พบปม 3 บิ๊กทส. ลงนามซื้อรถ อธิบดีอุทยานฯ แจงทุกขั้นตอน

16 มกราคม 2560


 

          พบปม 3 ผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรฯ ร่วมเซ็นอนุมัติจัดซื้อรถบรรทุก 220 คัน วงเงิน 179 ล้านบาทจี้ตรวจสอบให้กระจ่างชัด ขณะที่อธิบดีกรม อุทยานฯ ทำหนังสือชี้แจงละเอียดยิบ ตั้งแต่ขั้นตอนการประมูลครั้งแรก แล้วสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินทำหนังสือทักท้วง ต้องยกเลิก และประมูลครั้งที่ 2 กระทั่งอนุมัติเซ็นสัญญาซื้อขาย ด้านปลัดกระทรวงระบุขอทราบรายละเอียดที่ชัดเจนก่อนสั่งตรวจสอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

 

          เมื่อวันที่ 12 ม.ค. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทำหนังสือชี้แจงโครงการจัดซื้อรถบรรทุก 220 คัน วงเงิน 179 ล้านบาท ว่าการจัดซื้อ รถบรรทุก (ดีเซล) ขนาด 1 ตัน ปริมาตรกระบอกสูบไม่ต่ำกว่า 2,400 ซีซี ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบมีช่องว่าด้านหลังคนขับ (แค็บ) 220 คัน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 เพื่อใช้เป็นยานพาหนะสำหรับบรรทุกเจ้าหน้าที่ และสิ่งของในการปฏิบัติงานในพื้นที่ปฏิบัติงานอนุรักษ์ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิ ภาพการปฏิบัติงานและทดแทนของเดิมที่ชำรุด โดยขั้นตอนการจัดหาโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี บิดดิ้ง ซึ่งได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2559 คันละ 821,000 บาท วงเงิน 180,620,000 บาท และแต่งตั้งคณะกรรมการในการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ ของรถบรรทุกให้ตรงตามกับการใช้งานจากนั้นได้ประกาศให้ผู้สนใจเสนอราคา

          ระหว่างวันที่ 2-9 พ.ย.2558 และกำหนดยื่นเสนอราคาในวันที่ 1 ธ.ค.2558 โดยมีผู้สนใจมาซื้อเอกสารประกวดราคา 4 ราย ได้แก่ 1.บริษัทโตโยต้า พาราก้อน มอเตอร์ จำกัด 2.บริษัท โตโยต้า ลิบร้า จำกัด 3.บริษัทโตโยต้า กรุงไทย จำกัด 4.บริษัท ชุนหลี ยูโลผา จำกัด โดยคณะกรรมการพิจารณาเสนอให้รับราคาจากบริษัทโตโยต้า กรุงไทย จำกัด เนื่องจากเสนอราคาต่ำสุด เสนอราคารวม 179,960,000 บาท ซึ่งต่ำกว่างบประมาณ 660,000 บาท และมีคุณสมบัติถูกต้องตามที่กรมกำหนด

          พร้อมทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวแก่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แต่ได้มีหนังสือกลับมายังกรมอุทยานฯ ให้พิจารณา ทบทวนการกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะ ในเรื่องอุปกรณ์เสริมและส่วนประกอบอื่นๆ ได้แก่ สัญญาณไฟฉุกเฉิน ติดตั้งอุปกรณ์กันการโจรกรรม ว่าควรกำหนดให้อุปกรณ์เสริม ไม่ควรจัดซื้อแยก เพราะอาจเป็นการไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันการเสนอ ราคาอย่างเป็นธรรม โปร่งใส กรม จึงยกเลิกการประกวดราคาดังกล่าวเมื่อวันที่ 26 ก.พ.2559

          หนังสือระบุต่อว่า ต่อมากรมมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะรถบรรทุก 220 คัน เป็นครั้งที่ 2 และประกาศร่างเอกสารประกวดราคาเผยแพร่ทางเว็บไซต์ให้สาธารณชนเสนอแนะวิจารณ์ ซึ่งไม่มี ผู้ที่เสนอแนะหรือวิจารณ์แต่อย่างใด จึงกำหนดให้ผู้สนใจซื้อเอกสารประกวดราคาในวันที่ 22- 29 มี.ค.2559 กำหนด ยื่นข้อเสนอและเสนอราคาในวันที่ 27 เม.ย.2559 โดยมีผู้สนใจยื่นเอกสารประกวดราคา 3 ราย ได้แก่ 1.บริษัท โตโยต้า พาราก้อน มอเตอร์ จำกัด ราคาที่เสนอคันละ 817,863 บาท รวม 179,930,000 บาท 2.บริษัท โตโยต้า กรุงเทพยนต์ ผู้จำหน่าย โตโยต้า จำกัด เสนอราคาคันละ 820,545 บาท รวม 180,520,000 บาท และ 3.บริษัท โตโยต้า กรุงไทย จำกัด เสนอราคาคันละ 817,500 บาท รวม 179,850,000 บาท

          คณะกรรมการได้มีมติให้รับราคาของบริษัท โตโยต้า กรุงไทย จำกัด เนื่องจากเป็นผู้ยื่นเอกสารถูกต้องครบถ้วนตรงตามเงื่อนไขที่กรมอุทยานฯ กำหนด และเป็นผู้เสนอราคารายต่ำสุด ราคาที่เสนอต่ำกว่าราคากลาง และวงเงินงบประมาณที่ได้รับ 770,000 บาท จากนั้นกรมอุทยานฯ ได้ทำหนังสือเรียนไปยังปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติ และต่อมา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้อนุมัติรับราคาเช่นกัน โดยสั่งการเมื่อวันที่ 16 พ.ค.2559 กรมจึงทำหนังสือสัญญาซื้อขายเลขที่ 0901/40/59 ลงวันที่ 20 พ.ค.2559 ระหว่างอธิบดีกรมอุทยานฯ กับบริษัท โตโยต้า กรุงไทย จำกัด ตกลงซื้อขายรถบรรทุก 220 คัน ราคาคันละ 817,500 บาท รวม 179,850,000 บาท และส่งมอบรถเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วเมื่อ 29 มิ.ย.2559

          ด้านนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการร้องเรียนให้ตรวจสอบการจัดซื้อรถของกรมอุทยานฯ ว่าขณะนี้ยังไม่มีหนังสือรายงานมาถึงเลย จึงยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน แต่ก็ทราบมาว่ากรมอุทยานฯ ได้ทำทุกขั้นตอน ตามกฎระเบียบแล้ว ดั้งนั้นก่อนที่จะสั่งการตรวจสอบใดๆ อยากจะทราบรายละเอียดที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรเสียก่อน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะสั่งตรวจสอบหรือไม่

          ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุด้วยว่า จากการเรียกร้องให้ตรวจสอบการจัดซื้อรถบรรทุกนั้น เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ พร้อมทั้งตั้ง ข้อสังเกตว่าในการอนุมัติจัดซื้อ มีผู้เกี่ยวข้อง 3 คน เป็นผู้บริหารระดับกระทรวง 2 คน และผู้บริหารระดับกรมอุทยานฯ 1 คน โดยลงนามกันในวันที่ 16 พ.ค.2559 ดังนั้นจึงมีการเรียกร้องให้ตรวจสอบประเด็นนี้ให้กระจ่างด้วย

 

 

 

ที่มา : ข่าวสด ฉบับวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2560

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย