'บิ๊กตู่'ย้ำสอบ'ซีซีทีวี'ร.ร.ใต้ส่อฮั้ว

16 มีนาคม 2560


 

          เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงปัญหาการจัดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) ในโครงการเซฟตี้ โซน สคูล 12 เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหาส่อทุจริตว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำลังตั้งกรรมการสอบสวนอยู่ อะไรที่ส่อว่าไม่ถูกต้อง ผิดกฎหมาย และไม่โปร่งใสก็ต้องสอบทั้งหมด

 

          ด้านนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า รายงานผลตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบโทรทัศน์วงจรปิดของโครงการดังกล่าวถึง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. และ พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ศธ.แล้ว จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่างบประมาณส่วนใหญ่เบิกจ่ายในพื้นที่เพราะอยู่ในวงเงินที่เขตพื้นที่ฯสามารถอนุมัติได้ ยกเว้น สพป.ปัตตานี เขต 1, สพป.นราธิวาส เขต 1 และ สพป.สงขลา เขต 3 ที่ต้องใช้งบประมาณเกิน 50 ล้านบาท จึงต้องให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เป็นคนเซ็นอนุมัติ

          "จากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 12 เขต เซ็นสัญญาแล้วเสร็จไปตั้งแต่เดือนกันยายน 2558 ก่อนที่ผมจะเข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการ กพฐ.ในวันที่ 1 ตุลาคม 2558 จึงไม่ทราบการดำเนินการที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น" นายการุณกล่าว

          รายงานข่าวจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำ จ.สงขลา แจ้งว่า จากการสอบพบส่อว่ามีการทุจริตโครงการติดตั้งกล้องซีซีทีวี ในโครงการเซฟตี้ โซน สคูล โดยมีการฮั้วประมูล ไม่ตรงสเปก ทำให้ราคาแพงเกินจริง ใน จ.สงขลา โดยมีโรงเรียนใน สพป.สงขลา เขต 3 จำนวน 162 โรง และ สพม.เขต 16 (สงขลา-สตูล) 7 โรง นายศรชัย ชูวิเชียร ผอ.ปปช.จ.สงขลา กล่าวว่า หากพบว่าผู้กระทำผิดมีตำแหน่งผู้อำนวยการ กองหรือเทียบเท่า เป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. แต่หากตำแหน่งต่ำกว่าเป็นอำนาจของ ป.ป.ท. ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจาก ป.ป.ท.หากมีหนังสือมาพร้อมเข้าไปตรวจสอบทันที

          แหล่งข่าวจากกรรมการตรวจรับกล้องซีซีทีวีของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน สพป.สงขลาเขต 3 กล่าวว่า พวกตนได้รับการแต่งตั้งจากผู้บริหารโรงเรียนเป็นกรรมการตรวจรับ แต่ไม่มีความรู้เรื่องกล้องซีซีทีวี เมื่อส่งมอบให้โรงเรียนครบจึงตรวจรับ หากมีความผิดทั้ง 486 คน จาก 162 โรง ความผิดที่เกิดขึ้นน่าจะอยู่ในส่วนกลาง

 

 

ที่มา : มติชน ฉบับวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2560

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย