ซื้อตำแหน่ง 'สว.' เรื่องถึงบิ๊กตู่ สั่งพบทำเนียบฯ ตร. ไล่บี้สอบย้ำเงิน 7 แสนยังอยู่โรงพัก

14 กรกฎาคม 2559


 

                "บิ๊กตู่" สั่งเรียกตัวรอง สว.นครบาล อ้างซื้อขายตำแหน่งให้ มาหาที่ทำเนียบฯ ย้ำ เป็นข้าราชการอย่าพูดส่งเดช ด้าน "ผบก.น.2" รุดตามคดีสีกากีฉาว ชี้ เป็นพฤติการณ์หลอกลวงของ รอง สวป.สน.บางรัก สร้างเรื่องทำให้ตนเองน่าเชื่อถือ รู้จักผู้บังคับบัญชาระดับสูงวิ่งเต้นเลื่อนตำแหน่งได้ แลกกับเงินที่ต้องการ แต่ไม่ได้ติดต่อนายตำรวจคนไหนตามกล่าวอ้างชี้ ให้ผู้เสียหายมารับเงิน 7 แสนคืนได้ ไม่ถือเป็นของกลาง

                กรณี ร.ต.อ. รอง สว.จราจร เดินขึ้น สน.บางซื่อ พร้อมภรรยา แจ้งความจับเพื่อน ร.ต.อ.ไม่คืนเงิน 7 แสนบาท ค่าวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งเป็นสารวัตรแฉหอบเงินไปจ่ายถึงในปั๊ม หลังคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายทยอยออกมาจนครบ กลับไม่มีชื่อผู้เสียหายติดโผตัดสินใจเข้าแจ้งความเป็นคดีอาญา ด้าน รรท.ผบช.น.รู้เรื่องควันออกหู สั่งท้องที่รายงานด่วนจ่อเอาผิดผู้เสียหายด้วย ยันเป็นคดียอมความไม่ได้ แม้จะคืนเงินแล้วก็ตาม

 

                ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 12 ก.ค. พล.ต.ต. เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 เดินทางมาที่ สน.บางซื่อ ติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าวมี พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ พร้อม พ.ต.อ.(หญิง)ดรุณี ทัศนา ผกก.(สอบสวน) สน.บางซื่อ และคณะพนักงานสอบสวนร่วมชี้แจงรายละเอียด พล.ต.ต.เจริญกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมี ร.ต.อ.ชาญชาย เย็นสุข อายุ 39 ปี รอง สว.จร.สน.นิมิตรใหม่ เข้าแจ้งความกับ พงส.สน.บางซื่อ ว่าถูก ร.ต.อ.ชนินท์ธัช รัตน์ชิโนตรัย อายุ 38 ปี รอง สวป.สน.บางรัก หลอกลวงเอาเงินสด 7 แสนบาท อ้างว่าจะนำเงินไปซื้อของขวัญให้กับผู้ใหญ่ เนื่องจาก ร.ต.อ.ชาญชาย ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นสารวัตร ซึ่งจากข้อเท็จจริงแล้ว เรื่องดังกล่าวเป็นพฤติการณ์หลอกลวง ฉ้อโกง ของ ร.ต.อ. ชนินท์ธัช โดยการสร้างเรื่องทำให้ตนเอง น่าเชื่อถือว่ารู้จักกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงวิ่งเต้นเลื่อนตำแหน่งได้ เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินจำนวนดังกล่าว

                พล.ต.ต.เจริญ กล่าวต่อว่า เมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ชนินท์ธัช มาบอกกับร.ต.อ.ชาญชาย ว่ามีชื่อได้เลื่อนตำแหน่งเป็นสารวัตรให้นำเงินมาให้เพื่อจะนำเงินไปซื้อของขวัญให้กับนาย หรือผู้ใหญ่หลายคน ทำให้ ร.ต.อ.ชาญชาย หลงเชื่อนำเงิน 7 แสนบาทมามอบให้ ร.ต.อ.ชนินท์ธัช ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ข้าง ร.1 รอ.ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อพนักงานสอบสวนรับแจ้งก็ติดต่อเรียก ร.ต.อ. ชนินท์ธัช มาพบ พร้อมบอกว่าตัวเองไม่ได้ติดต่อนายตำรวจท่านใดเพื่อให้เลื่อนตำแหน่ง ร.ต.อ.ชาญชาย เพียงแค่ไปหลอกลวง ร.ต.อ. ชาญชาย ที่เป็นเพื่อนนักเรียนสิบตำรวจด้วยกันเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายเองเท่านั้น เมื่อทราบว่า ร.ต.อ.ชาญชาย มาแจ้งความก็นำเงินจำนวน 7 แสนบาทมามอบให้ แต่ไม่พบจึงฝากไว้กับพนักงานสอบสวน หลังจากนี้หากมีผู้ใดเคยถูก ร.ต.อ.ชนินท์ธัช หลอกลวงในลักษณะดังกล่าว มาให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนสน.บางซื่อเพื่อที่จะดำเนินคดีเป็นราย ๆ ไป

                พล.ต.ต.เจริญ กล่าวต่อว่า ในเรื่องของการดำเนินคดี ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับ ร.ต.อ.ชนินท์ธัช ซึ่งเป็นรอง สวป.สน.บางรัก ในข้อหาผู้ใดเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอนแทนในการที่จะจูงใจ หรือได้จูงใจพนักงานสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาลโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมาย หรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด แต่พฤติการณ์คือการฉ้อโกงทรัพย์ แต่ในขณะนี้ยังไม่ได้สอบเพิ่มเติมเนื่องจากต้องรอให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความก่อน

                "ขณะนี้ทราบว่า ร.ต.อ.ชาญชาย ได้ลาหยุดราชการตามสิทธิ ตอนนี้ยังติดต่อไม่ได้และอยู่ระหว่างรอการติดต่อกลับมาเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม ส่วนเงินสด 7 แสนบาทนั้น ทางร.ต.อ.ชนินท์ธัช ได้คืนเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว อยู่ในความดูแลของ สน.บางซื่อ ซึ่งยังไม่ได้รับการติดต่อจาก ร.ต.อ.ชาญชาย ว่าจะมารับเงินคืนเมื่อไร เงินดังกล่าวไม่ถือเป็นของกลาง เพราะเป็นเงินเก็บด้วยน้ำพักน้ำแรงจึงถือว่าเป็นเงินที่ได้มาอย่างสุจริต ให้มาขอติดต่อรับเงินคืนได้" ผบก.น.2 ย้ำ

                ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีมี ร.ต.อ. รอง สว.จราจร แจ้งความจับเพื่อน ร.ต.อ.หลังไม่คืนเงิน 7 แสนบาทค่าวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งว่า "มาหาผมที่ทำเนียบฯ ได้เลย ไม่ต้องกลัวใครวันนี้พอสอบไปสอบมาบอกไม่ใช่ ผมให้สำนักงานเขาดำเนินการไปเรียกมา ไม่ใช่ไปพูดส่งเดชเป็นข้าราชการพูดกลับไปกลับมาไม่ได้ จึงได้สั่งการให้เรียกตัวมาสอบสวนแล้วไปหาคนเรียกเงินมา ผมจะไม่ปล่อย"

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย