โยนผบ.ตร.ชี้ขาด-โกงสอบนายสิบวันที่ 16 ม.ค.

13 มกราคม 2559


 

                คณะกรรมการพิจารณาปัญหาโกงสอบนายสิบตำรวจ เตรียมเสนอให้ ผบ.ตร.ตัดสินใจวันที่ 16 ม.ค.นี้ หลังสรุปทุจริตใน 2 กองบัญชาการ โดยมีทางเลือกคือ โมฆะ ไม่โมฆะ หรือโมฆะบางส่วน บช.น.เผยพบผู้ทุจริตชัด เจนราว 50 คน ส่วนผู้ลอกข้อสอบมี 200 คน และที่ต้องสงสัยอีก 300 คน มั่นใจวันศุกร์ได้ความชัด เจนทั้งหมด ยอมรับให้ประ กันตัวเทศกิจแล้ว

 

                สตช. ประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาโกงสอบนายสิบไม่ได้ข้อยุติ โยนให้ ผบ.ตร.ชี้ขาด 16 ม.ค.นี้ "เดชณรงค์" ชี้มี 3 แนวทางคือ ให้ 2 สนามที่พบทุจริตผลสอบเป็นโมฆะ ไม่โมฆะ หรือโมฆะบางส่วน เผยผู้ต้องสงสัยเป็นมือปืนมีราว 30 คน ดึงกองปราบฯ ช่วย บช.น.สางคดี ให้ประกันเทศกิจแล้ว

                เมื่อวันที่ 11 มกราคมนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ตำรวจ สน.พหลโยธินอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานให้ปราศจากข้อสงสัย ก่อนจะยื่นขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบนายสิบตำรวจ ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในวันเดียวกัน เป็นผู้เฉลยข้อสอบนายสิบตำรวจ หรือมือปืน รวม 51 คน โดยไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียกเนื่องจากมีอัตราโทษเกิน 3 ปี ส่วนนายจิระพจน์ พลายด้วง เจ้าหน้าที่เทศกิจเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร นายหน้าจัดหา ซึ่งเข้ามอบตัวที่ สน.พหลโยธิน ยังให้การยืนยันว่าทำเพียงลำพัง จึงสั่งการให้นำตัวไปชี้จุดตามคำรับสารภาพเมื่อคืนที่ 10 ม.ค. เพื่อให้หลักฐานครบถ้วน ก่อนพิจารณาว่าจะให้ประกันตัวในชั้นสอบสวนหรือไม่

                ผบช.น.กล่าวว่า ที่ผ่านมามีบุคคลที่มีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตทยอยเข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจ และยังไม่มีหลักฐานโยงโรงเรียนกวดวิชา ส่วนการสอบนายสิบตำรวจจะต้องเป็นโมฆะทั้งหมดหรือไม่นั้น รอความชัดเจนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

                ช่วงบ่าย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร. เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพิจารณาปัญหาโกงสอบนายสิบตำรวจ ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะเปิดเผยว่า จากรายงานของ 12 กองบัญชาการที่จัดสอบนายสิบตำรวจ พบการทุจริตเฉพาะใน บช.น. และ บช.ภ.7 ส่วนอีก 10 กองบัญชาการไม่พบการทุจริต จึงสั่งให้ไปตรวจสอบซ้ำ และให้ทั้ง 12 กองบัญชาการรายงานกลับมายังคณะกรรมการ เพื่อเสนอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในวันที่ 16 ม.ค.นี้ เพื่อตัดสินใจว่าจะให้การสอบเป็นโมฆะหรือไม่ โดยมี 3 แนวทางคือ 1.ให้การสอบนายสิบครั้งนี้เป็นโมฆะ 2.ไม่โมฆะ หรือ 3.โมฆะบางส่วน เพื่อความเป็น

                ธรรมและรักษาสิทธิ์ให้แก่ผู้ที่สอบได้โดยสุจริต ซึ่งแนวทางอาจเรียกผู้ที่สอบติดสำรองขึ้นมาทดแทนจำนวนผู้ที่กระทำความผิด พร้อมมั่นใจแนวทางคัดกรองผู้ที่กระทำความผิดจะไม่สามารถเล็ดลอดเข้ามาเป็นตำรวจได้

                พล.ต.อ.ณรงค์กล่าวว่า การกระทำความผิดในภาค 7 มีลักษณะเหมือนกับในนครบาล คือขีดเขียนคำตอบในกระดาษข้อสอบ เพื่อให้ผู้ร่วมขบวนการลอก ซึ่งอยู่ในข่ายต้องสงสัยทั้งทำหน้าที่มือปืนเฉลยข้อสอบ และลอกข้อสอบ ประมาณ 30 คน โดยให้สั่งการให้กองปราบปรามร่วมกับนครบาลในการสืบสวนสอบสวนขยายผล เนื่องจากตำรวจไม่เชื่อคำให้การของนายจิระพจน์ พลายด้วง เจ้าหน้าที่เทศกิจ ว่ากระทำเพียงคนเดียว

                "ยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จก่อนการเปิดภาคเรียนนายสิบในเดือนกุมภาพันธ์นี้" พล.ต.อ.เดชณรงค์กล่าว

                ด้าน พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เรียกประชุมคณะทำงาน จากนั้นเปิดเผยว่า ได้

                แบ่งการทำงานเป็น 3 ส่วนคือ ศูนย์กลางข้อมูลของผู้สมัครสอบ ให้ศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้รวบรวมข้อมูลให้คณะทำงาน, ฝ่ายสืบสวน เน้นตรวจสอบข้อมูลทางโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน และฝ่ายสอบสวน เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 กลุ่มคือ ผู้มีพฤติการณ์ทุจริตสอบชัดเจนประมาณ 50 คน, กลุ่มผู้สมัครสอบที่ลอกข้อสอบประมาณ 200 คน และกลุ่มผู้ต้องสงสัยลอกข้อสอบประมาณ 300 คน มาสอบปากคำ รวมทั้งประสานขอข้อสอบและกระดาษคำตอบทั้งหมดจากศูนย์ฝึกอบรมมาตรวจสอบทั้งหมด เชื่อมีผู้ที่เกี่ยวข้องมากกว่านี้ ส่วนเรื่องขอหมายจับ พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาแล้ว กรณีนายจิระพจน์ พลายด้วง เจ้าหน้าที่เทศกิจเขตปทุมวัน ที่เข้ามอบตัว ได้อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. คาดว่าวันศุกร์ที่ 13 ม.ค. จะมีรายละเอียดทั้งจำนวนการขอออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง, การขยายผลถึงผู้อยู่เบื้องหลังการทุจริตสอบ และพฤติการณ์การก่อเหตุของขบวนการนี้.

 

 

ที่มา : ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย