ด่วน! สตง. ชง 'รมว.คลัง' ฟื้นคดีคลองด่านใหม่แล้ว-ชี้ปมทุจริตเหตุสัญญาโมฆะสู้

13 พฤษภาคม 2559


 

ไม่รอช้า! สตง.ร่อนหนังสือด่วนที่สุดถึง รมว.คลัง รื้อฟื้นคดีคลองด่านใหม่แล้ว ชี้ประเด็นกิจการร่วมค้าสมคบจนท.-นักการเมือง ทุจริตให้ได้มาซึ่งสัญญาตามคำพิพากษาศาลอาญา ถือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีประชาชน ย่อมตกเป็นโมฆะ-เผยแจ้ง บิ๊กตู่ พิจารณาสั่งการด้วย

 

                กรณีสำนักข่าวอิศรา ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2559 ที่ผ่านมา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านฝ่ายกฎหมาย กับนายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้มีการหารือกรณีที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งชี้ขาดตามคณะอนุญาโตตุลาการให้รัฐบาลชดใช้เงินค่าเสียหายคดีกลุ่มบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ เรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ในฐานะคู่สัญญา ชำระเงินค่าจ้าง ค่าเสียหาย รวมดอกเบี้ยตามข้อเรียกร้อง เป็นเงิน 4,983,342,383 บาท ให้แก่ผู้เรียกร้อง พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงิน 4,424,099,982 บาท และของเงิน 26,434,636 เหรียญสหรัฐฯ นับแต่วันที่ 28 ก.พ. 2546 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และคืนหนังสือค้ำประกันพร้อมค่าธรรมเนียมและจ่ายค่าธรรมเนียมแทนผู้เรียกร้อง เป็นเงิน 6 ล้านบาท จนกว่าจะคืนหนังสือค้ำประกันให้ผู้เรียกร้อง ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลชำระไปแล้วจำนวน 2 งวด

                โดยที่ประชุมมีความเห็นว่า จะยื่นเรื่องต่อศาลปกครองสูงสุดให้รื้อฟื้นการพิจารณาคดีขึ้นมาใหม่ โดยให้ใช้คำพิพากษาศาลอาญา ที่ให้จำคุก อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และพวกรวมถึงบริษัทเอกชน โดยคำพิพากษาดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ามีการร่วมมือกันทุจริตระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับกลุ่มกิจการร่วมค่า ทำให้เห็นว่า เป็นสัญญามิชอบด้วยกฎหมาย และในขณะที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยออกมา ศาลอาญายังไม่ได้คำพิพากษาคดีดังกล่าวออกมา

                นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นว่า จะให้แนวคำพิพากษาศาลฎีกา คดีค่าโง่ทางด่วนบางนา-บางปะกง 6,000 ล้านบาท ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เป็นสัญญาไม่ชอบกฎหมายเพราะมีการทุจริตตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ชี้มูล ทำให้รัฐบาลไม่ต้องจ่ายเงินชดใช้ให้กับบริษัทเอกชน มาเป็นแนวทางในการต่อสู้คดีนี้ด้วย  ซึ่ง สตง.จะทำหนังสือถึงนายกฯ โดยอ้างคำพิพากษาศาลอาญาว่า มีการทุจริต เพื่อสั่งให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุดให้ฟื้นคดีขึ้นมาเป็นทางการอีกครั้ง

(อ่านประกอบ : ชง 'บิ๊กตู่' รื้อฟื้นคดีคลองด่านใหม่ ใช้คำพิพากษาคดีอาญา-แนวฎีกาค่าโง่ทางด่วนสู้!)

                ล่าสุดสำนักข่าวอิศรา ได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงการคลังว่า ในช่วงสายวันที่ 12 พ.ค.2559 ที่ผ่านมา สตง.ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้รับทราบถึงแนวทางการดำเนินการดังกล่าว และขอให้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้พิจารณาคดีใหม่แล้ว

" สตง.แจ้งมาในหนังสือว่า คำพิพากษาของศาลอาญาประกอบคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วินิจฉัยว่า กิจการร่วมค้าสมคบกับเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองในทุกขั้นตอนโดยทุจริตเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญญา ดังนั้น สัญญาดังกล่าวจึงเป็นสัญญาที่มีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ย่อมตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150" แหล่งข่าวระบุ

                แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า สตง.ยังระบุด้วยว่า ในขณะที่คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยสัญญาไม่ตกเป็นโมฆะ เพราะมิใช่กรณีการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสาระสำคัญของคู่สัญญา และทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 156 จึงเป็นข้อเท็จจริงใหม่ที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาทั้งในศาลแพ่ง อนุญาโตตุลาการ และศาลปกครอง

"ในกรณีดังกล่าว สตง.จึงเห็นว่า กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นเจ้าของเงินงบประมาณของแผ่นดิน จึงเป็นหน่วยงานที่เดือดร้อนเสียหาย หรืออาจเดือดร้อนเสียหาย ที่มีสิทธิ์ยื่นคำร้อง ต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้พิจารณาคดีใหม่"

                แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่า ในหนังสือฉบับนี้ของ สตง. ที่ทำถึงรมว.คลัง ยังได้ระบุว่า ได้ทำหนังสือกราบเรียนนายกฯ เพื่อพิจารณาสั่งการเรื่องนี้ด้วยแล้ว

(อ่านประกอบ : ละเอียดยิบ! เปิดเหตุผล 'สตง.' ฉบับเต็ม ชง 'รมว.คลัง' ฟื้นคดีคลองด่าน)

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา วันที่ 12 พฤษภาคม 2559

 

ภาพประกอบ : สำนักข่าวเนชั่น

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย