบแทนอะไรได้บ้าง ต้องทำอย่างไรในการเยียวยา

          ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรณีมีข้อมูลลูกจ้างประจำสำนักงานเขตปทุมวัน และบุคลาการของ กทม.อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตข้อสอบนายสิบตำรวจครั้งนี้ เบื้องต้นแม้ความผิดในด้านพฤตินัยอาจจะชัดเจน แต่ยังคงต้องรอความชัดเจนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลในเรื่องความผิดนิตินัยก่อน ซึ่งหากมีการออกหมายจับ ทางเราก็พร้อมจะส่งตัวให้กับ บช.น.โดยทันที พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุจริตพักราชการ และตั้งคณะกรรมการสอบวินัยต่อไป

          ต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตสอบนายสิบตำรวจ ว่า เบื้องต้นได้รับรายงาน มีกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 เท่านั้น ที่พบการทุจริตเกิดขึ้น ส่วนกองบัญชาการอื่นๆ ที่มีการสอบเช่นเดียวกัน ยังไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด ส่วนทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะประกาศให้การสอบดังกล่าวให้เป็นโมฆะหรือไม่นั้น จะต้องให้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 ส่งรายงานมาก่อนว่าเห็นควรอย่าง ไร และในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รรท.รอง ผบ.ตร.กับทีมฝ่ายกฎหมาย และกองบัญชาการศึกษา ช่วยตรวจสอบอีกครั้ง เนื่องจากกรณีดังกล่าวจะต้องกระทำอย่างรอบคอบที่สุด และจะต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ไม่ได้มีส่วนทำผิดดังกล่าวด้วย

          พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดนั้น ได้มอบหมายให้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 ดำเนินการแล้ว หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็มีระเบียบวินัยอาญาในการลงโทษอยู่แล้ว ไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

          พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เปิดเผยว่า ในส่วนของ บช.น. เบื้องต้นพบการกระทำผิดในหลายพื้นที่ จึงมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนในระดับกองบัญชาการ โดยจะรวมทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลาย สน.ที่เกี่ยวข้องกับคดี เพื่อจะได้มีอำนาจในการสอบสวนครอบคลุมทั้งกองบัญชาการ โดยจัดตั้งศูนย์การทำงานอยู่ที่ บช.น. ทั้งนี้ จากการทำงานในเบื้องต้น ได้มีการเรียกผู้ต้องสงสัย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบดังกล่าวมาทำการสอบสวนแล้วจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต

          นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของชาติ (ภตช.) กล่าวว่า กรณีพบทุจริตการสอบนายสิบตำรวจ ที่มีการจ้างนักศึกษาระดับหัวกะทิของประเทศ มาจากหลายสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำเข้าร่วมขบวนการ ภตช.ได้ยื่นหนังสือถึง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ขอให้ตรวจสอบและดำเนินการลงโทษสถานหนักกับนักศึกษาดังกล่าว รวมทั้งตั้งกรรมการสอบและลงโทษหัวหน้าภาควิชา คณบดี อธิการบดี ที่มีนักศึกษาในคณะดังกล่าวรับจ้างกระทำการทุจริต

          ส่วน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า พฤติกรรมของนักศึกษากลุ่มดังกล่าวเป็น การใช้ความเก่ง ความรู้ความสามารถที่มีไปในทางที่ผิด และมิใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุลักษณะนี้ ฉะนั้น ศธ.จะเร่งปลูกฝังเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต สร้างชาติ และหน้าที่พลเมือง โดยตนจะหารือกับ รมว.ศธ. และนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ว่าจะทำอย่างไรให้การเรียนการสอนเรื่องนี้มีรูปแบบที่ชัดเจนและเป็นการสอนที่สนุกสนาน.

 

ที่มา : ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2560

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย