'ป.ป.ช.'ชงแผนป้องกันออกโฉนดมิชอบ

9 มีนาคม 2560


 

          เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ "ร่างมาตรการป้องกันการทุจริตเพื่อแก้ไขปัญหาการออกเอกสารสิทธิในที่ดินโดยมิชอบ" โดยร่างมาตรการดังกล่าว ได้เสนอว่า ควรมีการกำหนดเขตพื้นที่ป่าให้ชัดเจน และกำหนดเขตที่ดินให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ และเสนอให้กรมที่ดินกำหนดระเบียบ คำสั่ง และขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้เคร่งครัดและชัดเจนในการออกเอกสารสิทธิที่ดิน เพื่อให้โปร่งใสและลดช่องว่างในการแสวง หาผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รวมทั้งดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องทั้งทางวินัย ทางแพ่งและทางอาญา นอกจากนั้นยังเสนอให้แก้กฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ในเรื่องการออกเอกสารสิทธิ รวมทั้งแก้ไข พ.ร.บ.ป.ป.ช. เพื่อให้ถือรายงานและความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นสำนวนการสอบสวน เพื่อขอให้ศาลสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ รวมทั้งให้ทำโครงการออกเอกสารสิทธิที่ดินเชิงรุกเฉพาะพื้นที่ โดยเริ่มดำเนินการพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวก่อน และดำเนินการให้ครบทุกจังหวัด ที่ยังมี ส.ค.1 ค้างอยู่ นอกจากนั้นเสนอให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ รวมทั้งให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วย งานที่เกี่ยวข้องจัดให้มีศูนย์ข้อมูลและมีการ บูรณาการการทำงานร่วมกันในการออกเอกสารสิทธิที่ดิน โดยมาตรการดังกล่าวคาดว่าจะสามารถส่งถึงคณะรัฐมนตรีได้ภายเดือน พ.ค.นี้

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทั้งนี้สำหรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิในที่ดินโดยมิชอบ ที่อยู่ในการดำเนินการของป.ป.ช. มี 131 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 80 เรื่อง แบ่งเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริง 44 เรื่อง และอยู่ระหว่างไต่สวนข้อเท็จจริง 7 เรื่อง โดยพฤติการณ์กระทำความผิด ประกอบด้วย การเรียกรับเงินเพื่อออกเอกสารสิทธิ, การออกเอกสารสิทธิโดยการสวมสิทธิแทนบุคคลอื่น, การออกเอกสารสิทธิทับพื้นที่ในป่าสงวน ที่สาธารณะ ที่ของบุคคลอื่น และออกเอกสารสิทธิในพื้นที่ที่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ ทั้งนี้ที่ผ่านมา ป.ป.ช.มีมติชี้มูล ความผิด เกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิในที่ดินโดยมิชอบ ตั้งแต่ปี 2542-2559 แล้ว 64 เรื่อง.

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560

 

 

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย