ศาลฎีกาฯสั่งจำคุก 10 เดือนปรับ 4 หมื่น ‘เมธาวี’ลูกสาวนักธุรกิจ อดีต ส.ว. สกลนคร

25 เมษายน 2559


 

ศาลฎีกาฯสั่งจำคุก 10 เดือนปรับ 4 หมื่น เมธาวีลูกสาวนักธุรกิจ อดีต ส.ว. สกลนคร จงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน 5 ครั้งช่วงนั่งบอร์ด ททท. รอลงโทษ 1 ปี

                สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า เมื่อ 20 เม.ย.2559 สำนักงานศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้เผยแพร่คำพิพากษาคดีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยคดีนางสาวเมธาวี ตันวัฒนะพงษ์ กรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกรรมการบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด รัฐวิสาหกิจ จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ กรณีพ้นตำแหน่ง และ พ้นตำแหน่งมาแล้ว 1 ปี ในการดำรงตำแหน่ง กรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 และจงใจไม่ยื่นบัญชีฯ กรณีรับตำแหน่ง พ้นตำแหน่ง และ พ้นตำแหน่งมาแล้ว 1 ปี ในการรับตำแหน่งครั้งที่ 2 (รับตำแหน่งครั้งที่ 1 วันที่ 29 ก.พ.51 รับตำแหน่งครั้งที่สองวันที่ 13 ธ.ค.52) (คดีหมายเลขดำที่ อม.87/2558)

 

ศาลฎีกาฯพิพากษาว่า นางสาวเมธาวี จงใจไม่ยื่นบัญชีฯต่อผู้ร้อง กรณี

1.พ้นตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลา 1 ปีในตำแหน่ง กรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1

2.พ้นตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลา 1 ปีในตำแหน่ง กรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2

3.พ้นตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลา 1 ปีในตำแหน่ง กรรมการบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ครั้งที่ 1

4. พ้นตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลา 1 ปีในตำแหน่ง กรรมการการ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ครั้งที่ 2 ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 39 (15) ประกอบ มาตรา 32 และ 33

                ห้ามมิให้ผู้คัดค้านเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เฉพาะตำแหน่ง ตามมาตรา 39 , 40 เป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ 22 พ.ค.55 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่ง กรรมการการ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ครั้งที่ 2 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 41 กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 การกระทำของผู้คัดค้านเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือน ปรับกระทงละ 8,000 บาท รวม 5 กระทงเป็นจำคุก 10 เดือน และปรับ 40,000 บาท

                ผู้คัดค้านให้การรับการสารภาพ มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี มีเหตุให้บรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 5 เดือน และปรับ 20,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับการลงโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 (คดีหมายเลขแดงที่ อม.13/2559 - 15 ก.พ.2559)

                ทั้งนี้ น.ส.เมธาวี เป็นบุตรสาว นายประดิษฐ์ ตันวัฒนะพงษ์ อดีต ส.ว.สกลนคร และ นางวิลาวัณย์ ตันวัฒนะพงษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชธานี และกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ปี 2552) สมัยนายชุมพล ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯน.ส.เมธาวี เคยเป็น โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และได้รับแต่งตั้งรักษาการผู้จัดการใหญ่ ทีพีซี บริษัทไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด(ทีพีซี) ใน สมัยนายชุมพล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ

                ก่อนหน้านี้ นายประดิษฐ์ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีรับตำแหน่ง ส.ว.วันที่ 14 มี.ค.51 มีทรัพย์สิน 444.2 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินฝาก 12.7 ล้านบาท เงินลงทุน 215.1 ล้านบาท ที่ดิน 106 แปลง มูลค่า 209 ล้านบาท ห้องชุดเลขที่ 111/38 รัชดา พาวิเลี่ยน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ราคา 4 ล้านบาท รถยนต์ 8 คัน 3 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นได้แก่ พระพุทธรูปทองคำ 1 องค์ ปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม. 1 กระบอก ขนาด .45 1 กระบอก ลูกซอง 5 นัด 1 กระบอก ปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก รวม 4 กระบอก รวม มูลค่า 368,000 บาท

                นางวิลาวัลย์ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 587.5 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินฝาก 1.4 ล้านบาท เงินลงทุน 534.7 ล้านบาท ที่ดิน 42 แปลง มูลค่า 23.6 ล้านบาท บ้าน 3 หลัง เลขที่ 487 ซอยเทคโน ถนนชยางกูร อ.เมือง จ.อุดรฯ 5 ล้านบาท เลขที่ 40/17 ซอยประชาอุทิศ เขตพญาไท กรุงเทพฯ ราคา 10 ล้านบาท และเลขที่ 293 ถ.เลี่ยงเมือง ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรฯ ราคา 8 ล้านบาท รวม 23 ล้านบาท รถยนต์ 2 คัน 3.8 ล้านบาท เครื่องประดับ สร้อยคอ แหวนเพชร มูลค่า 9 แสนบาทรวม 2 คน 1,031.8 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน

 

 

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา วันที่ 24 เมษายน 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย