ลุยตรวจรีสอร์ตดังเกาะช้างพบบุกรุกที่อุทยานกว่า 30 ไร่

17 มิถุนายน 2559


 

ตราด * ชุดพญาเสือเดินหน้าทวงคืนผืนป่า สนธิกำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ตรวจค้นซีวิว รีสอร์ท บุกรุกที่อุทยานฯ พบยังมีคดีความอยู่กับ ป.ป.ท. บุกรุก 2 ครั้งกว่า 30 ไร่

                เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 15 มิถุนายน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการส่วนจัดการต้นน้ำ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) หัวหน้าชุดพญาเสือ ศูนย์ฏิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า พร้อมนายวีระ ขุนไชยรักษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเกาะช้าง และอุทยานแห่งชาติน้ำตกพริ้ว อ.ขลุง จ.จันทบุรี ร่วมอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ทหารนาวิกโยธินจากหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด รวมทั้งสิ้นกว่า 200 นาย, พ.ต.อ.ดเรศ ดรกัลยา รองผู้คับการตำรวจภูธร จ.ตราด, พ.ต.อ.อาวัฒน์ พิบูลย์สวัสดิ์ ผกก.เกาะช้าง และพนักงานสอบสวน สนธิกำลังที่จุดชมวิวไก่แบ้ ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด เพื่อตรวจสอบพื้นที่ตั้งของโรงแรมซีวิวที่มีการบุกรุกเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง

 

จากนั้นนายชัยวัฒน์นำคณะเดินเท้าไปยังโรงแรมซีวิว รีสอร์ทแอนด์สปา เพื่อยื่นหมายค้นให้เจ้าของโรงแรม คือนายพิสูจน์ รัตน์วงษ์ โดยมีนายกัมพล ดาราพงษ์ ทนายความ ได้รับการมอบอำนาจจากนายพิสูจน์นำตรวจสอบพื้นที่

                นายชัยวัฒน์กล่าวว่า พื้นที่ในเอกสารสิทธิของโรงแรม มี น.ส.3 ก. จำนวน 42 ไร่ แต่มีการออกเอกสารสิทธิเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง จากเดิม 14 ไร่ มาเป็น 38 และอีกครั้งมาเป็น 42 ไร่ ในปี 2545 และ 2558 ทำให้มีพื้นที่บุกรุกที่ดินของอุทยานฯ เกาะช้าง จึงต้องเข้าทำการตรวจยึดและดำเนินคดีกับผู้บุกรุก ซึ่งเป็นคนละคดีกับที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ดำเนินคดี เพราะการดำเนินดคีครั้งนั้นเป็นเรื่องการสนับสนุน แต่คดีนี้เป็นเรื่องของการบุกรุกที่ดินของอุทยานฯ ร่วมกับโรงแรมซีวิว และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เกาะช้าง 2 คนที่รับรองการรังวัดครั้งนั้น และได้ถูกออกจากราชการไปแล้ว จากผลการตรวจสอบในครั้งนี้พบว่ามีการบุกรุกที่ดินจริงตามที่ได้มีการระบุในเอกสาร จึงได้ทำการยึดพื้นที่ไว้และแจ้งความดำเนินคดีกับนายพิสูจน์ รัตน์วงษ์ ในข้อหาบุกรุกที่ดินอุทยานฯ เกาะช้าง และจะนำป้ายมาติดประกาศไม่ให้ใช้พื้นที่ด้วย

                "เนื่องจากเจ้าของที่ดินเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ ทางอุทยานฯ ต้องดำเนินการให้เกิดความถูกต้อง ซึ่งที่ผ่านมามีการร้องเรียนจากหลายหน่วนงาน และแม้จะเข้ามาตรวจสอบ แต่คดีไม่มีความคืบหน้า ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ 2 คนต้องถูกไล่ออกจากราชการเพราะเป็นลงนามรับรองแนวเขต น.ส.3 ก. ซึ่งที่ดินแปลงนี้ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง ทางอธิบดีกรมอุทยานฯ ได้มอบหมายให้มาดำเนินการอย่างไม่ละเว้น และเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ ทั้งนี้ ทางกรมอุทยานฯ จะไม่เลือกปฏิบัติกับรายใดรายหนึ่ง"

                ด้านนายกัมพลกล่าวว่า ที่ผ่านมานายพิสูจน์ รัตน์วงษ์ ถูกดำเนินคดีจาก ป.ป.ท.มาแล้ว แต่การที่ทางอุทยานฯ มาตรวจสอบการบุกรุกอีกครั้งจะเป็นการดำเนินคดีที่ซ้ำซ้อน ซึ่งตามคำสั่งของ คสช. มาตราที่ 66 ได้ระบุไว้ว่า ห้ามมีการดำเนินคดีที่ซ้ำซ้อน ดังนั้นจึงขอให้ทางกรมอุทยานฯ ได้ให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา โดยควรจะยุบรวมคดีนี้ให้เหลือเพียงคดีเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ ตามมาตราที่ 6 วรรค 2 ของ พ.ร.บ. อุทยานฯ ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า รัฐไม่สามารถนำที่ดินของเอกชนที่ครอบครองมาประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติได้ หากเอกชนที่ครอบครองที่ดินได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งเรื่องนี้ทางอุทยานฯ จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนี้.

 

 

 

ที่มา : ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย