ทุจริตจัดซื้อมหาสารคามพบมีเงินใส่ซองผอ.รร.

22 มีนาคม 2560


 

          ศึกษาธิการ * "การุณ" ตั้ง คกก.สอบวินัยอย่างร้ายแรง เพื่อลงโทษคนเอี่ยวทุจริตจัดซื้ออุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน พื้นที่ จ.มหาสารคาม เผยมีกรณีเงินใส่ซองมอบให้ ผอ.โรงเรียนด้วย ยันไม่มีการช่วยเหลือคนผิด ด้าน "โกศล" ขอดำเนินการตรวจสอบเอาผิดในเขตพื้นที่มหาสารคามให้เสร็จก่อนเตรียมขยายผล ย้ำคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยว่าอย่าทำงานแบบถ่วงเวลา ที่สำคัญการสอบสวนต้องเชื่อมโยงมายังส่วนกลางด้วยว่ามีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้หรือไม่

 

          นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรม การการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงกรณีการส่อทุจริตจัดซื้ออุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนจากงบประมาณเหลือจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2559 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) มหาสารคาม เขต 3 ที่มีอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนส่งถึงโรงเรียนทั้งๆ ที่ รร.ไม่ได้มีการจัดซื้อ เป็นเหตุให้มี 13 รร.ไม่ยอมเซ็นรับและไปแจ้งความ ซึ่งทาง สพฐ.ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงไปแล้ว ว่า ขณะนี้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้สรุปผลการสืบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พบว่ามีมูลตามที่มีการร้องเรียนจริง ดังนั้น ตนจึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง เพื่อดำเนินการลงโทษทางวินัยผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะลงโทษใครและขั้นไหนนั้น ขึ้นอยู่กับผลการสอบสวนและดุลยพินิจของคณะกรรมการ เพราะตามระเบียบแล้ว ทางเขตพื้นที่ฯ ต้องโอนเงินงบประมาณให้ทางโรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อเอง และในกรณีนี้ยังมีการนำเงินใส่ซองมอบให้กับ ผอ.โรงเรียนอีกด้วย ซึ่งตนยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการช่วยเหลือคนผิดอย่างแน่นอน

          ด้าน พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ปัญหาทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจาก สพฐ.ว่าเรื่องนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับ ผอ.สพป.มหาสารคาม เขต 3 แล้ว ซึ่งตนจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเพราะมีหลักฐานชัดเจน ส่วนกรณีของ สพป.มหาสารคาม เขต 2 ที่พบการเสนอรายชื่อ รร.ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของ สพฐ. ที่ให้เสนอรายชื่อ รร.ไม่เกินร้อยละ 20 ของ รร.ในพื้นที่ ในขณะที่ สพป.มหาสารคาม เขต 2 ได้รับการจัดสรรงบประมาณถึง 107 โรงนั้น เรื่องนี้กำลังมีการตรวจสอบข้อมูลอยู่ ซึ่งส่วนตัวตนคิดว่ามีความผิดปกติแน่นอน ส่วนจะมีการขยายผลไปยังเขตพื้นที่ฯ อื่นหรือไม่นั้น ขณะนี้ขอดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดในเขตพื้นที่ฯ มหาสารคามให้เสร็จสิ้นก่อน จากนั้นจะขยายผลเรื่องนี้ไปยังเขตพื้นที่ฯ อื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้ ตนขอย้ำคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยว่าอย่าทำงานแบบถ่วงเวลา ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ที่สำคัญการสอบสวนต้องเชื่อมโยงมายังส่วนกลาง คือ สพฐ.ด้วยว่ามีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้หรือไม่.

 

 

ที่มา - ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย