ป.ป.ช. ชี้มูล 'ธาริต เพ็งดิษฐ' ร่ำรวยผิดปกติ346 ล. ส่งอัยการฟ้องยึดทรัพย์

ป.ป.ช. ชี้มูล 'ธาริต เพ็งดิษฐ' ร่ำรวยผิดปกติ346 ล. ส่งอัยการฟ้องยึดทรัพย์

11 มีนาคม 2559


 

ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ 7 เสียง ชี้มูลความผิด 'ธาริต เพ็งดิษฐ' ร่ำรวยผิดปกติ 346 ล้าน เตรียมส่งอัยการสูงสุดฟ้องยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดิน

                ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มี.ค.59 ที่ผ่านมา นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนกรณีการกล่าวหานายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่ำรวยผิดปกติ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ว่าที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียงว่านายธาริต เพ็งดิษฐ์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ จึงส่งคำร้องให้อัยการสูงสุดยื่นต่อศาลให้สั่งทรัพย์สินของนายธาริต คู่สมรสและผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 346 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน

 

โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณารายงานผลการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า นายธาริต และนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ คู่สมรส มีทรัพย์สินจำนวนมาก หรือมีทรัพย์สินมากหรือมีหนี้สินลดลงมาก เกินกว่าฐานะและรายได้ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะพึงมีได้ อีกทั้งยังปรากฏพฤติการณ์โอน ยักย้าย แปรสภาพหรือซุกซ่อนทรัพย์สิน  รวมทั้งให้บุคคลอื่นถือทรัพย์สินแทน

โดยพบว่า นายธาริตให้นายปิยฤกษ์ อรรถกานต์รัตน์ ซึ่งเป็นหลานชายของนายธาริต และนางวรรษมล และบริษัท ปิยธนวรรษ จำกัด ซึ่งมีนายปิยฤกษ์ และนางกานดา เผือดจันทึก น้องสาวของนางวรรษมล เป็นกรรมการบริษัท มีชื่อเป็นผู้ถือครองทรัพย์สินจำนวนมากแทนนายธาริต และนางวรรษมล

จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นายธาริต ร่ำรวยผิดปกติ รวมมูลค่า 346,652,588 บาท โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือหนี้สินลดลงมากผิดปกติ

แต่เนื่องจากทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติดังกล่าวบางส่วนได้มีการโอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สิน ทำให้ไม่สามารถติดตามทรัพย์สินได้ คงเหลือทรัพย์สินที่นายธาริต ได้มาโดยร่ำรวยผิดปกติที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งอายัดไว้เป็นการชั่วคราว จำนวน 90,260,687 บาท

ทรัพย์สินที่ได้มาโดยร่ำรวยผิดปกติในส่วนที่เหลือจำนวน 256,391,901.12  บาท ให้บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของนายธาริต และนางวรรษมล โดยให้ส่งรายงานและสำนวนการไต่สวนให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาล ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเพื่อขอศาลสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ตามมาตรา 80  และมาตรา 83  แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการป.ป.ช. กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนว่ามีข้าราชการระดับสูงสร้างบ้านที่เกรงว่าจะรุกล้ำเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาใหญ่ ป.ป.ช.จึงลงพื้นที่ตรวจสอบและพบว่าเจ้าของบ้านคือ ภรรยา ของนายธาริต จากนั้นป.ป.ช.ได้ดำเนินตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนายธาริตที่เคยแสดงบัญชีต่อป.ป.ช.ว่ามีรายการดังกล่าวอยู่หรือไม่ ซึ่งไม่พบรายการดังกล่าว มีเหตุอันควรสงสัยว่าร่ำรวยผิดปกติ จึงตั้งอนุกรรมการไต่สวนรวบรวมพยานหลักฐาน ต่อมาพบพฤติการณ์ยักย้ายแปรสภาพ ซุกซ่อนทรัพย์สินต่างๆ ป.ป.ช.จึงสั่งอายัดไว้ สองครั้ง จำนวน 90 ล้านบาท แล้วได้แจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งนายธาริต ได้มารับทราบข้อกล่าวหา แต่ไม่ยอมมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่เข้าใจข้อกล่าวหาของอนุกรรมการไต่สวน และบอกว่าอนุกรรมการไม่ให้ความเป็นธรรม

ทั้งนี้ อนุกรรมการได้เปรียบเทียบรายได้ของธาริต ซึ่งพบว่ามีทรัพย์สินที่ป.ป.ช.พิจารณาว่าไม่มีที่มาที่ไป และมีที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 346 ล้านบาท จึงมีมติชี้มูลความผิดกรณีร่ำรวยผิดปกติ

นายปรีชา กล่าวว่าสำหรับเสียงลงมติชี้มูลความผิดที่เป็นเอกฉันท์จำนวน 7 เสียงนั้น มีกรรมการ 2 คนที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม คือ นางสุวณา สุวรรณจูฑะ ที่ติดภารกิจ และพล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง ที่ขอไม่เข้าร่วมประชุมเนื่องจากทนายความของนายธาริต มีนามสกุลเดียวกับพล.ต.อ.สถาพร จึงเกรงว่าจะมีส่วนได้ส่วนเสีย

 

 

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา วันที่ 10 มีนาคม 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย