แฉกองทุนมาเลเซียจ่ายเงินหมกเม็ดสอบอดีตซีอีโอวันเอ็มดีบี

8 เมษายน 2559


 

             รัฐสภามาเลเซียออกรายงานฉบับหนึ่งระบุว่า กองทุนวัน มาเลเซีย ดีเวลลอปเมนต์ เบอร์ฮัด (วันเอ็มดีบี) ที่เกี่ยวโยงกับนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ได้นำเงินกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 105,000 ล้านบาท ไปใช้จ่ายในต่างประเทศโดยไม่มีคำอธิบาย พร้อมกับเรียกร้องให้มีการสอบสวนอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)

 

           รายงานของคณะกรรมการตรวจสอบบัญชี (พีเอซี) ของรัฐสภามาเลเซียเผยเป็นครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสบดีว่า พบการกระทำที่ผิดของกองทุนวันเอ็มดีบี โดยรายงานที่มีความหนา 106 หน้ากล่าวต่อไปว่า มีการจ่ายเงินจากกองทุนวันเอ็มดีบีโดยไม่ได้รับอนุมัติเป็นจำนวนกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งพีเอซีแสดงความเห็นในรายงานว่า นายชาห์โรล อัซราล อิบราฮิม ฮัลมี อดีต ซีอีโอของวันเอ็ม ดีบี ต้องรับผิดชอบที่ล้มเหลวในการควบคุมและทำงานไร้ประสิทธิภาพ ดังนั้นพีเอซีจึงขอร้องให้หน่วยงานทางกฎหมายเข้าสอบสวนนายชาห์โรล ที่ดำรงตำแหน่ง ซีอีโอกองทุนวันเอ็มดีบี ระหว่างปี 2552 ถึงปี 2556

          รายงานชิ้นนี้ ไม่ได้กล่าวโทษนายกฯ นาจิบที่ต้องรับผิดชอบต่อกองทุนวันเอ็มดีบี แม้นายนาจิบเป็นผู้ก่อตั้งวันเอ็มดีบีเมื่อปี 2552 และเขาต้องต่อสู้กับข้อกล่าวหาว่า ปล้นเงินจากกองทุนดังกล่าวหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทั้งนายกฯนาจิบและกองทุนวันเอ็มดีบี ปฏิเสธข้อหาทุจริต

          อย่างไรก็ตาม ปัญหาการทุจริตในมาเลเซียยังไม่จบแค่นี้ เนื่องจากทางการสวิตเซอร์แลนด์ต้องสงสัยว่า อาจมีการปล้นเงินจากกองทุนวัน เอ็มดีบีมากถึง 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 140,000 ล้านบาท นอกจากทางการสวิสแล้ว ทางการสหรัฐ, สิงคโปร์, ฮ่องกง และอีกหลายแห่ง กำลังดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้เช่นกัน

        ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์วอลสตรีทในสหรัฐ เป็นผู้เปิดโปงเมื่อปีที่แล้วว่า มีการโอนเงิน 681 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 20,000 ล้านบาท เข้าบัญชีส่วนตัวของนายกฯมาเลเซียเมื่อปี 2556 ซึ่งนายนาจิบปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ และมีรายงานล่าสุดมาว่า คณะกรรมการบริหารชุดปัจจุบันของวันเอ็มดีบี ได้ยื่นใบลาออกต่อกระทรวงการคลัง หลังรัฐสภาสอบกองทุน.

 

 

 

ที่มา :  เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย