ศาลฎีกาฯสั่งจำคุก 1 เดือนนักการเมืองชลบุรี จงใจซุกหนี้ 1 ล. พ้นตำแหน่งทันที

ศาลฎีกาฯสั่งจำคุก 1 เดือนนักการเมืองชลบุรี จงใจซุกหนี้ 1 ล. พ้นตำแหน่งทันที

21 มีนาคม 2559


 

ศาลฎีกาฯฟัน วิชิต ชิตวิเศษรองนายกเทศมนตรี จ.ชลบุรี จงใจซุกหนี้ 1 ล้าน ป.ป.ช. จำคุก 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท ให้รอลงโทษ พ้นตำแหน่งทันที

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้นายวิชิต ชิตวิเศษ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองบ้านสวน จ.ชลบุรี พ้นตำแหน่งคดีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.)

สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มี.ค.59 สำนักงานศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้เผยแพร่คำพิพากษาคดี คณะกรรมการ ป.ป.ช. (ผู้ร้อง) ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาฯวินิจฉัยนายวิชิต ชิตวิเศษ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองบ้านสวน (ผู้คัดค้าน) จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 19 ส.ค.54 ด้วยข้อความเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ เนื่องจากนายวิชิตไม่แสดงรายการหนี้เงินกู้ยืมจากนายสุชาติ สุรกิจบวร จำนวน 1 ล้านบาท เมื่อ ป.ป.ช.ให้นายวิชิตชี้แจง เจ้าตัวให้เหตุผลว่าหลงลืมคิดว่ายื่นบัญชีทรัพย์สินครบถ้วนแล้ว

 

ผู้คัดค้านให้การปฏิเสธ แต่ก่อนเริ่มการไต่สวน ผู้คัดค้านขอถอนคำให้การเดิมและยื่นคำให้การใหม่เป็นรับสารภาพ

ศาลฎีกาฯพิพากษาว่าให้นายวิชิตซึ่งปัจจุบันเป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองบ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี พ้นจากตำแหน่งรองนายกฯนับแต่วันที่ 16 พ.ย.58 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกาฯวินิจฉัย ห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือในตำแหน่งใดใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค.57 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งที่ได้รับเลือกตั้งเมื่อ 19 มิ.ย.54 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 34 วรรคสอง กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท

ผู้คัดค้านให้การรับการสารภาพ มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี มีเหตุให้บรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับการลงโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 (คดีหมายเลขแดงที่ อม.84/2558-16 พ.ย.58)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อ 14 ม.ค.59 สำนักงานศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้เผยแพร่คำพิพากษาคดีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยกรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น (ผู้คัดค้าน) จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน จำนวน 10 คดี (ราย) ปรากฏว่าศาลฎีกาฯพิพากษาให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองดังกล่าวมีความผิดทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ 1 คดี คือ เรืออากาศเอก สุธี จุลชาติ กรรมการสถาบันการบินพลเรือน รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม (คดีหมายเลขแดงที่ อม.80/2558 -26 ต.ค.58) อีก 9 คนเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ได้แก่

1.นายโอภาส ฉิวพันธ์ สมาชิกสภาเทศบาลนครศรีธรรมราช (คดีหมายเลขแดงที่ อม.66/2558 -22 ก.ย.58)

2.นายเอกสิทธิ์ จุลสุคนธ์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองศรีราชา จ.ชลบุรี (คดีหมายเลขแดงที่ อม.67/2558 -22 ก.ย.58)

3.นายราเชนทร์ โฉมจิตร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหีบ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา (คดีหมายเลขแดงที่ อม.68/2558 -22 ก.ย.58)

4.นายบารมินทร์ นครชัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตอกแป้น อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ (คดีหมายเลขแดงที่ อม.71/2558 -24 ก.ย.58)

5. นายสิทธิโชค พันฤทธิ์ดำ เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลเขาชัยสน จ.พัทลุง (คดีหมายเลขแดงที่ อม.73/2558 -24 ก.ย.58)

6.นายจตุพล ปักเข็ม เลขานุการนายกเทศมนตรีนครศรีธรรมราช (คดีหมายเลขแดงที่ อม.75/2558 -24 ก.ย.58)

7.นายบัวลำ วังคีรี เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาหลังใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว (คดีหมายเลขแดงที่ อม.76/2558 -24 ก.ย.58)

8.นายวิชล แก้วถาวร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ จ.ฉะเชิงเทรา (คดีหมายเลขแดงที่ อม.81/2558 -26 ต.ค.58)

9.นายยอดยิ่ง ใจมูล สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก (ส.อบจ.ตาก) (คดีหมายเลขแดงที่ อม.82/2558 -26 ต.ค.58)

ตั้งแต่เดือน 1 ม.ค.-30 ธ.ค.58 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเผยแพร่คำวินิจฉัยคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ร้อง ยื่นเรื่องให้วินิจฉัยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้คัดค้าน จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและปกปิดรายการทรัพย์สินฯ รวม 59 คดี (ราย) ศาลฎีกาฯมีคำวินิจฉัยให้ผู้คัดค้านมีความผิด 58 ราย และ ยกคำร้อง 1 ราย

ในจำนวนนี้ 3 ถูกพิพากษาจำคุกโดยไม่รอการลงโทษ ล่าสุดคือ นายราเชนทร์ โฉมจิตร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหีบ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ศาลฯพิพากษาจำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 6 เดือน ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน

 

 

สามารถอ่านรายละเอียดและข่าวสารที่เกี่ยวข้องได้ที่เว็ปไซต์สำนักข่าวอิศรา  www.isranews.org

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา วันที่ 19 มีนาคม 2559 

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย