ศาลฎีกาฯกำหนดคิวไต่สวน‘สมศักดิ์’คดีรวยผิดปกติ-บ้าน 16 ล้าน 4 นัดรวด

28 มิถุนายน 2559


 

                กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเมื่อ 28 พ.ค.58 ชี้มูล นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติกรณีถือครองบ้านเลขที่ 5/5 ตำบลไผ่จำศีล อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ในช่วงที่นายสมศักดิ์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และมีการก่อสร้างต่อเนื่องในขณะที่นายสมศักดิ์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมาปลูกสร้างแล้วเสร็จ เมื่อปี พ.ศ. 2554 ใช้เงินในการปลูกสร้างประมาณ 16 ล้านบาทเศษ แต่ไม่สามารถชี้แจง ที่มาของทรัพย์สินดังกล่าวได้ และขณะนี้คดีอยู่ในชั้นศาลฎีกาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และศาลฎีกาฯนัดฟังคำสั่งครั้งแรกในวันที่ 20 ต.ค.2558

                ล่าสุด ศาลฎีกาฯได้เผยแพร่บัญชีนัดความในคดีนี้ (คดีหมายเลขดำที่ อม.74/2558) โดยกำหนดนัดไต่สวน 4 นัดคือ วันที่ 13 ก.ค.59 ,27 ก.ค.59 ,10 ส.ค.59 และ 24 ส.ค.59

 

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 259-6/2554 เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2554 ว่านายสมศักดิ์ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ในกรณีไม่แสดงเงินฝากของตนและหรือของคู่สมรสที่ฝากไว้ในบัญชีเงินฝากต่าง ๆ และไม่แสดงบ้านพักอาศัยเลขที่ 5/5 ตำบลไผ่จำศีล อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงได้เสนอเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัย ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษาว่านายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ตามคดีหมายเลขดำที อม. 4/2554 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 3/2555

                ต่อมา วันที่ 4 พฤษภาคม 2555 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้พิพากษาด้วยมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เห็นว่านายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทย จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีไม่แจ้งรายการเงินฝากและบ้านอาศัย และห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และให้มีความผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 จำคุก 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตัดสินของศาลฎีกาฯคดีนี้เป็นการตัดสินตามอัตราโทษที่หนักที่สุดของความผิดในข้อหานี้ ไม่เคยมีนักการเมืองคนใดโดนตัดสินสูงสุดมาก่อนหน้านี้

 

 

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา วันที่ 27 มิถุนายน 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย