พิจิตรลุยสอบรุกธรณีสงฆ์ – ทุจริตงบ 5 ล้าน

21 เมษายน 2559


 

               สยามรัฐ รายงานว่า นายบุญเวทย์ ศรีพวงใจ รอง ผวจ.พิจิตร ได้ลงพื้นที่วัดศรีเบญจคาลัย (วัดบางเบน)ต.ท้ายทุ่ง อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร หลังจากที่ครูบามงคล ได้เข้าร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมศาลากลางจังหวัดพิจิตร ว่าที่ดินของวัดซึ่งเป็นที่ธรณีสงฆ์ที่มีผู้บริจาคให้วัดใช้ประโยชน์มานานหลายปี จู่ๆ ก็มีบุคคลมาออกโฉนดทับที่ดินของวัดและเรียกร้องขอเงินถ้าวัดต้องการที่ดินคืน

 

          นายบุญเวทย์ รองผู้ว่าฯพิจิตร จึงได้ลงพื้นที่เผชิญสืบข้อเท็จจริงด้วยตนเองและจะได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ร้องทุกข์นอกจากนี้ในพื้นที่ตำบลท้ายทุ่งก็ยังได้มีประชาชนทำหนังสือร้องเรียนมายังศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดพิจิตรด้วยเช่นกันว่ามีโครงการก่อสร้างขุดลอกอ่างเก็บน้ำหรือคลองวังม้าในพื้นที่ ของ อบต.ท้ายทุ่ง ปรากฏว่าผู้รับเหมาและผู้ควบคุมงานมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางไม่โปร่งใสโดยในเบื้องต้นที่ชาวบ้านร้องเรียนก็คือเรื่องการทิ้งดินที่มีการขุดดินขึ้นมาจากที่สาธารณะแล้วนำไปทิ้งหรือนำไปถม ไปขายให้บุคคลทั่วไป ทั้งๆที่มีที่สาธารณะ ในชุมชน แต่กลับไม่ยอมนำดินไปถมให้ ซึ่งดูแล้วอาจจะผิดระเบียบหรือผิดในข้อตกลงสัญญาว่าจ้าง โดยรอง ผวจ.พิจิตรได้ทำการเก็บภาพหลักฐานและจะได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เอาสัญญาว่าจ้างมาดูข้อเท็จจริงและจะได้สั่งการต่อไป ซึ่งหากมีการทุจริตหรือผิดสัญญาเงื่อนไขก็จะให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือ(สตง.) รวมถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ(ป.ป.ช.) ซึ่งมีการทำ MOU หรือข้อตกลงกับกระทรวงมหาดไทยว่าถ้ามีเรื่องร้องเรียนจะดำเนินการให้เฉียบขาด ซึ่งขณะนี้กฎหมายมีบังคับใช้แล้วว่าถ้าข้าราชการทุจริตมีความผิดมีโทษจำคุกสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิตและหากเป็นความผิดที่สำคัญส่งผลกระทบต่อประเทศชาติก็อาจมีโทษสูงถึงประหารชีวิตอีกด้วย

                นายบุญเวทย์ กล่าวว่า ฝากเตือนผู้รับจ้าง นายช่างผู้ตรวจงาน หรือชาวบ้านที่ถูกแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการในการตรวจรับงานควรต้องยึดความถูกต้องและความสุจริตเป็นที่ตั้ง มิเช่นนั้นหากตรวจสอบพบการทุจริต ทุกคนก็จะต้องติดร่างแหหรือต้องร่วมรับผิดไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยสรุปล่าสุดยังไม่ยืนยันว่ามีผู้ใดกระทำความผิดคงต้องรอหลังสงกรานต์แล้ว จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

 

 

ที่มา : สยามรัฐ ฉบับวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559

 

         พิจิตรทูเดย์ http://www.phichittoday.com/news/04.59/17045901.html

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย