ปปง.สั่งอายัดเงินค่าโง่คลองด่าน

13 พฤษภาคม 2559


 

        เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาประจำสำนักงาน ปปง. รักษาราชการแทน เลขาธิการ ปปง. แถลงความคืบหน้าคดีทุจริตโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ว่าจากผลคดีอาญาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาลงโทษนายวัฒนา อัศวเหม ลงโทษจำคุก 10 ปี ฐานใช้อำนาจข่มขู่ หรือจูงใจ เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี ให้ออกโฉนดที่ดิน โดยมิชอบจำนวน 1,900 ไร่ เพื่อนำไปขายให้กรมควบคุมมลพิษ ต่อมาศาลอาญาได้มีคำพิพากษาว่าจำเลยทั้ง 3 คน

 

       ประกอบด้วย นายปกิต กิระวานิช อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ จำเลยที่ 1 นายศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ จำเลยที่ 2 และนางยุวรี อินนา อดีตนักวิชาการสิ่งแวดล้อม 7 จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมาณกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ให้ลงโทษจำคุกคนละ 20 ปี ฐานร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต ทำให้รัฐจัดซื้อที่ดินที่ออกโดยมิชอบ ต้องจ่ายค่าที่ดินและค่าก่อสร้างโครงการไปกว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่ไม่สามารถดำเนินโครงการ เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้สำเร็จ จากกรณีดังกล่าวมีกลุ่มบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ คือกลุ่มกิจการร่วม ค้า NVPSKG ที่มีพฤติการณ์ที่แสดง ให้เห็นถึงการวางแผนและการดำเนิน การตามแผนเพื่อเอื้อประโยชน์หลายขั้นตอน

      พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า รัฐบาลได้จ่ายเงินงวดแรกไปแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 จำนวน 2,380,936,174.53 บาท และ 16,288,391.55 เหรียญสหรัฐอเมริกาให้กับกลุ่มกิจการร่วมค้า NVPSKG เนื่องจากคำพิพากษาศาลปกครองเขียนว่าสัญญาถูกต้อง คณะรัฐมนตรี (ครม.)จึงมีมติเห็นชอบให้จ่าย ต่อมาศาลอาญาได้วินิจฉัยในข้อเท็จจริงว่า กิจการร่วมค้า NVPSKG และกลุ่มเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับกรมควบคุมมลพิษได้ร่วมกันบิดเบือนข้อเท็จจริง ดำเนินการเสนอเข้าประกวดราคาในแต่ละขั้นตอนโดยทุจริต มีจำเลย 3 คน เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกับผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ ดำเนินการแต่ละขั้นตอนขัดต่อระเบียบทางราชการและไม่ชอบด้วยกฎหมาย เอื้อประโยชน์เพื่อช่วยเหลือจนทุกๆ ขั้นตอนบรรลุผลสำเร็จ จากข้อเท็จจริงแสดงให้เห็นว่าสัญญาดังกล่าวเกิดขึ้นจากการทุจริตของอธิบดีและเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษในขณะนั้น เอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มเอกชนได้เข้ามาเป็นคู่สัญญา จึงเป็นสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150

      พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวเพิ่มเติมว่า ดังนั้นในที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมดีเอสไอ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 จึงมีมติให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด กรณีกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ในการทุจริตโครงการบำบัดน้ำเสียเขตควบคุมมลพิษ จ.สมุทรปราการ เป็นสิทธิเรียกร้องในหนี้ตามข้อตกลงที่กรมควบคุมมลพิษจะต้องจ่ายให้แก่กลุ่มกิจการร่วมค้า NVPSKG จำนวน 2 งวด โดยให้มีผลในวันที่ครบกำหนดชำระในแต่ละงวด ประกอบด้วย 1.สิทธิเรียกร้องในหนี้เงินงวดที่สอง เป็นเงินจำนวน 2,380,936,174.53 บาท และ 16,288,391.55 เหรียญสหรัฐอเมริกา ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป และ 2.สิทธิเรียกร้องในหนี้เงินงวดที่สาม เป็นเงินจำนวน 2,380,936,174.53 บาท และ 16,288,391.55 เหรียญสหรัฐอเมริกาให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป รวมมูลค่าตามสิทธิเรียกร้องในหนี้ จำนวน 4,761,872,349.06 บาท และ 32,576,783.10 เหรียญสหรัฐอเมริกา

                พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อว่า ดังนั้นกลุ่มกิจการร่วมค้า NVPSKG ต้องมาชี้แจงกับ ปปง. ภายใน 30 วัน หลังได้รับหนังสือว่าเงินที่ได้มาสุจริตหรือไม่ หากสามารถชี้แจงได้ก็จะเพิกถอนคำสั่งอายัดแต่หากชี้แจงไม่ได้จะส่งเรื่องให้ศาลแพ่งดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป

 

 

ที่มา : มติชน ฉบับวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย