เชือด 165 ขรก. เซ่นส่วยเงินกู้เครือข่าย'วิชัย' ชง'ศอตช.'ฟันลอตแรกยังไม่แตะการเมืองหญิง

19 มกราคม 2560


 

          165 ข้าราชการมีหนาว "ยุติธรรม" ส่งรายชื่อให้ ศอตช. ลงดาบเชือดทุจริต หลังพบมีเอี่ยวรับเงินจากแก๊งเงินกู้นอกระบบเครือข่าย "วิชัย" แย้มยังมีรอขึ้นเขียงอีกกว่าพันราย ยันยังไม่จัดการอดีตนักการเมืองหญิง ต้องรอผลการ ตรวจสอบธุรกรรมการเงินจาก ปปง. ให้ชัดเจนก่อน

          พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เปิดเผย เมื่อวันที่ 17 มกราคม ถึงความคืบหน้า การตรวจสอบแก๊งปล่อยเงินกู้นอกระบบ เครือข่าย นายวิชัย ปั้นงาม ว่า ขณะนี้ ยังไม่มีการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้อง มารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม รวมถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลังให้การสนับสนุน นายวิชัย

 

ส่วนกรณีการตรวจสอบพบอดีตนักการเมืองหญิงคนหนึ่ง มีการโอนเงินก้อนใหญ่ให้กับ นายวิชัย โดยคาดว่าอาจมีความเกี่ยวพันกับการนำเงินไปปล่อยกู้แบบผิดกฎหมายนั้น ขณะนี้ยังรอการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่ชัดเจนจาก สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อยู่ เช่นเดียวกับการตรวจสอบหาความเชื่อมโยงกับบุคคลที่อยู่เบื้องหลังรายอื่นๆ ก็ต้องรอผลการตรวจสอบธุรกรรมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2558 ถึงปลายปี 2559 เพิ่มเติมด้วย ในระหว่างนี้จะไม่เร่งรัดการเข้ายึดอายัดทรัพย์จนกว่าจะพบหลักฐานความเชื่อมโยงที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม จากปฏิบัติการเข้าตรวจค้นทรัพย์สินเครือข่ายและ อายัดทรัพย์ได้จำนวนมากยังไม่พบว่า มีบุคคลเข้ามาแสดงตัวเป็นเจ้าของทรัพย์สิน

          พ.ต.อ.ดุษฎีกล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ปรากฏว่า มีรายชื่อรับเงินจากเครือข่ายของ นายวิชัย นั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบ เจ้าหน้าที่ 165 ราย ที่มีความเกี่ยวข้องจริง โดยได้ส่งรายชื่อทั้งหมดให้ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริต แห่งชาติ (ศอตช.) รับไปพิจารณา ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้ว ส่วนที่เหลืออีกนับพันรายชื่อคาดว่า อาจต้องส่งรายชื่อให้ศอตช.พิจารณาทั้งหมดเช่นกัน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการ ติดตามขยายผลเครือข่ายของ นายวิชัย นอกจากกลุ่มนายวิชัยที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและดำเนินคดีแล้ว ยังมีการตรวจสอบเชิงลึกพฤติกรรมของเครือญาติ เพื่อให้เห็นภาพความเชื่อมโยงกับ เครือข่ายการปล่อยกู้นอกระบบ ซึ่งเบื้องต้น พบทรัพย์สินหลายรายการที่ต้องเข้าไป ตรวจสอบที่มา

 

 

ที่มา : แนวหน้า ฉบับวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย