ซื้อเสียงคุก10ปี'สปท.'เคาะกฎหมายลูกคลอดโผบิ๊กคลองหลอด

16 สิงหาคม 2559


 

                "วิษณุ" แจง "บิ๊กตู่" ใช้มาตรา 44 สร้างสรรค์ ไร้แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม พร้อมชูผลงานรัฐบาลปฏิรูปกฎหมายไทยเน้นหลักนิติธรรม ปราบทุจริตและกระจายอำนาจเพื่อประโยชน์ประชาชน "สปท." เคาะกฎหมายลูก4 ฉบับเสร็จแล้ว เตรียมชง "กรธ." ให้รางวัลล่อใจประชาชนนำจับซื้อเสียง 1 แสนบาท และห้ามผู้สมัคร หรือ ส.ส.ใส่ซองช่วยงานบุญ-งานศพ พร้อมใช้ยาแรงจำคุก 10 ปี ไม่รอลงอาญา "ปลัดมหาดไทย" ชง "ครม." แต่งตั้ง "บิ๊กคลองหลอด" สลับพื้นที่เกรดเอ ด้าน"ชาติชาย-ภัครธรณ์-สมศักดิ์" เต็งจ๋านั่งปลัดฯ เตรียมหารือลุ้นต่ออายุ 2 อธิบดีกรมโยธาฯ-ปภ. ขณะที่เก้าอี้ "เลขาฯศอ.บต." มีการปรับโครงสร้างใหม่ ส่งให้ "รองฯ ประสิทธิ์" นอนมา

 

                เมื่อวันที่ 14 ส.ค.59 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงหลักการสำคัญของการปฏิรูปกฎหมายของรัฐบาลและการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านรายการ "The Insider"ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ โดยระบุว่า ความสำเร็จตลอดระยะเวลา 2 ปีของการบริหารราชการของ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถเดินหน้าปฏิรูปกฎหมายไทยอย่างจริงจัง ถือเป็นครั้งที่ 2 หลังการปฏิรูปประเทศในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บนพื้นฐานปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัย กระจายอำนาจ ปราบทุจริต และการเข้าถึงการบริการด้านกฎหมายและยุติธรรม เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งชาวไทย และนักธุรกิจต่างประเทศ

                โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสำเร็จล่าสุด ในการออกพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)หลักประกันทางธุรกิจ ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมจากธนาคารโลก หลังจากที่มีความพยายามผลักดันร่างกฎหมายนี้ ยาวนานกว่า20 ปี รวมทั้ง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานราชการ รวมถึงช่วยลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน

นายวิษณุ กล่าวถึงข้อห่วงใยของประชาคมต่างประเทศเกี่ยวกับการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของนายกฯ ว่าช่วง 1 ปี กับ 10 เดือน ที่ผ่านมานายกฯพูดชัดเจนว่าจะไม่ใช้มาตรา 44 ในการเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่บังคับใช้อำนาจพิเศษเพื่อการปฏิรูปสังคม เพื่อวัตถุประสงค์ในด้านการบริหารเท่านั้น บางทีเราก็เรียกกันว่าใช้ในทางที่สร้างสรรค์ ส่วนการปฏิรูปกฎหมาย ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลง แต่ต้องเปลี่ยนแนวคิด วิสัยทัศน์ของประชาชน ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งต้องใช้เวลา และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

                ที่รัฐสภา นายเสรี สุวรรณภานนท์สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)ในฐานะประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองกล่าวถึงการจัดทำข้อเสนอแนะกฎหมายลูก 4 ฉบับของ สปท. เพื่อเสนอต่อ กรธ.ว่าใน วันที่ 16 ส.ค.นี้ สปท.การเมืองจะประชุม เพื่อสรุปว่า จะมีข้อเสนอแนะอย่างไรใน กฎหมายลูก 4 ฉบับที่จะส่งให้กรธ.พิจารณาได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. ร่างพ.ร.บ. การได้มาซึ่ง ส.ว. และร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ขณะนี้ประธานคณะทำงานพิจารณาร่างกฎหมายลูกแต่ละฉบับ ได้ข้อสรุปเสร็จสิ้นแล้ว

                ด้าน นายวันชัย สอนศิริ สปท.การเมือง ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. กล่าวว่าขณะนี้คณะทำงานได้สรุปประเด็นที่จะเสนอให้ กรธ.นำไปใส่ในร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.เสร็จเรียบร้อยแล้ว มี 7-8 ประเด็น อาทิ การให้ประชาชนที่มีหลักฐานทุจริตเลือกตั้ง เช่น กรณีถ่ายคลิปการซื้อเสียงได้ แล้วส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ดำเนินการ หากคดีถึงที่สุดสามารถเอาผิดผู้ทุจริตได้ ให้ผู้แจ้งเบาะแสดังกล่าวได้รับเงินรางวัลตอบแทน100,000 บาท จากกองทุนพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังห้ามผู้สมัคร และ ส.ส. ให้เงินช่วยเหลือตามงานประเพณีแต่งงาน งานบวช งานศพภายในเขตเลือกตั้งของตน เพื่อป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียงทางอ้อม โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ทางอาญา และทางการเมืองที่รุนแรง เด็ดขาดแก่ผู้ทุจริตซื้อเสียง อาทิ การตัดสิทธิไม่ให้ลงสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต การลงโทษจำคุกสูงสุด10 ปี โดยไม่รอการลงโทษ และมีอายุความ 20 ปี การให้มีโทษปรับสูงสุด 20 ล้านบาท

                ที่กระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎาบุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเสนอบัญชีรายชื่อข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยในตำแหน่งต่างๆ ที่จะเกษียณอายุราชการช่วงเดือนต.ค. ว่า ยืนยันจะใช้วิธีปกติ คือ การเปิดให้ข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งเป็นบริหารต้น ได้เข้ามาสอบแข่งขัน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) กำหนดไว้ภายในระยะเวลา 45 วันโดยการดำเนินการจะเป็นไปอย่างเปิดเผย ไม่มีนอกมีใน และอย่าไปเชื่อข่าวลือหรือข่าวลวงต่างๆ สำหรับบัญชีรายชื่อโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในจังหวัดใหญ่ๆ นั้น ขอให้เรามีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกก่อน จะยังไม่ได้นำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันที่ 16 ส.ค.นี้

                เมื่อถามว่า ในส่วนของผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่งอธิบดี 2 ราย คืออธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เนื่องจากปฏิบัติราชการครบ 4 ปี จะมีการต่ออายุราชการเพิ่ม หรือโยกย้ายปรับเปลี่ยน ปลัด มท. กล่าวว่า คงต้องปรึกษาในระดับนโยบายก่อน

                ด้านแหล่งข่าวระดับสูงกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า บัญชีรายชื่อข้าราชการระดับสูงเกษียณอายุราชการ กระทรวงมหาดไทยในตำแหน่ง "อธิบดี-ผู้ว่าราชการจังหวัด-ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย" ที่เกษียณราชการหรือผู้บริหารสูงจำนวน 28 คน ที่ได้ประกาศบัญชีเกษียณไปแล้วประกอบด้วย อธิบดีกรมที่ดิน 1 ราย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 6 ราย และผู้ว่าราชการจังหวัด21 ราย รวมข้าราชการระดับสูงเกษียณ28 ราย ในปี 2559

                "ตอนนี้จังหวัดใหญ่ๆ ที่เป็นเกรดเอที่เกษียณราชการลง จะเสนอเข้า ครม.ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ หรือช้าสุดก็จะเป็นสัปดาห์ถัดไป อย่างพื้นที่ จ.สมุทรปราการจ.นครศรีธรรมราช จ.ชลบุรี จ.ระยองจ.ขอนแก่น จ.นครศรีธรรมราช และจ.สุราษฎร์ธานี บุคคลที่คาดว่าน่าจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง สำหรับเมืองปากน้ำน่าจะเป็น นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าฯนครปฐมที่จะย้ายสลับเข้ามานั่งแทนส่วนพื้นที่ จ.ชลบุรี นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าฯ สระแก้ว จะเข้ามานั่งเป็นผู้ว่าฯ ขณะที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายสมศักดิ์จังตระกุล ผู้ว่าฯ อุบลราชธานี จะได้รับการแต่งตั้งไปนั่งแทน นอกจากนี้เก้าอี้อธิบดีกรมที่ดิน นายประทีป กีรติเรขารองปลัดกระทรวงมหาดไทยจะได้รับการแต่งตั้งไปนั่งทำหน้าที่" แหล่งข่าว กล่าว

                แหล่งข่าวคนเดิม กล่าวด้วยว่า ในส่วนของตำแหน่งเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาฯ ศอ.บต.เกษียณราชการนั้น ปกติเป็นโควตาของกระทรวงมหาดไทย ปีนี้จะมีการปรับโครงสร้างใหม่ให้ตำแหน่งเลขาฯ เป็นข้าราชการระดับซี 10 ดังนั้นน่าจะมีการขยับเอารองเลขาฯ ศอ.บต.ที่มีอยู่ปัจจุบันจำนวน 5 คน แต่ยังมี 2 ตำแหน่งว่างอยู่โดยนำ เอาคนใดคนหนึ่งมานั่งทำหน้าที่แทน คาดว่าจะเป็นนายประสิทธิ์ ชูเมืองรองเลขาฯ ศอ.บต. จะได้รับการเสนอชื่อครั้งนี้

 

 

 

ที่มา : สยามรัฐ ฉบับวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย