กลุ่มคุณนาย อ. ระทึก อผศ. สรุปผลสอบหัวคิวขุดคลองแล้ว-เร่งเยียวยาผู้รับเหมารายย่อย

18 พฤษภาคม 2559


 

พล.ท.สวัสดิ์ ทัศนาเผยผลสอบขุดคลอง อผศ.เสร็จแล้ว อยู่ระหว่างสรุปประเด็นทำรายงานส่ง พล.อ.รณชัยพิจารณา ระบุไม่มีคนในเข้ามาเกี่ยวข้อง  เผยไม่เรียก พล.อ.พิณภาษณ์อดีต ผอ. เข้าให้ถ้อยคำ –ปัจจุบันเร่งจ่ายค่าเช่าเครื่องจักรบรรเทาเอกชน

                เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2559 พล.ท.สวัสดิ์ ทัศนา รองผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงโครงการขุดลอกคูคลองทั่วประเทศ ของ อผศ. เปิดเผยสำนักข่าวอิศรา ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการฯ นี้ว่า  ตอนนี้สอบเสร็จหมดแล้ว ทั้งพนักงานของ อผศ.ทั้งหมด และบริษัทต่าง ๆ โดยได้สอบสวนจนได้ข้อมูลที่พอใจแล้ว และจะทำเป็นรายงานส่งตอไปให้กับ พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล ผอ.อผศ. พิจารณา

 

                "ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปประเด็นทั้งหมด อาทิ การแอบอ้างชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กระบวนการทำงานในสัญญาต่าง ๆ รวมถึง กรณีเรียกสอบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย"

                เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่ อผศ. ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีจำนวนเท่าไร พล.ท.สวัสดิ์ กล่าวว่า เท่าที่ดูยังไม่มี ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการสรุปต้องรอผลสรุปออกมาก่อน

                เมื่อถามว่า มีการเรียกตัว พล.อ.พิณภาษณ์ สริวัฒน์ อดีต ผอ.อผศ. เข้าให้ถ้อยคำด้วยหรือไม่ เนื่องจาก โครงการดังกล่าวเกิดในช่วงเวลาที่บุคคลดังกล่าวดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ โดย พล.ท.สวัสดิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการเรียกตัวบุคคลดังกล่าว เป็นการสอบในเรื่องกระบวนการทำงานเท่านั้น ทั้งนี้ ขอสรุปให้เรียบร้อย และส่งรายงานให้ทาง ผอ.พิจารณาก่อน ตอนนี้ก็อยู่ระหว่างกำลังเร่งจ่ายเงินช่วยบรรเทาให้กับบริษัทเอกชนที่ไปเช่าเครื่องจักรมาทำงาน

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจุดเริ่มต้นโครงการนี้ เกิดขึ้นเมื่อ 15 ก.ค. 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ลงมติรับทราบมติคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษของหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจ ในคราวประชุมครั้งที่ 1/2557 เมื่อ 17 ต.ค. 2556 ที่ระบุให้ อผศ. ได้รับสิทธิพิเศษ ประเภทไม่บังคับในการรับจ้างพัฒนาหรือก่อสร้างปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำ งานขุดลอกคูคลอง ลำรางสาธารณะ งานสร้างฝายกั้นน้ำ และงานลอกท่อระบายน้ำ ให้แก่ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

                โดย คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษของหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจ ให้เหตุผลในการนำเสนอเรื่องนี้ว่า อผศ. อ้างว่ามีความจำเป็นที่ต้องหารายได้มาสมทบงบประมาณในการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก และทหารนอกประจำการ ที่อยู่ในความดูแล ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 2 ล้านคนเศษ และอาจเพิ่มขึ้นอีกในอนาคตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจาก งบประมาณที่ได้รับจากกระทรวงกลาโหมไม่เพียงพอ และมีขีดความสามารถที่จะดำเนินการได้เอง ตลอดจน มีทหารผ่านศึกอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ

                อย่างไรก็ตาม มีการกำหนดเงื่อนไขไว้ชัดเจน ว่า อผศ.จะต้องเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยมิได้เป็นการประกอบการงาน หรือร่วมการงาน หรือสมทบกับบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นการค้า หรือการอื่น และกระทรวงการคลัง โดย คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษ ฯ มีอำนาจในการระงับสิทธิพิเศษได้ ในกรณีที่ตรวจพบว่า อผศ. นำงานจ้างไปให้เอกชนรับช่วงดำเนินการต่อ

                ขณะที่ ในขั้นตอนการปฏิบัติงาน มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างเรียกเก็บค่าหัวคิว กับกลุ่มผู้ประกอบการ และผู้รับเหมาที่รับงานต่อจาก อผศ. ทั่วประเทศ ร้อยละ 40-50 จากทุกโครงการ โดยมีการเก็บค่าจองโครงการล่วงหน้าร้อยละ 10-15 และส่วนที่เหลือให้จ่ายให้ครบในวันเซ็นสัญญารับงาน ซึ่งกลุ่มแอบอ้างเรียกรับเงินไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท อาทิ "กลุ่มคุณนาย อ." และ "กลุ่ม ส.จ.ผู้กว้างขวางใน จ.สุพรรณบุรี"

 

 

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา วันที่ 18 พฤษภาคม 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย