ศาลสั่งยึดทรัพย์ “พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” อดีต ผบช.ก. 25 ล้านบาทตกเป็นขอแผ่นดิน

ศาลสั่งยึดทรัพย์ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์อดีต ผบช.ก. 25 ล้านบาทตกเป็นขอแผ่นดิน

9 มีนาคม 2559


 

ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า  ศาลแพ่งสั่งยึดทรัพย์ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์อดีต ผบช.ก. รวม1,014 รายการ มูลค่า 25,159,800 บาทที่มาจากการกระทำความผิด ตกเป็นของแผ่นดิน

       วันที่ 8 มี.ค. ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์สิน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. รวม 1,014 รายการ มูลคา 25,159,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 49, 51 และ 58

 

       สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์กับพวกมีพฤติการณ์กระทำผิดเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ราชการและความผิดเกี่ยวกับการพนัน โดยขณะดำรงตำแหน่งเป็น ผบช.ก.ได้ร่วมกับพวกเรียกร้องเงินจากข้าราชการตำรวจที่ขอแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งสำคัญรายละ 3-5 ล้านบาท เมื่อได้รับแต่งตั้งแล้วต้องนำเงินส่งให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์เป็นรายเดือนๆ ละ 1 หมื่น ถึง 2 ล้านบาท นอกจากนี้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์กับพวกร่วมกันเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบธุรกิจค้าน้ำมันเถื่อนทางน้ำเป็นเงินเดือนละ 2-5 ล้านบาท และยังร่วมกับพวกเช่าสถานบริการอาบอบนวดโคลอนเซ่เพื่อเปิดบ่อนการพนันถั่วครอบ โดยนำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดไปชื้อทรัพย์สินต่างๆ ต่อมา พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ถูกศาลพิพากษาลงโทษในคดีอาญาฐานความผิดหมิ่นเบื้องสูง มาตรา 112, พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และ พ.ร.บ.การพนัน คณะกรรมการ ปปง.จึงตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และเสนอพนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลยึดทรัพย์ของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จำนวน 1,014 รายการ พร้อมดอกเบี้ยให้ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งไม่มีผู้ใดคัดค้าน

       ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์รับราชการตำรวจมีรายได้จากเงินเดือนของทางราชการ ซึ่งไม่มีหลักฐานมาแสดงว่ามีรายได้พิเศษอย่างอื่น การยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อปีระบุมีเงินได้ปีละ 1 ล้านบาทเท่านั้น แต่กลับมีทรัพย์สินต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยทรัพย์สิน 1,014 รายการ มีมูลค่า 25 ล้านบาทเศษ และไม่สามารถแสดงถึงการได้มาโดยชอบของทรัพย์สินดังกล่าวได้ และเมื่อพนักงานอัยการยื่นคำร้องคดีนี้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ก็ไม่ได้โต้แย้งคัดค้าน ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าทรัพย์สินตามรายการข้างต้นเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จึงมีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง

 

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ถูกอัยการยื่นฟ้อง 7 สำนวน ในคดีอาญาฐานฟอกเงิน, คดีเรียกรับส่วยน้ำมันเถื่อน, คดีรับส่วยแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจใน บช.ก., คดีลักลอบเปิดบ่อนพนันโคลอนเซ่ ย่านพระราม 9, คดีกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ, คดีลักลอบครอบครองวัตถุโบราณ และคดีรับของโจร รวมจำคุกทั้งสิ้น 36 ปี 3 เดือน

 

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 8 มีนาคม 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย