ปปช. ฟัน 14 นักการเมืองท้องถิ่น

27 เมษายน 2559


 

ป.ป.ช.ฟันผู้บริหาร-สมาชิก อปท.กราวรูด 14 ราย ไม่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน พร้อมเชือด ผอ.-ผู้บริหาร สสว. ปมนำรถส่วนกลางไปใช้เป็นรถประจำตำแหน่ง ฟันวินัย-อาญา "พล.ต.ท.พิสัณห์-พ.ต.ท.ชอบ" ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ครม.อนุมัติร่างกฎหมายฟอกเงิน 2 ฉบับ ป้องกันค้าอาวุธที่มีอานุภาพสูง ให้อำนาจ ปปง. แช่แข็งทรัพย์คนตามคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นติดดาบ อธิบดีสรรพากรอายัดทรัพย์คนโกงภาษีได้

 

                เมื่อวันที่ 26 เมษายน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลการดำเนินการกับผู้บริหารและสมาชิกในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 14 ราย ในความผิดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ประกอบด้วย น.ส.ศิริวรรณ ตันประเสริฐ รองนายก อบจ.สมุทรสงคราม, นายภูวกร ตันบุญเอก เลขานุการนายก อบจ.นครปฐม, นายจิระนันท์ ตัณฑะเตมีย์ รองนายก อบต.พังตรุ จ.กาญจนบุรี, นายธีระศักดิ์ วารีนิล รองนายก อบต.ทุ่งทอง จ.กาญจนบุรี, นายภูดิศ จำเริญรักษา เลขานุการนายก อบต.บ้านใหม่ จ.กาญจนบุรี, นายนภดล ไพรวัลย์ เลขานุการนายกเทศมนตรี ต.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี, นายกรรณณัฐฏ์ เจนประเสริฐเลขานุการนายกเทศมนตรี ต.ลูกแก จ.กาญจนบุรี, นายธนวัฒน์ ชินหอม เลขานุการนายกเทศมนตรี ต.หวายเหนียว จ.กาญจนบุรี

                นายศิรวิชญ์ ภู่วงศ์ นายก อบต.วังยาว จ.สุพรรณบุรี, นายพงศ์พันธุ์ หิรัญรัตน์ รองนายกเทศมนตรี ต.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี, นายไพฑูรย์ ไพบูลย์ผล ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี ต.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี, นายซะฮาบุตดีน มัดลัง เลขานุการนายก อบต.ดอนฉิมพลี จ.ฉะเชิงเทรา, นายจิรโรจน์ บวรฐิติไพศาล นายก อบต.สังคม จ.หนองคาย, นายณัฐศักดิ์ รักษาชน รองนายก อบต.นางแดด จ.ชัยภูมิ, นายสุพล จันทร์เภา ที่ปรึกษานายก อบจ.ชัยภูมิ, นายเสกสรร เพ็ญสุข สมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์, นางวัลลภา ใจดี เลขานุการนายกเทศมนตรี ต.พิมาย จ.นครราชสีมา และนายธิติวัฒน์ ฐิติภัคกุลพงศ์สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมพร

                โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลความผิดในช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และได้ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง และห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลา 5 ปี รวมทั้งขอให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                สำนักงาน ป.ป.ช.ยังได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงความคืบหน้ากรณีกล่าวหานางจิตราภรณ์ เตชาชาญ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), นางศลีพร เนตรพุกกณะ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารส่วนกลาง, นายถาวร กุลภัทรนิรันดร์ หัวหน้าส่วนการพัสดุและรักษาการหัวหน้าส่วนธุรการ, นางนิจนิรันดร์ สุวรรณเกต รองผู้อำนวยการ สสว. ว่าทุจริตเกี่ยวกับการเช่ารถยนต์เป็นรถส่วนกลาง แต่นำไปใช้เป็นรถประจำตำแหน่งและเบิกจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยไม่มีสิทธิ ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า นางจิตราภรณ์, นางศลีพร และนายถาวร มีมูลความผิดทางอาญาตามมาตรา 11 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                ส่วนนางนิจนิรันดร์ มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนพนักงานกระทำความผิดตามมาตรา 11 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประกอบมาตรา 86 ประมวลกฎหมายอาญา โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนการไต่สวนไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อลงโทษทางวินัย รวมทั้งส่งไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาแล้ว

                นอกจากนี้ ในส่วนของข้อร้องเรียน พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผู้บังคับการกองโยธาธิการ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (2) พ.ต.ท.ชอบ เขียวจันทร์ สารวัตรงาน 3 กองกำกับการ 2 กองโยธาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าละเว้นไม่ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเมื่อรู้ว่าการประมาณราคาค่าซ่อมแซมระบบน้ำประปาผิดพลาด กลับเรียกรับเงินจากผู้ว่าจ้างซ่อมแซม โดยให้ทำเป็นเรื่องบริจาคเงินให้กองทุนสวัสดิการ ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติว่า พล.ต.ท.พิสัณห์และ พ.ต.ท.ชอบ มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญา ตามมาตรา 148(1)และ 157(2) แห่งประมวลกฎหมายอาญา

               

                พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่าที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประกอบด้วย 1.ร่างกฎหมายป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินให้กับการแพร่กระจายอาวุธที่มีอานุภาพสูง เสนอโดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายรัษฎากร เสนอโดยกระทรวงการคลัง(กค.) ทั้งนี้ ใครที่เข้าไปส่งเสริมสนับสนุนให้มีการแพร่กระจายอาวุธ ค้าขายอาวุธเถื่อน จะต้องมีมาตรการลงโทษทางด้านการเงิน ซึ่งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงินหรือ FATF เป็นหน่วยงานระหว่างประเทศที่รับผิดชอบในเรื่องเหล่านี้ โดยประเทศไทยจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ FATF ที่ได้ออกข้อกำหนดในปี 2559

                ร่างกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจต่อ ปปง.ในการประกาศรายชื่อบุคคลที่อยู่ในเครือข่ายตามที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ประกาศ โดยบุคคลที่ถูกประกาศรายชื่อนั้น จะไม่สามารถจำหน่าย จ่าย โอน ทรัพย์สิน ย้ายทรัพย์สินได้ รวมถึง ปปง. มีอำนาจสั่งการให้สถาบันการเงินต้องรายงาน ปปง.ให้ทราบถึงรายการทรัพย์สินของบุคคลที่ถูกประกาศรายชื่อ หรือมีการโอนย้ายไปที่ใด"

                พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายรัษฎากร ให้อำนาจอธิบดีกรมสรรพากรในการออกคำสั่งยึด อายัดทรัพย์ไว้เป็นการชั่วคราว ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดมีการกระทำความผิด หลีกเลี่ยง ฉ้อโกง ภาษี การขอภาษีเกินกว่าความเป็นจริง เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามกระบวนการตามกฎหมาย นอกจากนั้นยังอนุญาตให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกรมสรรพากรกับ ปปง. ในข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงภาษี เป็นกฎหมายที่ป้องกันตั้งแต่ต้นทางเพื่อไม่ให้บุคคลกลุ่มดังกล่าวสามารถดำเนินการฉ้อโกงได้.

 

 

 

ที่มา : ไทยโพสต์ วันที่ 27 เมษายน 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย