ทีดีอาร์ไอชี้ E-bidding ประหยัดงบจัดซื้อจัดจ้างได้กว่า 5 หมื่นล้าน

14 มีนาคม 2560


 

ดร. เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ชี้พลังข้อมูล ช่วยป้องกันทุจริตคอร์รัปชั่นได้แบบไม่สะเปะสะปะ และรัฐไม่ต้องเสียเงินเลย แค่เปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนช่วยตรวจสอบ ยกกรณีข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างพบ กว่า 5 ล้านรายการ แต่กรมบัญชีกลางให้แต่ละหน่วยงานรายงานข้อมูลเข้ามา  แต่ไม่ได้ตรวจสอบรายงานครบหรือไม่

 

          เมื่อเร็วๆ นี้ ดร. เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ให้สัมภาษณ์ในงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2560ฟื้นเศรษฐกิจ ปฏิรูปรัฐ ด้วยปฏิวัติข้อมูลณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

          ดร. เดือนเด่น กล่าวถึงข้อมูลเพื่อสร้างความโปร่งใสให้กับประเทศ  โดยมองว่า ความโปร่งใสที่ดีที่สุด คือรัฐไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เปิดเผยข้อมูลออกมา ซึ่งก็จะสามารถป้องกันการคอร์รัปชั่นได้แล้ว

          "มาตรการ หรือกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการปราบปราบคอร์รัปชั่น โดยไม่ต้องใช้เงินเลย ก็คือให้รัฐเปิดเผยข้อมูล เพราะเรามีคน 65 ล้านคนช่วยดูข้อมูล"

          ดร. เดือนเด่น กล่าวถึงงานวิจัยข้อมูลเพื่อสร้างนโยบายที่ดี พยายามชี้ให้เห็นว่า หากรัฐเปิดเผยข้อมูลเราสามารถนำข้อมูลมาใช้เพื่อป้องกันทุจริตคอร์รัปชั่นได้อย่างไร ในเมื่อภาครัฐมีข้อมูลเยอะมาก (Big Data) หลักล้านรายการ โดยเฉพาะข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง (G-procurement) เราจึงวิจัยลองนำ Big Data ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ ในส่วนของการก่อสร้างของ 3 กรม ได้แก่ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และกรมชลประทาน มาศึกษา พบว่า มีเกือบ 4 แสนรายการ และยังพบความแตกต่างระหว่างราคากลาง กับราคาที่ประมูลได้ ส่วนมากติดอยู่ที่ราคากลาง ซึ่งข้อมูลนี้สะท้อนการแข่งขัน

          ดร. เดือนเด่น  ถึงงบจัดซื้อจัดจ้างเฉลี่ยปี 2558-2559 อยู่ที่ 9 แสนล้านบาท  แค่ข้อมูลปี 2559 ก็ชี้ชัดว่า เมื่อนำระบบ E-bidding มาใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เราจะเห็นความแตกต่างระหว่างราคาจัดซื้อจัดจ้าง กับราคากลางแตกต่างกันมากกว่าประมูลด้วยระบบ E-auction อย่างชัดเจน

          "จากปี 2558-2559 รัฐนำระบบ E-bidding มาใช้ในการจัดซื้อจัดจ้าง ช่วยประหยัดได้ถึง 14% หรือ 56,000 ล้านบาท ทำให้เรารู้ว่า E-bidding เป็นระบบจัดซื้อจัดจ้างที่ดีที่สุด"

          ผอ.ด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ ตั้งคำถามต่อว่า แล้วทำไมประหยัดงบจัดซื้อจัดจ้างได้แค่ 14-15%  ได้มากกว่านั้นหรือไม่ ในงานวิจัยก็พบการกระจุกตัวของรายใหญ่สูงมากในแต่ละกรม บางกรมสูงบางกรมต่ำ และแต่ละพื้นที่ก็ไม่เหมือนกัน พื้นที่ไกลจากกรุงเทพฯ จะพบการกระจุกตัวสูงที่สุด มีผู้ประกอบการไม่กี่รายได้รับงาน โดยบางจังหวัดมีผู้ประกอบการรายเดียวรับงานหมดเลยก็มี

          ดร.เดือนเด่น กล่าวด้วยว่า พลังของข้อมูลจะทำให้เราป้องกันการคอร์รัปชั่นแบบไม่สะเปะสะปะ มิเช่นนั้นเราก็มัวแต่ไปแก้ระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการพัสดุ แก้แล้วก็ยังปัญหาอยู่ดี เพราะเราไม่เคยใช้ประโยชน์จากข้อมูล เราไม่เคยดูว่าปัญหาอยู่ตรงไหน หากมีข้อมูลสามารถเจาะระดับเขต ซึ่งก็ทำได้

          "วันนี้เรามีฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง 5.5 ล้านรายการ ปัญหาคือ กรมบัญชีกลางให้แต่ละหน่วยงานรายงานข้อมูลเข้ามา แต่ไม่ได้ตรวจสอบรายงานครบหรือไม่  เบื้องต้นต้องตรวจสอบการรายงานข้อมูลให้ตรงกัน เพื่อให้แน่ใจว่า รายงานจัดซื้อจัดจ้างครบถ้วน"

 

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา วันที่ 14 มีนาคม 2560

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย