เลื่อนไต่สวนคดี 'จีทูจีข้าว' เปิดทางจำเลยสู้ปมชดใช้

28 เมษายน 2559


 ศาลคดีอาญานักการเมืองสั่งเลื่อนไต่สวนคดีจีทูจีข้าวเก๊ เหตุ 5 องค์กรรัฐร้องศาลให้เอกชนชดใช้ค่าเสียหาย 2.6 หมื่นล้านบาท นัด "หมอวรงค์" พยานปากแรกอีกครั้ง 15 มิ.ย. พร้อมกำชับคู่ความไม่ให้สัมภาษณ์ชี้นำ

                ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ศาลฎีกาฯ นัดไต่สวนพยานโจทก์ครั้งแรก ในคดีหมายเลขดำ อม. 25/2558 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวกรวม 28 ราย ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ หรือฮั้วประมูล พ.ศ.2542 มาตรา 4, 9, 10 และ 12 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และ157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4, 123 และ 123/1 พร้อมทั้งขอให้สั่งปรับจำเลยทั้งหมดเป็นจำนวนเงิน 35,274,611,007 บาท กรณีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)

 

                อัยการโจทก์นำพยานเข้าไต่สวนปากแรกคือ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โดย นพ.วรงค์ให้สัมภาษณ์ก่อนการเข้าไต่สวนว่า ได้รับคำถามจากทนายจำเลยเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา จำนวนทั้งหมด 66 หน้า กว่า 200 คำถาม ซึ่งถือว่ามีจำนวนมาก เพราะคดีนี้มีจำเลยมากถึง 28 คน แต่ครั้งนี้ก็มั่นใจว่าจะสามารถชี้แจงได้ทุกคำถาม

                เขากล่าวว่า ได้ทราบจากอัยการว่าอาจจะมีการเลื่อนการไต่สวนออกไป เนื่องจากมีหน่วยงานของรัฐยื่นร้องต่อศาลเรียกค่าเสียหายกับบริษัทเอกชนเพิ่มเติม ทำให้ตนมีเวลาเตรียมตัวในการตอบคำถามมากขึ้น ส่วนกรณีที่ทีมทนายความของพรรคเพื่อไทยร้องต่อศาลว่าตนละเมิดอำนาจศาลจากการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวนั้น เห็นว่าศาลไม่ได้ห้ามพูดข้อเท็จจริง แต่ห้ามวิเคราะห์และชี้นำ ซึ่งตนก็มีความระมัดระวังในการให้สัมภาษณ์

                นพ.วรงค์กล่าวว่า ข้อมูลที่เตรียมมาชี้แจงต่อศาลในวันนี้ ต่างจากคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นข้อมูลในภาพรวมขนาดใหญ่ แต่ขณะที่คดีของนายบุญทรง เป็นการทุจริตจำนำข้าวแบบจีทูจี ซึ่งจะเป็นการให้ข้อมูลที่เจาะลึกลงไป

                ขณะที่ฝ่ายจำเลย นายบุญทรงและจำเลยอื่นต่างทยอยเดินทางมาศาล ส่วนนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 14 ซึ่งถูกศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 6 ปี ฐานยักยอกข้าวสาร ทางเรือนจำกลางสมุทรปราการแจ้งว่านายอภิชาติมีอาการป่วย เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ ไม่สามารถส่งตัวมาศาลได้ ส่วนจำเลยที่ 19 ติดภารกิจร่วมสัมมนาและปาฐกถาเรื่องการศัลยกรรมตกแต่งเสริมสร้างใบหน้า ศาลจึงอนุญาตให้พิจารณาลับหลังจำเลยทั้งสองได้

                ต่อมาองค์คณะผู้พิพากษาได้สอบถามโจทก์ถึงกรณีเมื่อวันที่ 20 และ 26 เม.ย.59 นิติบุคคล 5 ราย ประกอบด้วย กรมการค้าต่างประเทศ องค์การคลังสินค้า องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง ผู้ร้อง ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้จำเลยที่ 7-15 และ 17-28 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมเป็นเงินจำนวน 2.6 หมื่นล้านบาท รวมดอกเบี้ย ซึ่งโจทก์แถลงไม่คัดค้าน องค์คณะพิจารณาแล้ว อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 มาตรา 18 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 44/1 44/2 รับคำร้องไว้พิจารณา และเพื่อให้จำเลยมีโอกาสสู้คดีได้เต็มที่ จึงให้จำเลยยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 วัน และให้เลื่อนนัดไต่สวน นพ.วรงค์ พยานโจทก์ปากนี้ ไปเป็นวันที่ 15 มิ.ย.59

                ทั้งนี้ นิติบุคคล 5 ราย ผู้ร้องได้แถลงขอนำพยานเข้าไต่สวน 3 ปาก จึงกำหนดให้นำพยานเข้าไต่สวนให้เสร็จภายใน 1 นัด ส่วนฝ่ายจำเลยแถลงขอนำพยานเข้าไต่สวน 11 ปาก กำหนดไต่สวน 3 นัด และให้เพิ่มนัดไต่สวนอีก 8 นัด คือ วันที่ 1 และ 15 มี.ค.60 วันที่ 19 และ 26 เม.ย.60 วันที่ 17 และ 31 พ.ค.60 วันที่ 14 และ 28 มิ.ย.60

                อย่างไรก็ดี หลังศาลอ่านกระบวนพิจารณาแล้ว ศาลได้กำชับ นพ.วรงค์และคู่ความทั้งสองฝ่ายไม่ให้สัมภาษณ์ข่าวหรือข้อเท็จจริงในคดีนี้ หรือคดีที่เกี่ยวข้อง ในลักษณะชี้นำ ที่อาจก่อให้เกิดอิทธิพลเหนือความรู้สึกของประชาชน อันกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม หากฝ่าฝืนศาลจะมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร.

 

 

ที่มา : ไทยโพสต์ 28 เมษายน 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย