“วิลาศ” จ่อชงสอบการกีฬาฯ โอนงบกรมทางหลวงสร้างสนามกีฬาไม่เสร็จ แต่ไร้ค่าปรับ

20 กุมภาพันธ์ 2560


 

          วันที่ 19 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่การกีฬาแห่งประเทศไทย นำงบประมาณไปให้กรมทางหลวงสร้างสนามกีฬา 7 จังหวัด ประกอบด้วย อำนาจเจริญ, สกลนคร, สระแก้ว, มหาสารคาม, สมุทรปราการ, เพชรบูรณ์, นราธิวาส และศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติคือสนามกอล์ฟที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี วงเงินรวม 1,270 ล้านบาทว่า การกีฬาแห่งประเทศไทยโอนงบให้กรมทางหลวงเบิกจ่ายแทนกัน ทั้งที่กรมทางหลวงมีภารกิจหลักในการก่อสร้างบำรุงรักษาทาง และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ กรมทางหลวง ระบุว่า กรมทางหลวงมีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง การก่อสร้างบำรุงรักษาทางให้มีโครงข่ายถนนหนทางในประเทศ ไม่ได้บอกเลยว่ามีภารกิจในการสร้างสนามกีฬา เพราะเป็นภารกิจหลักของการกีฬาฯ แต่ทำไมโอนงบให้กรมทางหลวงทำ โดยใช้วิธีทำเอ็มโอยูโดยไม่มีการระบุว่าหากสร้างไม่เสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดจะต้องจ่ายค่าปรับอย่างไร

 

       นายวิลาศกล่าวด้วยว่า สำนักงบประมาณให้ในปี 2555 จำนวน 288 ล้านบาท ผูกพันปี 2556 จำนวน 981 ล้าน แต่เมื่อพิจารณางบปี 2556 ทำไม่ทันจึงปรับลดงบลงเหลือ 228 ล้าน ผูกพันปี 2557 จำนวน 752 ล้านแต่ก็ไม่เสร็จอีกจึงมีการปรับลดงบลงเหลือ 200 กว่าล้านขยายไปปี 2558 จำนวน 470 ล้านบาท และมีการขยายเวลาโดยมีการแก้เอ็มโอยูอีก 2 ครั้ง รวม 3 ครั้ง คือแทนที่จะเสร็จปี 2556 ไปเสร็จปี 2558 โดยการเซ้นต์เอ็มโอยูครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2555 ครั้งที่สอง 26 พ.ย. 2555 และครั้งที่สาม 15 ตุลาคม 2556 เรื่องนี้ความผิดปกติ คือไม่ใช่หน้าที่ของกรมทางหลวง แต่กลับมารับงานสร้างสนามกีฬา ที่พิสดารคือกรมทางหลวงมีศูนย์สร้างทางในแต่ละพื้นที่อยู่ โดยศูนย์ลำปางรับงาน 4 สนาม คือ สกลนคร นราธิวาส วันนี้ยังไม่รู้ว่าทำไปถึง 30 เปอร์เซ็นต์หรือยัง เพราะความจริงต้องสร้างให้เสร็จตั้งแต่ปี 2558 แต่จนถึงปลายปี 2559 ยังสร้างไม่เสร็จ ที่ร้ายที่สุดคือไปสร้างสนามกอล์ฟ เมื่อตนได้ข้อมูลก็ลงพื้นที่ไปอีกครั้งได้พูดคุยกับผู้รับเหมาทราบว่าสนามกอล์ฟใช้งบประมาณสองร้อยล้านและพบว่ามีการเบิกเงินตามใจชอบแทนที่จะเบิกเป็นงวดและยังมีการนำรถกรมทางหลวงไปใช้จึงต้องร้อง สตง.และ ป.ป.ช.ไปสอบว่ามีการเช่าอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ เบิกค่าน้ำมันที่ใคร ใครเป็นคนจ่าย

       นายวิลาศกล่าวด้วยว่า โครงการนี้ไม่น่าจะถูกต้องและเป็นภาระงบประมาณอย่างมากเนื่องจากเมื่อสร้างสนามกอล์ฟเสร็จจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแลเดือนละ 1 ล้าน 5 แสนบาท จึงมีคำถามว่าทำไมต้องสร้างสนามกอล์ฟดังกล่าว โดยอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ซึ่งอธิบดีกรมทางหลวงที่อยู่ในช่วงการทำเอ็มโอยูมี 4 คน คือ นายวันชัย ภาครัฐ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ถึง 30 กันยายน 2555 นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 55 ถึง 2540 กันยายน 2557 นายชูศักดิ์ เกวี ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2557 ถึง 30 กันยายน 2558 และนายธานินท์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวงคนปัจจุบันซึ่งเคยเป็นรองอธิบดีที่ดูแลเกี่ยวกับศูนย์สร้างทางในช่วงที่นายชัชวาลย์เป็นอธิบดีกรมทางหลวง นอกจากนี้ มีนายสถาพร เชื้อผู้ดี ผอ.ศูนย์สร้างทางจังหวัดลำปาง ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2559 โดยจะขอให้ ป.ป.ช.และสตง.ตรวจสอบภายในสัปดาห์หน้า เพราะคนเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำเอ็มโอยูซึ่งรวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องในส่วนของการกีฬาแห่งประเทศไทยด้วย โดยเชื่อว่าไม่ใช่มีแค่ข้าราชการประจำเท่านั้น แต่น่าจะมีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

 

 

 

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 19 กุมภาพันธ์ 2560

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย