อัยการสั่งฟ้อง‘ธัมมชโย-พวก’คดีฟอกเงิน-รับของโจร เสียหายเบื้องต้น 2.9 พันล้าน

23 พฤศจิกายน 2559


 

อัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง พระธัมมชโย-ศุภชัย-พวกพันคดีฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่นฯ เสียหายกว่า 2.9 พันล้านบาท แล้ว นำตัวส่งฟ้องศาลภายในวันที่ 30 พ.ย. ส่วนผู้ต้องหาที่ยังไม่มาพบอัยการ ให้ดีเอสไอนำตัวมาภายในอายุความ

          ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา รายงานว่า คณะทำงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) มีความเห็นสั่งฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผู้ต้องหาที่ 1 น.ส.ศรัณยา มานหมัด ผู้ต้องหาที่ 3 และนางทองพิน กันล้อม ผู้ต้องหาที่ 4 ในความผิดฐานสมคบคิดกันฟอกเงิน ตามมาตรา 5,9 และ 60 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยพนักงานอัยการนัดผู้ต้องหาที่ 3 และ 4 มารายงานตัวเพื่อฟ้องต่อศาลอาญาในวันที่ 30 พ.ย. 2559 ส่วนนายศุภชัย ปัจจุบันถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำในคดียักยอกสหกรณ์คลองจั่นฯอีกคดีหนึ่งอยู่แล้ว

 

          นอกจากนี้คณะทำงานอัยการ ยังมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังไม่ได้ส่งตัวให้พนักงานอัยการ ได้แก่ พระเทพญาณมหามุนี (พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย) ผู้ต้องหาที่ 2 และ น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 5 ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ตามมาตรา 5, 9 และ 60 ของ พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 และ 83 แล้ว โดยแจ้งให้ดีเอสไอจัดการให้ได้ตัวมาส่งให้พนักงานอัยการภายในอายุความ 15 ปี นับแต่วันที่กระทำผิดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาแบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ ชุดแรก นายศุภชัย น.ส.ศรัณยา นางทองพิน กันล้อม อดีตเหรัญญิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย นางศศิธร โชคประสิทธิ์ ชุดสอง คือ วัดพระธรรมกาย มูลนิธิรัตนคีรี วัดบ้านขุน วัดพระพุทธบาท วัดแม่สะนาม วัดสามพระยา สมาคมพุทธศาสตร์ล้านนา สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี

          โดยทั้งหมดดีเอสไอพบว่า มีเส้นทางการเงินไปยังกลุ่มบุคคลข้างต้น มีปลายทางถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหลายกลุ่ม ซึ่งกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเงินปลายทางนั้น เป็นผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการเป็นผู้โอนหรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อน หรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน อาจเข้าข่ายกระทำความผิดฐานฟอกเงินได้ โดยพบความเสียหายเบื้องต้นรวมกันคือ 2,993,141,973 บาท

 

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย