ยกฟ้องคดีทุจริตเบิกจ่ายโอทีกทท.

23 มกราคม 2561


 

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ม.ค. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซอยสีคาม ถนนนครไชยศรี ศาลนัดฟังคำสั่งคดีในชั้นตรวจคำฟ้องที่พนักงานการท่าเรือแห่งประเทศ ไทย (กทท.) 9 คน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.อ.พินิจ ตั้งสกุล ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าชุดตรวจสอบขบวนการทุจริตเบิกจ่ายค่าล่วงเวลากว่า 3,000 ล้านบาท เรือตรีทรงธรรม จันทประสิทธิ์ รองผอ.กทท. รักษาการ ผอ.กทท. และ นายโกมล ศรีบางพลีน้อย ผอ.กทท. เป็นจำเลยที่ 1-3 ตามลำดับ ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

จากกรณีที่จำเลยทั้งสาม ได้ตรวจสอบเรื่องการเบิกจ่ายเงินล่วงเวลา (โอที) 3,000 ล้านบาท ของการท่าเรือฯ ที่สงสัยว่าจะมีพนักงานร่วมทุจริตหรือไม่ ต่อมาพวกจำเลย ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับรายละเอียด ซึ่งกลุ่มพนักงานการท่าเรือฯ เห็นว่า ได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าว จึงนำคดีมายื่นฟ้องต่อศาล โดยองค์คณะผู้พิพากษา พิเคราะห์คำฟ้อง และพยานหลักฐานต่าง ๆ ในชั้นตรวจคำฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสามกระทำตามหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงถูกต้องตามกฎหมาย จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องคดีโจทก์ไว้ไต่สวนมูลฟ้อง ให้ยกฟ้อง

Read more: ยกฟ้องคดีทุจริตเบิกจ่ายโอทีกทท.

ธาริตโดนคุก 3 เดือน

23 มกราคม 2561


 

ศาลสั่งจำคุกธาริต 3 เดือน แต่ให้รอลงอาญาพร้อมห้ามดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐ 5 ปี คดีไม่แสดงทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2561 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอ่านคำพิพากษาคดี นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์ว่า การที่นายธาริตและนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ คู่สมรสไม่แสดงรายการทรัพย์สินเป็นเงินฝากธนาคาร 4 บัญชี เงินลงทุนในหุ้นบริษัท 2 แห่ง สิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน 2 แปลง และเงินฝากธนาคาร 2 บัญชี ในชื่อของนายปิยฤกษ์ อรรถกานต์รัตน์ หลานของนางวรรษมล ที่มอบหมายให้อยู่ในความครอบครองดังกล่าว "เป็นการปกปิดไม่แสดงรายการทรัพย์สินของตนเองและคู่สมรสกรณีทุก 3 ปี ที่อยู่ในตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่านาย ธาริตมีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สิน"

Read more: ธาริตโดนคุก 3 เดือน

จำแนก 5 กลุ่ม ครูเอี่ยวนับร้อย 'ส.ส.-บิ๊ก สพฐ.' โดนด้วย! ป.ป.ช.จ่อฟันคดีทุจริตส.ฟุตซอลทั่วประเทศ

16 มกราคม 2561


 

เผย ป.ป.ช.เตรียมสรุปผลสอบคดีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอลทั่วประเทศเป็นการ จำแนกชัดผู้รวมขบวนการ 5 กลุ่ม ยอดผู้เกี่ยวข้องเอี่ยวนับร้อย ครูเพียบ 'ส.ส.-บิ๊กสพฐ' โดนด้วย ล่าสุดทยอยเรียกตัวผอ.โรงเรียนพื้นที่โคราช เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ชี้'ทุจริตต่อหน้าที่ -ฝ่าฝืนพ.ร.บ.ฮั้ว' เอื้อเอกชนรับงาน ไร้มาตรฐานใช้งานไม่ได้จริง

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยสำนักข่าวอิศรา ว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอลของโรงเรียนในสังกัดสำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) วงเงินกว่าร้อยล้านบาททั่วประเทศ อยู่ระหว่างสรุปสำนวนการสอบสวนคดีนี้ และคาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนเป็นทางการได้ในวันที่ 21 ม.ค.2561 นี้ โดยเบื้องต้นจากการไต่สวนพบว่าคดีมีมูลทุจริต มีการวางแผนงานทำกันเป็นขบวนการ มีผู้เกี่ยวข้อง 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. ส.ส.ที่แปรญัญติงบมาใช้ทำโครงการ 2. บริษัทเอกชนที่ปรากฎชื่อเข้าไปรับงาน ซึ่งหลายบริษัทมีความเชื่อมโยงกับส.ส.ด้วย 3. ผู้บริหารระดับสูงใน สพฐ. 4. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่ต่างๆ และ 5. ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ได้รับงบประมาณในการดำเนินงานโครงการ รวมจำนวนผู้เกี่ยวข้องนับร้อยคน โดยเฉพาะในส่วนของครูโรงเรียนต่างๆ

Read more: จำแนก 5 กลุ่ม ครูเอี่ยวนับร้อย 'ส.ส.-บิ๊ก สพฐ.' โดนด้วย! ป.ป.ช.จ่อฟันคดีทุจริตส.ฟุตซอลทั่วประเทศ

ผลสอบ'ผอ.รร.สามเสน'รับแป๊ะเจี๊ยะจริง

17 มกราคม 2561


 

"โกศล" เผยความคืบหน้า ผอ.รร.สามเสน พบผิดวินัยร้ายแรงรับเงินแป๊ะเจ๊ยะจริง ไม่ใช่รายเดียวไม่ส่งเข้าคลัง คาด ก.พ.นี้เรียบร้อย ส่วน ผอ.รร.อนุบาลลำปางพบว่ามีความผิดจริง ให้ไล่ออกจากราชการ

พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ปัญหาการ ทุจริตของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง นายวิโรฒ สำรวล ผอ.รร.สามเสนวิทยาลัย กรณีมีคลิปว่าเรียกรับเงินเพื่อรับเด็กเข้าเรียนชั้น ม.1 เมื่อปีการศึกษา 2560 ว่า เบื้องต้นคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงได้สรุปผลสอบสวนนายวิโรฒ พร้อมทั้งรองผู้อำนวยการ และผู้เกี่ยวข้องอีก 1 ราย โดยในส่วนของนายวิโรฒพบว่ามีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง เพราะมีการรับเงินแล้วไม่นำเข้าคลัง ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ ต้องรอคณะกรรมการสอบสวนวินัยสรุปผลอีกครั้ง ขณะที่อีก 2 รายยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้ คณะกรรมการสอบสวนวินัยได้ส่งหนังสือเชิญทั้ง 3 ราย มารับทราบข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน หากมีเหตุผลมาโต้แย้ง แต่ถ้าไม่โต้แย้งจะสรุปผล ก่อนเสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) กรุงเทพฯ พิจารณา ซึ่งโทษความผิดวินัยร้ายแรง โทษคือไล่ออกหรือปลดออก คาดว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์น่าจะสรุปชัดเจน

Read more: ผลสอบ'ผอ.รร.สามเสน'รับแป๊ะเจี๊ยะจริง

นายกฯย้ำให้ความเป็นธรรมคดีรถหรู

10 มกราคม 2561


 

ทำเนียบฯ * พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงแนวทางการช่วยเหลือของภาครัฐ ให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ไม่ได้รับรถหรือยังไม่ได้รับเงินคืนจากกรณีคดีทุจริตเลี่ยงภาษีนำเข้ารถหรู ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ต้องมองในหลายประเด็น 1.เกี่ยวกับผู้ประกอบการ ที่มีทั้งผู้ประกอบการที่เป็นตัวแทนบริษัทโดยตรงกับผู้แทนที่นำเข้า ซึ่งต้องสร้างความเป็นธรรม เพราะต้นทุนต่างกัน และ 2.ต้องดูแลผู้บริโภค ผู้ที่ซื้อไปแล้วทั้งที่รู้ว่าไม่ถูกกฎหมายจะเป็นอีกกรณีหนึ่ง ต้องไปทำให้ถูกกฎหมาย ส่วนกรณีที่ซื้อมือ 2 มือ 3 มือ 4 หรือ 5 ที่ไม่รู้ว่ามือ 1 ซื้อมาถูกกฎหมายหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จึงต้องระมัดระวังในการซื้อของเหล่านี้ ต้องทำให้ถูกต้อง การเสียภาษีต้องให้ตรงกับรุ่นและรถ

Read more: นายกฯย้ำให้ความเป็นธรรมคดีรถหรู

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย