สำนักนายกฯ ทวงเงิน ทส. 100ล้าน สอบ ขรก. เอี่ยวโกงฟันอาญา

21 เมษายน 2559


 

                เมื่อวันที่ 19 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มีหนังสือถึงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล (ทบ.) พร้อมแนบหนังสือของสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ที่ให้เร่งรัดติดตามกรณีเงินขาดบัญชีหรือเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตจากโครงการต่างๆ หลายสิบโครงการที่ทำให้ราชการเสียหาย มูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท อาทิ สำนักงานป่าไม้จังหวัดมหาสารคาม เบิกจ่ายเงินงบประมาณโดยมิชอบหรือทุจริต จำนวนเงินที่เสียหาย 6,595,685.34 บาท การทุจริตเบิกจ่ายเงินโครงการส่งเสริมเกษตรกรปลูกป่า สำนักงานป่าไม้จังหวัดสุรินทร์ จำนวนเงิน 5,182,900 บาท ทุจริตการปลูกป่าของสำนักงานป่าไม้เขตนครราชสีมา จำนวนเงิน 520,180 บาท สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ ต.พนางตุง จ.พัทลุง ใช้ลูกจ้างของรัฐไปเป็นคนงานให้กับบริษัทรับเหมาก่อสร้าง จำนวนเงิน 1,078,334 บาท การเบิกจ่ายเงินค่าจ้างแรงงานให้แก่ลูกจ้างชั่วคราวรายวันเป็นเท็จของศูนย์ควบคุมไฟป่าที่ 21 (นครราชสีมา) จำนวนเงิน 515,222 บาท

 

                นอกจากนี้ยังมีกรณีทุจริตการเบิกจ่ายเงินตามโครงการส่งเสริมเกษตรกรปลูกป่าของสำนักงานป่าไม้ อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ จำนวนเงิน 127,220 บาท สถานีควบคุมไฟป่าพะเยา จ่ายเงินค่าจ้างชั่วคราวเป็นเท็จเพื่อเบิกเงินงบประมาณจำนวนเงิน 1,408,756 บาท การเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของสำนักงานป่าไม้จังหวัดตรัง โดยปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม จำนวนเงิน 177,077.55 บาท การจ่ายเงินค่าเลี้ยงเจ้าหน้าที่และการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด จ.พัทลุง ไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ จำนวน 1,429,985 บาท การทุจริตโครงการส่งเสริมเกษตรกรปลูกป่าของสำนักงานป่าไม้ อ.โคกศรีธาตุ จ.อุดรธานี จำนวนเงิน 751,300 บาท เป็นต้น

                ด้านนายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า เห็นเอกสารดังกล่าวแล้ว ให้นายสมชัย มาเสถียร รองอธิบดีกรมป่าไม้ ตรวจสอบรายชื่อข้าราชการที่ปรากฏในรายชื่อของสำนักนายกฯ พบว่ามีทั้งที่ยังรับราชการและที่เกษียณไปแล้ว ซึ่งกรมป่าไม้จะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อติดตามกรณีเงินขาดบัญชีจากโครงการต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เข้าไปเกี่ยวข้อง ถ้าพบความผิดจะตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ถ้าผิดจริงก็ไล่ออก รวมทั้งฟ้องแพ่งให้ชดใช้เงินที่ทำให้ราชการเสียหาย ส่วนข้าราชการที่เกษียณอายุไปแล้ว ต้องฟ้องแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายต่อไป

                ขณะที่นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรม อุทยานฯ กล่าวว่า ได้รับเอกสารแล้วและจะตรวจสอบรายชื่อข้าราชการที่ทุจริตและผู้เกี่ยวข้องที่สร้างความเสียหายแก่ราชการ ถ้าพบความผิดจริงก็ต้องเจอทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง

 

 

 

ที่มา : มติชน ฉบับวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย