อธิบดีโต้ลั่น-ทุจริตซื้อรถศอตช.สนใจคดีสั่งปปท.ลุยสอบ

13 มกราคม 2560


 

                โต้ทุจริตซื้อรถบรรทุก 220 คัน 179 ล้านบาท อธิบดีกรมอุทยานฯ ชี้แจงไม่มีนอกมีใน หรือเรียกบริษัทขายรถมาต่อรองเป็นการเฉพาะ แล้วเรียกหัวคิวคันละ 4 หมื่นบาท ยืนยันเป็นการประมูลราคาตามระเบียบราชการปกติ ขณะนี้ส่งมอบรถให้แต่ละพื้นที่ไปเรียบร้อยแล้ว ยอมรับมีการร้องเรียนจริงตั้งแต่กลางปี 2559 แต่ชี้แจง 'สตง.' ไปหมดแล้ว ขณะที่ป.ป.ท.สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เมื่อวันที่ 11 ม.ค. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงกรณีมีผู้ร้องเรียนให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ตรวจสอบการจัดซื้อรถบรรทุก 220 คัน วงเงิน 179 ล้านบาท ของกรมอุทยานฯ ที่ส่อเค้าทุจริต และมีการหักค่าหัวคิวเกือบ 10 ล้านบาทว่าเป็นโครงการซื้อรถบรรทุกขนาด 1 ตัน จำนวน 220 คัน เกิดขึ้นปีพ.ศ.2559 ทำตามการร้องขอของพื้นที่ที่มีความจำเป็นต้องใช้งานซึ่งดำเนินการเสร็จเรียบร้อย ส่งมอบรถให้แต่ละพื้นที่ไปเรียบร้อยแล้ว

 

                นายธัญญากล่าวว่า ส่วนกรณีมีผู้ร้องเรียนนั้น กรมอุทยานฯ ทำหนังสือพร้อมเอกสารชี้แจงไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าโครงการนี้ไม่สามารถเรียกบริษัทขายรถ หรือบริษัทหนึ่งบริษัทใดมาต่อรองเป็นการเฉพาะได้ เพราะโครงการไม่ได้ใช้วิธีการเร่งด่วน หรือขั้นตอนพิเศษ เนื่องจากงบประมาณค่อนข้างสูง จึงประกาศประมูลราคาตามระเบียบราชการปกติ มีบริษัทเสนอราคาประกวดทั้งหมด 3 บริษัท โดยบริษัทที่ได้รับโครงการคือบริษัทที่เสนอราคาต่ำสุด

                ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ผู้ร้องระบุว่ามีการเรียกเงินจากบริษัทรถคันละ 40,000 บาท อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่าทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด ไม่มีบริษัทใดยอมแน่นอน และก่อนหน้านี้ก็ไม่มีใครรู้ว่า 1 ใน 3 บริษัทที่ชนะการประมูลคือบริษัทใด ก็ไม่ทราบว่าคนที่ร้องเรียนไปเอาตัวเลขเหล่านี้มาจากไหน และยืนยันว่าโครงการนี้ไม่มีนอกมีในอย่างที่ถูกกล่าวหาอย่างแน่นอน ไม่รู้ว่าคนที่เอาเรื่องนี้มาพูดมีจุดประสงค์ใด เพราะมีการร้องเรียนเรื่องนี้ตั้งแต่กลางปี 2559 และชี้แจงเรื่องทั้งหมดไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

                ส่วนนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่อง เพราะยังไม่มีหนังสือร้องเรียนมาถึง ต้องรอให้มีหนังสือแจ้งมาถึงก่อนจึงจะทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

                ขณะที่นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.) กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการร้องเรียน แต่เมื่อปรากฏเป็นข่าวไปแล้วก็จะต้องตรวจสอบ 2 เรื่องคือ 1.ให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีมูลความจริงจะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอน และ 2.ตรวจสอบข่าวสารที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หรือเป็นการปล่อยข่าวกลั่นแกล้งกัน

                เลขาธิการ ป.ป.ท.กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนผลการตรวจสอบหากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ ทางป.ป.ท.จะดำเนินการต่อไป แต่ถ้าเกินอำนาจหน้าที่ของป.ป.ท. หรือพบว่าเป็น ผู้บริหารระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องจะต้องส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการต่อไป

 

 

ที่มา : ข่าวสด ฉบับวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย