ปปช. จ่อเชือด หลบภาษีบัญชีปานามา

8 เมษายน 2559


 

ส่อลุกลามใหญ่โต "ปานามา เปเปอร์" พ่นพิษ "ซีอีโอ" สถาบันการเงินขนาดใหญ่ของออสเตรีย ประกาศสละเก้าอี้ ลุกลามถึง "จิอันนีอินฟานติโน" ประธานฟีฟ่าคนปัจจุบัน มีรายชื่อพัวพันถ่ายทอดสดฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกที่อเมริกาใต้ ปี 2549 แฉบริษัทลูกค้านอกอาณาเขตภายใต้การดูแลของ "มอสแซค ฟอนเซกา" ใหญ่ที่สุดเป็นชาวเอเชีย ส่วนใหญ่มีสำนักงานที่ฮ่องกงกับจีน ป.ป.ช.จ่อขยับเชือดขบวนการปกปิดทรัพย์สินหลบเลี่ยงภาษี ปปง. เดินหน้าแถลงข้อเท็จจริงวันนี้ "อนุสรณ์" เรียกร้องรัฐบาลเร่งสอบสวนปกป้องชื่อเสียงผู้บริสุทธิ์และเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ "อิสระ" ยืนยันบริษัทไม่เกี่ยวข้องการฟอกเงิน

 

                สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปานามาซิตี ประเทศปานามา เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ว่า ประธานาธิบดีฮวน คาร์ลอส วาเลรา ผู้นำปานามา แถลงเรื่องการมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้รับผิดชอบหลัก จัดตั้งคณะทำงานอิสระ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อตรวจสอบและปฏิรูปโครงสร้างของระเบียบปฏิบัติด้านการเงินของปานามา และแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวกับนานาประเทศ เพื่อยกระดับความโปร่งใสของกฎหมายการเงินและระบบที่เกี่ยวข้อง เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของประเทศที่สูญเสียไปจากกรณีเอกสารปานามา

                ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติของ สวิตเซอร์แลนด์และสำนักงานอัยการสูงสุดส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ในเมืองนียง เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในปี 2549 ในอเมริกาใต้ ระหว่างยูฟ่ากับบริษัทครอส เทรดดิ้ง ของอาร์เจนตินา โดยการลงนามเกิดขึ้นในช่วงที่นายจิอันนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (ฟีฟ่า) คนปัจจุบัน อยู่ในตำแหน่งผู้อำนวยการด้านกฎหมายของยูฟ่า

                ทั้งนี้ อินฟานติโนออกแถลงการณ์ยืนยันสัญญาทุกฉบับระหว่างยูฟ่ากับบริษัทคู่สัญญาเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ โดยไม่เคยทราบมาก่อนว่าครอส เทรดดิ้ง มีความเกี่ยวพันกับบริษัทมอสแซค ฟอนเซกา ในเรื่องการจัดตั้งบริษัทนอกอาณาเขต และครอส เทรดดิ้ง ขายต่อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดให้กับบริษัท เทเลอามาโซนาสของเอกวาดอร์ ในราคาสูงกว่าตามที่ระบุอยู่ในสัญญากับยูฟ่าเกือบ 3 เท่า

                ด้านเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนนานาชาติ (ไอซีไอเจ) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรร่วมสืบสวนและสังเคราะห์ข้อมูลเอกสารการทำธุรกรรมลับของมอสแซค ฟอนเซกา ตลอดเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา จำนวน 11.5 ล้านฉบับรายงานเพิ่มเติมว่า ร้อยละ 29 ของบริษัทนอกอาณาเขตภายใต้การดูแลของมอสแซค ฟอนเซกา มีอยู่มากกว่า 214,000 แห่งนั้น มาจากการหาลูกค้ามีสำนักงานที่ฮ่องกงและประเทศจีนมากถึง 8 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ที่เมืองเศรษฐกิจ เช่น เมืองเซินเจิ้นและนครเซี่ยงไฮ้ หมายความว่า เอเชียคือตลาดใหญ่ที่สุดของมอสแซค ฟอนเซกา

                ขณะที่ นายมิคาเอล กราฮัมเมอร์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของธนาคารไฮโป ลันเดส บังก์ ฟอร์อัลแบร์ก หนึ่งในสถาบันการเงินขนาดใหญ่ของออสเตรีย หลังจากชื่อของธนาคารปรากฏอยู่ในรายชื่อสถาบันการเงิน 500 แห่ง ทำธุรกรรมร่วมกับลูกค้าของมอสแซค ฟอนเซกา โดยกรณีของธนาคารไฮโป ลันเดส บังก์ ฟอร์อัลแบร์ก ได้รับลูกค้าผ่านการติดต่อของทรัสตีในลิกเตนสไตน์ ส่วนกรณีของกราฮัมเมอร์ ถือเป็นนาย

 

ธนาคารระดับสูงคนแรกที่ลาออก เพราะกรณีแฟ้มลับ ปานามา

                ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เตรียมแถลงข่าวในวันที่ 8 เม.ย. ถึงกรณีมีรายชื่อคนไทยในเอกสารลับปานามา เปเปอร์ ว่า ขอให้ไป

                ฟังจากเลขาฯ ปปง.ชี้แจงน่าจะชัดเจนกว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดเท่าที่ควร แต่ขณะนี้ ปปง.ยังไม่ได้รับเอกสารที่ชัดเจน และคงจะต้องตรวจสอบไปตามขั้นตอน รวมทั้งจะต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานด้วย

                ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีการเปิดเผยเอกสารข้อมูลลับปานามา เปเปอร์ เชื่อมโยงการปกปิดทรัพย์สิน เพื่อหลบเลี่ยงภาษี ว่า ป.ป.ช.จะดำเนินการใด ๆ จะต้องขึ้นอยู่กับกรอบกฎหมายของ ป.ป.ช.และหากพบว่ามีรายชื่อข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ และนักการเมือง เข้าข่ายผิดกฎหมาย ป.ป.ช. จะต้องดำเนินการ แต่จะต้องรอฟังรายละเอียดจาก ปปง.ว่ามีข้อมูลอย่างไร เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

                ขณะที่ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเอกสารปานามา เปเปอร์ ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล โดยในวันที่ 8 เม.ย. เวลา 10.30 น. จะสรุปข้อมูลและแถลงให้ทราบอีกครั้ง ส่วนกรณีมีระดับผู้นำในต่างประเทศลาออกเพราะเรื่องดังกล่าวนั้น ถือเป็นเรื่องของประเทศนั้น ๆ และคงไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง พร้อมขอรวบรวมข้อมูลให้เรียบร้อย เพื่อให้สื่อมวลชนสอบถามได้ครบทุกประเด็น

                วันเดียวกัน พ.ต.อ.สีหนาท ได้เข้าพบกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อทำความเข้าใจในส่วนรายละเอียดข้อมูลพาดพิงรายชื่อคนไทย 21 คน และอาจเชื่อมโยงกับการฟอกเงินและเลี่ยงภาษีนั้นว่าตามขั้นตอนความร่วมมือของเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินข้ามชาติทั่วโลกกว่า 150 ประเทศ หากพบข้อมูลการฟอกเงินของกลุ่มบุคคลใดเข้าข่ายฟอกเงิน จะต้องส่งข้อมูลให้ประเทศที่เกี่ยวข้องรับทราบ เพื่อทำการตรวจสอบต่อไป

                ด้าน นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและ บริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล จะต้องเร่งสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อปกป้องชื่อเสียงของผู้บริสุทธิ์ เพียงแต่มีชื่อไปเกี่ยวพันกับปานามา เปเปอร์ รวมทั้งจะต้องดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดจริง เพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการปราบปรามการฟอกเงิน และการทุจริตคอร์รัปชั่นจริงหรือไม่

                นายอนุสรณ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการจดทะเบียนธุรกิจในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากจัดตั้งเพื่อทำธุรกิจตามปกติ แต่หากทำเพื่อเป้าหมายการฟอกเงินหรือการซุกซ่อนทรัพย์สินที่ได้มาอย่างไม่ถูก จะเป็นสิ่งผิดทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยวิธีการและ เทคนิคการฟอกเงินได้ปรับเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการโต้ตอบของทางการ ขณะที่ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทย เป็นปัญหารุนแรงและยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น ทั้งนี้ขบวนการฟอกเงินการหลีกเลี่ยงภาษีเกี่ยวพันกับบุคคลมีอำนาจทางเศรษฐกิจ และอำนาจทางการเมืองจำนวนไม่น้อยในสังคมไทย

                ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานหอการค้าไทย ระบุว่า รู้สึกแปลกใจว่ามีชื่อตนได้อย่างไร จึงอยากให้ผู้เผยแพร่ข่าวสารออกมาตรวจสอบให้ชัดเจน ไม่ใช่กล่าวหากันลอย ๆ พร้อมยืนยันว่าบริษัทไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมายและการฟอกเงินใด ๆ และพร้อมให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน จนทำให้ผู้ทำธุรกิจด้วยความถูกต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง และต้องแยกเป็น 2 ประเด็น คือ เรื่องการทำธุรกิจในต่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเรื่องการทำธุรกิจในต่างประเทศที่เกี่ยวกับการฟอกเงิน พร้อมยืนยันด้วยว่าทุกอย่างทำถูกต้องตามกฎหมาย.

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย