ปปช. ดันมาตรา44 ปราบโกง

ปปช. ดันมาตรา44ปราบโกง

21 มีนาคม 2559


 

"วัชรพล ประธาน ป.ป.ช. " เครื่องร้อน จ่อชง "บิ๊กตู่" ใช้ ม.44 แก้กฎหมาย ป.ป.ช.ปลดล็อกให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ซี 4-5 ร่วมสอบจับโกง แก้ปัญหาคดีค้างล้นสำนักงาน "วิลาศ" ย้ำคำป๋าเปรม ทุจริตยุครัฐประหารไม่ลดลง

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงาน ป.ป.ช.ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือเวิร์กช็อปครั้งใหญ่ ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน เลขาธิการ ป.ป.ช. และผู้บริหารของสำนักงาน ป.ป.ช. รวมถึงเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช.ประมาณ 200 คนเข้าประชุม เพื่อร่วมกันหาวิธีปรับปรุงการทำงานของ ป.ป.ช.ให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการไต่สวนคดีทุจริต ที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ภายในปีงบประมาณ 2559 นี้ (ระหว่างเดือนตุลาคม 2558-กันยายน 2559) จะต้องทำคดีสำคัญให้แล้วเสร็จอย่างน้อย 500 คดี

 

มีรายงานว่า ที่ประชุมได้ระดมสมองก่อนมีข้อสรุปร่วมกันราว 30 ข้อ ทั้งการปรับปรุงวิธีการทำงาน รวมไปถึงการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยแหล่งข่าวระบุว่า หนึ่งในข้อเสนอที่สำคัญคือการแก้ไข พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 เพื่อให้ เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการที่มีประสบการณ์ทำงานระดับหนึ่ง หรือเทียบเท่าข้าราชการระดับซี 4-5 มาร่วมทำสำนวนการไต่สวนคดีทุจริตได้ จากที่ปัจจุบันต้องเป็น เจ้าหน้าที่ระดับชำนาญการหรือเทียบเท่าข้าราชการระดับซี 6 ขึ้นไปเท่านั้น เพราะสำนักงาน ป.ป.ช.มีเจ้าหน้าที่ระดับชำนาญการเพียงกว่า 200 คน ทำให้แต่ละคนต้องรับผิดชอบสำนวนมากถึงคนละกว่า 20-30 สำนวน หากสามารถผ่องถ่ายงานไปให้กับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการได้ จะทำให้การไต่สวนคดีทุจริตเป็นไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

แต่การจะแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและใช้เวลา ต้องเสนอผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาอีกครั้ง ในวงประชุมจึงหารือกันว่าอาจจะใช้วิธีเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ใช้อำนาจในฐานะหัวหน้าคสช. ให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ในการแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ ในประเด็นดังกล่าว

"เป็นเพียงการแก้ไขประเด็นเล็กๆ เพียงประเด็นเดียว โดย พล.ต.อ.วัชรพล ระบุว่า หากไปอธิบายกับนายกฯ ว่าการแก้ไขประเด็นนี้จะช่วยให้การไต่สวนคดีทุจริตเป็นไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ก็เชื่อว่านายกฯจะเห็นด้วย โดย พล.ต.อ.วัชรพล ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไปจัดทำร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาให้พิจารณา หลังเดินทางกลับจากไปราชการต่างประเทศ ในวันที่ 20 มีนาคม 2559 นี้แหล่งข่าวจากป.ป.ช.ระบุ

แหล่งข่าวกล่าวว่า อีกหนึ่งในข้อเสนอที่น่าสนใจในการเร่งทำคดีทุจริตให้แล้วเสร็จ ได้แก่ การให้รางวัลกับเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่สามารถทำคดีทุจริตขนาดใหญ่หรือมีความซับซ้อนได้แล้วเสร็จ โดยอาจมีการให้เป็นตัวเงิน เช่น ค่าทำสำนวน ซึ่งเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องแก้ไข พ.ร.บ. ป.ป.ช. คณะกรรมการ ป.ป.ช. สามารถดำเนินการได้เองเป็นการภายใน เช่น การออกประกาศหรือระเบียบมาบังคับใช้

ด้านนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า สำหรับการร่าง รธน.ในเวลานี้ ที่เรียกกันว่าร่าง รธน.ปราบโกง แต่หากองค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบไม่ปฏิบัติ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ และที่ผ่านมามีการอ้างว่าการทุจริตลดลงในช่วง คสช.ไม่เป็นความจริง เพราะทั้งก่อนและหลังรัฐประหารก็เท่ากัน คืออยู่ที่ตัวเลข 3.8 โดยเมื่อไม่นานมานี้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีก็ระบุว่าการทุจริตไม่ได้ลดลง ตัวอย่างเช่นกรณีการทุจริตยาปราบศัตรูพืช ซึ่งมีความชัดเจนในการลงโทษคนที่ทำผิดบางส่วน แต่กลับไม่ดำเนินการคนที่เป็น สนช.อยู่ในปัจจุบัน จึงถามว่าเมื่อใดจะดำเนินการกับอดีตผู้ว่าราชการ จ.มุกดาหารและจังหวัดเลย หากไม่ทำก็ต้องยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ลงโทษอดีตผู้ว่าราชการ จ.บึงกาฬด้วย เพราะทำผิดในลักษณะเดียวกัน สิ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างว่าถ้าคนปฏิบัติไม่เอาจริงเขียน รธน.อย่างไรก็ปราบการทุจริตไม่ได้

นายวิลาศยังเสนอให้มีการกำหนดกรอบการปฏิบัติงานขององค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริตไม่ใช่กำหนดเฉพาะนักการเมือง แต่ให้รวมกับข้าราชการทั้งพลเรือนและทหารกับตำรวจด้วย พร้อมกับยกตัวอย่างคดีที่มีการตัดสินเมื่อเดือน พ.ย.ปี 2558 กรณีเหมืองแร่แบไรต์ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งอ้างว่าจะมีผลพลอยได้เป็นแร่เหล็ก เมื่อสอบสวนพบว่าได้แร่เหล็กมากกว่าแร่แบไรต์ที่ขออนุญาตทำเหมืองถึง 50 เท่า โดยในการลงพื้นที่กลับไม่พบการขุดเจาะหาแร่แต่อย่างใด จึงมีคำถามถึงคนอนุญาตว่าเรื่องเช่นนี้เป็นไปได้อย่างไร กรณีนี้มีการดำเนินคดีถึงศาลฎีกามีคำตัดสินลงโทษคนที่ทำเหมืองเท็จ 8 ปี แต่เรื่องที่ตนส่งไปให้ ป.ป.ช.พิจารณากลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ จึงเป็นกรณีตัวอย่างถึงการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพของ ป.ป.ช. ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่เคยเชิญไปสอบทั้งที่กรณีนี้มีความเสียหายสูงถึงกว่า 600 ล้านบาท เพราะมีการออกใบขนแร่โดยไม่มีการทำเหมืองจริง ในขณะที่อุตสาหกรรมจังหวัดที่กระทำความผิดกลับได้รับการลงโทษสถานเบา โดยอ้างว่าไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยมาก่อนทำให้ถูกลงโทษเพียงแค่ตัดเงินเดือน 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ผมเสนอให้ยกเลิกธนบัตรเดิม พิมพ์ธนบัตรใหม่เพื่อปราบการทุจริต โดยกำหนดระยะเวลาให้ทุกคนที่อยู่ในประเทศที่มีเงินไปแลกธนบัตรใหม่ภายในเวลาหนึ่งปี ไม่แลกถือว่าสละสิทธิ์ ผมจะดูว่าคนที่โกงแล้วบอกว่าไม่ได้โกงจะทำกันอย่างไร ไม่ต้องมีการเอาเงินไปฝังไหอีกต่อไป และถ้าใครแลกเกิน 2 ล้านบาท ต้องชี้แจงที่มาที่ไปของเงินด้วย ถ้าเกิน 10 ล้านบาท หรือมีเงินฝากเกิน 10 ล้านทุกบัญชีรวมกัน หน่วยงานที่รับแลกต้องประกาศให้ประชาชนรับทราบจำนวนเงินเพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ เชื่อว่าคนที่ไม่กล้าแลกจะมีมากหลายล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สามารถนำมาสร้างรถไฟความเร็วสูงโดยไม่ต้องกู้เงินนายวิลาศ กล่าว.

 

 

 

ที่มา : ไทยโพสต์ วันที่ 21 มีนาคม 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย