‘วิชา’ ชี้ ปม ศานิตย์ ส่อผลประโยชน์ทับซ้อน เข้าข่ายผิด ม.103 กฎหมาย ป.ป.ช.

15 ธันวาคม 2559


 

          นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวกรณี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช. เมื่อครั้งรับตำแหน่ง ปรากฎว่าได้รับเงินเดือนเดือนละ 50,000 บาท จากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งตั้งแต่ ปี 2558 ในตำแหน่งที่ปรึกษาว่า เมื่อมีผู้นำเรื่องไปร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว หากเข้าข่ายการพิจารณาของป.ป.ช. ผู้ตรวจฯ ก็จะส่งมา หลังจากนั้น ป.ป.ช. ต้องพิจารณาว่ามีหลักฐานในการรับเงินจากเอกชนชัดเจนหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าไม่ควรรับเงินจากเอกชน แต่ถ้าเข้าเหตุก็ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะถ้าดูจากพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 103 กำหนดไว้ชัดเจนว่าข้าราชการทุกคนต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรา 103 ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 บัญญัติว่า ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยา ตามหลักเกณฑ์และจำนวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนด

 

 

ที่มา : มติชนออนไลน์ วันที่ 13 ธันวาคม 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย