เปิดชื่อ 7 นักการเมืองท้องถิ่น 6 จ. ล่าสุด ไม่ยื่นบัญชีฯ ศาลฎีกาฯจำคุก-รอลงโทษรวด

25 เมษายน 2559


 เผยรายชื่อ 7 นักการเมืองท้องถิ่น ลอตล่าสุด 6 จังหวัด จงใจไม่ยื่นบัญชี ฯ ศาลฎีกา ฯ พิพากษาจำคุก 2-4 เดือน ปรับ 8,000-16,000 บาท ลดกึ่งหนึ่ง รอลงโทษรวด 1 คน เลขา ฯ รองนายก ฯ อบต.จ.ชัยภูมิ เชียงใหม่ อุทัยธานี สตูล พิจิตร กระบี่ 1 คนพ้นตำแหน่งทันที

                เมื่อ 20 เม.ย. 2559 สำนักงานศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้เผยแพร่คำพิพากษาคดีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยกรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (ผู้คัดค้าน) จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน จำนวน 8 คดี (ราย) ปรากฏว่า ศาลฎีกา ฯ พิพากษาให้ผู้คัดค้านมีความผิดทั้งหมด

            1 ใน 8 รายคือ นางสาวเมธาวี ตันวัฒนะพงษ์กรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกรรมการบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด รัฐวิสาหกิจ มีความผิดกรณีจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อ ป.ป.ช. ศาลฎีกา ฯ พิพากษา ห้ามมิให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เฉพาะตำแหน่ง ตามมาตรา 39 , 40 เป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ 22 พ.ค. 2555 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คัดค้าน (นางสาวเมธาวี) พ้นจากตำแหน่ง กรรมการการ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ครั้งที่ 2 กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 จำคุกกระทงละ 2 เดือน ปรับกระทงละ 8,000 บาท รวม 5 กระทงเป็นจำคุก 10 เดือน และปรับ 40,000 บาท ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 เดือน และปรับ 20,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับการลงโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 (คดีหมายเลขแดงที่ อม.13/2559 - 15 ก.พ.2559)            อีก 7 ราย เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น สำนักข่าวอิศรา สรุปสาระสำคัญแต่ละคดีเสนอดังนี้ 

                1.นายบุญเตือน   ราคาแพง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนางแดด อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ภายในระยะเวลากำหนด กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี     ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32 และ 33    ห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือในตำแหน่งใดใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 24 ส.ค. 2555  ซึ่งเป็นวันพ้นตำแหน่ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 34 วรรคสอง กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท 

                ผู้คัดค้านให้การรับการสารภาพ มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี มีเหตุให้บรรเทาโทษ  ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78  คงจำคุก  1  เดือน ปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับการลงโทษจำคุกมาก่อน  ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 (คดีหมายเลขแดงที่ อม 4 /2559-27 ม.ค.2559) 

                2.นายพัฒนา   คำปวน รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหลวง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่   จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ภายในระยะเวลากำหนด กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี     ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32 และ 33    ห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือในตำแหน่งใดใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 6 ก.ย. 2556 ซึ่งเป็นวันพ้นตำแหน่ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542   มาตรา 34 วรรคสอง กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท 

                ผู้คัดค้านให้การรับการสารภาพ มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี มีเหตุให้บรรเทาโทษ  ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78  คงจำคุก  1  เดือน ปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับการลงโทษจำคุกมาก่อน  ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 (คดีหมายเลขแดงที่ อม 9 /2559- 1 ก.พ.2559) 

                3.นายสุนทร   พิมพาพร รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลระบำ จ.อุทัยธานี จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ภายในระยะเวลากำหนด กรณีพ้นจากตำแหน่ง  และ กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32 และ 33 ห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือในตำแหน่งใดใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 31 ส.ค. 2555 ซึ่งเป็นวันพ้นตำแหน่ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 34 วรรคสอง กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 การกระทำของผู้คัดค้านเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือนและ ปรับกระทงละ 8,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 เดือน และปรับ 16,000 บาท 

                ผู้คัดค้านให้การรับการสารภาพ มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี มีเหตุให้บรรเทาโทษ  ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78  คงจำคุก  2  เดือน    และปรับ 8,000 บาท  ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับการลงโทษจำคุกมาก่อน  ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 (คดีหมายเลขแดงที่ อม 10 /2559- 1 ก.พ.2559) 

                4.นายสุไลหมาน   อาดำ  รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกตรี จ.สตูล จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ภายในระยะเวลากำหนด กรณีพ้นจากตำแหน่ง  และ กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี     ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32 และ 33    ห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือในตำแหน่งใดใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 6 ก.ย.2556 ซึ่งเป็นวันพ้นตำแหน่ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542   มาตรา 34 วรรคสอง   กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119   การกระทำของผู้คัดค้านเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91  จำคุกกระทงละ 2  เดือนและ ปรับกระทงละ 8,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 เดือน และปรับ 16,000 บาท 

                ผู้คัดค้านให้การรับการสารภาพ มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี มีเหตุให้บรรเทาโทษ  ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับการลงโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 (คดีหมายเลขแดงที่ อม 11 /2559- 1 ก.พ.2559)

                5.นายบาด๊อน ปานแขวง เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง (จ.สตูล) จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ภายในระยะเวลากำหนด กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32 และ 33 ห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือในตำแหน่งใดใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 6 ก.ย. 2556 ซึ่งเป็นวันพ้นตำแหน่ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 34 วรรคสอง กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 119 จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท 

                ผู้คัดค้านให้การรับการสารภาพ มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี มีเหตุให้บรรเทาโทษ  ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับการลงโทษจำคุกมาก่อน  ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 (คดีหมายเลขแดงที่ อม 14 /2559- 15 ก.พ.2559)

                6.นายกมลเทพ   ผาสุก เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังกรด อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ภายในระยะเวลากำหนด กรณีพ้นจากตำแหน่ง  และ กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32 และ 33 ห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือในตำแหน่งใดใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 1 ต.ค. 2554 ซึ่งเป็นวันพ้นตำแหน่ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 34 วรรคสอง กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 119 การกระทำของผู้คัดค้านเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือนและ ปรับกระทงละ 8,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 เดือน และปรับ 16,000 บาท 

                ผู้คัดค้านให้การรับการสารภาพ มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี มีเหตุให้บรรเทาโทษ  ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78  คงจำคุก  2  เดือน    และปรับ 8,000 บาท  ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับการลงโทษจำคุกมาก่อน  ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56(คดีหมายเลขแดงที่ อม 16 /2559- 15 ก.พ.2559)

                7.นายกอหรี   แสล่หมัน รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองยาง อ.เกาะลันตา จ.กระบี่จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ภายในระยะเวลากำหนด กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี     ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32 และ 33 ห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือในตำแหน่งใดใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่  6 ก.ย.2556  ซึ่งเป็นวันพ้นตำแหน่ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542   มาตรา 34 วรรคสอง ให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองยาง ที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบันในวันที่ 15 ก.พ. 2559 อันเป็นวันที่ศาลฎีกาฯวินิจฉัย กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท

                ผู้คัดค้านให้การรับการสารภาพ มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี มีเหตุให้บรรเทาโทษ  ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับการลงโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 (คดีหมายเลขแดงที่ อม 17/2559- 15 ก.พ.2559)

 

 

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา วันที่ 25 เมษายน 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย