'ดีเอสไอ'สอบโกง!

'ดีเอสไอ'สอบโกง!จำนำมันลงพื้นที่ตรวจโกดังเบื้องต้นสูญ84ล. - คม ชัด ลึก (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2558

          ดีเอสไอกำหนด 28 ม.ค.ตรวจโกดังมันสำปะหลังในโครงการแทรกแซงราคาของอคส. หลังพบพฤติกรรมใกล้เคียงโครงการรับจำนำข้าว สูญหายเบื้องต้นกว่า 84 ล้านบาทลั่นหากพบกลุ่มบุคคลเชื่อมโยงนักการเมือง จะรับเป็นคดีพิเศษ

          ความไม่ชอบมาพากลในโครงการแทรกแซงราคามันสำปะหลังที่จัดเก็บได้หายไปจากโกดังขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ต.ท.กรวัชร์  ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ดีเอสไอจะลง พื้นที่ตรวจสอบโกดังเก็บมันสำปะหลังของบริษัทเกษตรพืชผล อินเตอร์เทรด จำกัด ที่ อ.ลูกแก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ตามที่ได้รับแจ้งจาก อคส. ว่ามีมันสำปะหลังในโครงการแทรกแซงราคาสูญหายไปโดยมีมูลค่าความเสียหายกว่า 84  ล้านบาท ในวันที่ 28 มกราคมนี้ หลังจากนั้นจะนำข้อมูลมาประมวลเข้ากับการสูญหายของมันสำปะหลังที่จัดเก็บไว้กับบริษัทเกษตรพืชผลฯ ในพื้นที่ 5 จังหวัด รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 400 ล้านบาท

 

          "กรณีมันสำปะหลังสูญหายนี้มีพฤติกรรมใกล้เคียงกับกรณีข้าวในโครงการรับจำนำสูญหายไปจากโกดัง โดยมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่การนำแกลบไปจัดวางไว้ที่ฐานล่างแล้วนำมันเส้นโรยปิดทับเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ว่ามีมันสำปะหลังครบตามจำนวนที่รับซื้อในโครงการแทรกแซงราคา นอกจากนี้ดีเอสไอยังได้ติดต่อไปยังสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อขอให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่นำแกลบมาวางปะปนกับมันสำปะหลัง เนื่องจากมันสำปะหลังมีคุณสมบัติเป็นฟอสฟอรัสสามารถติดไฟได้ การนำแกลบมาวางที่ฐานจะมีผลทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ลามไปทั่วโกดังได้หรือไม่" พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าวชี้แจง

          ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นกำหนดแนวทางการสืบสวนไว้ 3 ประเด็น 1.มีการรับซื้อมันสำปะหลังจริงหรือไม่ เพราะในการตรวจสอบโกดังใน จ.สระบุรี พบเพียงโกดังว่างเปล่า 2.มีการรับซื้อมันสำปะหลังจริงแต่ไม่เต็มตามจำนวนที่เบิกรับเงินจาก อคส. และ 3.มีการรับซื้อมันสำปะหลังครบตามจำนวนแต่มีการลักลอบหมุนเวียนออกไปขายเพื่อทำกำไร ดังนั้น ดีเอสไอจึงจะต้องสืบสวนไปให้ถึงกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิด รวมถึงการขยายการตรวจสอบไปยังโกดังจัดเก็บมันสำปะหลังของบริษัทอื่นในพื้นที่อื่นๆ ทั้งหมดในโครงการแทรกแซงราคามันสำปะหลัง รวมถึงตรวจสอบไปถึงความเชื่อมโยงกับนักการเมืองด้วย หากมีหลักฐานชัดเจนจะเสนอให้นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ ให้รับเป็นคดีพิเศษต่อไป

          ด้าน นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวว่า คดีนี้ ป.ป.ท.ยังไม่ได้รับการประสานข้อมูลจากดีเอสไอ หากในชั้นสืบสวนพบความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ตามกฎหมายจะต้องส่งสำนวนมาให้ป.ป.ท. หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวน

          สำหรับคดีนี้ ผอ.อคส.ได้มีหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอ ให้เข้าตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำมันสำปะหลังของรัฐบาล โดยทราบว่ามีการลักลอบนำสินค้าของรัฐออกไปขายและนำเอาแกลบยัดใส่ถุงบิ๊กแบ็กมาเรียงไว้ แล้วนำมันเส้นจำนวนหนึ่งปิดทับ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ และต่อมาเกิดไฟไหม้โกดัง จึงนำรถแบ็กโฮมาขุดออก และพบว่ามีแกลบปะปนอยู่กับมันเส้นมากกว่า 80% โดยที่ผ่านมา ดีเอสไอเข้าตรวจสอบโกดังเก็บสินค้าของโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง บริษัท เกษตรพืชผลฯ ดังนี้ 1.โกดังที่ถนนแสงชูโต ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

          มูลค่าความเสียหาย กว่า 41 ล้านบาท และรอตรวจสอบมูลค่าอีกจำนวนหนึ่ง 2.โกดังของโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง บริษัท เกษตรพืชผลฯ ต.โคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี มูลค่าความเสียหายในส่วนที่ไฟไหม้พบแกลบ จำนวน 61 ล้านบาท และมันสำปะหลังที่สูญหายอีกจำนวน 99 ล้านบาท 3.โกดังโรงสีรวมทุนวัฒนา ต.สนับทึม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มูลค่าความเสียหาย จำนวน 98 ล้านบาท 4.โกดังในพื้นที่ ต.พุกร่าง อ.พุทธบาท จ.สระบุรี มูลค่าความเสียหาย 43 ล้านบาท

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย