ศาลฎีกาฯ ฟัน 2 บอร์ดรัฐฯ - 3 นักการเมืองท้องถิ่น ซุกบัญชีทรัพย์สิน

19 เมษายน 2560


 

          ศาลฎีกาฯฟันอีกลอต บอรด์องค์การสวนพฤกษศาสตร์ บ.ไม้อัดไทย สังกัด ก.ทรัพย์ฯ - 3 นักการเมืองท้องถิ่น จ.ปทุมฯ กระบี่ สุพรรณฯ จงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ปรับคนละ 4,000-8,000 บาท จำคุก 1-2 เดือน รอลงโทษทั้งหมด

          สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า  เมื่อวันที่ 18  เม.ย.2560  สำนักงานศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้เผยแพร่คำพิพากษาคดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ผู้ร้อง ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด เพิ่มเติมจากครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2560  ก่อนหน้านี้   อีก  5   คดี (ราย)  มีความผิดทุกราย  เป็น กรรมการรัฐวิสาหกิจ 2 รายคือ นายบุญนำ นิกรเทศ กรรมการ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ และ  นายวีระพงษ์  บริสุทธิ์สุขกมล กรรมการ บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด อีก 3 คดี เป็นนักการเมืองระดับท้องถิ่น 

 

          1.นายโปรย เกาะอ้อม รองนายกเทศมนตรีตำบลบางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ภายในระยะเวลากำหนด   กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้ว 1 ปี  ในการดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลบางเตย  ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32 และ 33    ห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือในตำแหน่งใดใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปี      นับแต่วันที่ 16 ธ.ค.2554 อันเป็นวันที่ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่ง   ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 34 วรรคสอง กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119  จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท  ผู้คัดค้านให้การรับสารภาพ มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี มีเหตุให้บรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 1  เดือน ปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับการลงโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 (คดีหมายเลขแดงที่ อม. 34/2560 -28 ก.พ.2560) 

          2.นายบุญนำ นิกรเทศ กรรมการ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ภายในระยะเวลากำหนด     กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้ว 1 ปี  ในการดำรงตำแหน่งวาระที่ 1 และ วาระที่สอง  ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542  มาตรา 39 ( 15) ประกอบมาตรา 32 และ 33  และห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ เฉพาะตำแหน่งตามมาตรา 39 และ มาตรา 40   เป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่  16 ก.ย.2554 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งกรรมการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ วาระที่ 2   ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542  มาตรา 41 กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119  การกระทำของผู้คัดค้านเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป  ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 91 จำคุกกระทงละ  2 เดือน และปรับกระทงละ  8,000 บาท รวม 2  กระทง เป็นจำคุก 4 เดือน และปรับ 16,000 บาท  ผู้คัดค้านให้การรับสารภาพ มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี มีเหตุให้บรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 2  เดือน ปรับ 8,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับการลงโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56  (คดีหมายเลขแดงที่ อม. 41/2560 10 มี.ค.2560) 

          3.นายวีระพงษ์  บริสุทธิ์สุขกมล กรรมการ บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ภายในระยะเวลากำหนด  กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้ว 1 ปี  ในการดำรงตำแหน่งวาระที่ 1 และ วาระที่สอง   ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542  มาตรา 39 ( 15) ประกอบมาตรา 32 และ 33  และห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ เฉพาะตำแหน่งตามมาตรา 39 และ มาตรา 40   เป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่  9 พ.ย. 2554 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งกรรมการ บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด  วาระที่ 2   ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542  มาตรา 41 กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119  การกระทำของผู้คัดค้านเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป  ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 91 จำคุกกระทงละ  2 เดือน และปรับกระทงละ  8,000 บาท รวม 2  กระทง เป็นจำคุก 4 เดือน และปรับ 16,000 บาท  ผู้คัดค้านให้การรับสารภาพ มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี มีเหตุให้บรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 2  เดือน ปรับ 8,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับการลงโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56  (คดีหมายเลขแดงที่ อม. 52/2560- 20 มี.ค.2560) 

          4.นายนรเทพ ปานมาตย์   เลขานุการนายกองค์การสวนตำบล (อบต.) ห้วยยูง  อ.เหนือคลอง จ.กระบี่  จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ภายในระยะเวลากำหนด  กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้ว 1 ปีในการดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกฯ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32 และ 33    ห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือในตำแหน่งใดใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปี      นับแต่วันที่ 30 ส.ค. 2555  อันเป็นวันที่ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่ง   ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 34 วรรคสอง  กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119  จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท  ผู้คัดค้านให้การรับสารภาพ มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี มีเหตุให้บรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 1  เดือน ปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับการลงโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56  (คดีหมายเลขแดงที่ อม. 58/2560- 30 มี.ค.2560) 

          5.นายวิกร ศุภัทราธนกุล   รองนายกเทศมนตรีตำบลโคกคราม   อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ภายในระยะเวลากำหนด  กรณีพ้นจากตำแหน่ง และ กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้ว 1 ปีในการดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลบางปลาม้า  ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32 และ 33     ห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือในตำแหน่งใดใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปี      นับแต่วันที่ 9 มี.ค. 2555  อันเป็นวันที่ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่ง   ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 34 วรรคสอง  กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119  การกระทำของผู้คัดค้านเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป  ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 91 จำคุกกระทงละ  2 เดือน และปรับกระทงละ  8,000 บาท รวม 2  กระทง เป็นจำคุก 4 เดือน และปรับ 16,000 บาท  ผู้คัดค้านให้การรับสารภาพ มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี มีเหตุให้บรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 2  เดือน ปรับ 8,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับการลงโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56   (คดีหมายเลขแดงที่ อม. 59/2560- 30 มี.ค.2560) 

          ทั้งนี้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ และ บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด เป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากนับตั้งแต่ 5 ม.ค. 18  เม.ย. 2560 ล่าสุด  ศาลฎีกาฯ เผยแพร่คำพิพากษาคดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ร้อง ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด และยื่นบัญชีฯเท็จ รวม 9 ครั้ง 70 คดี (ราย ) จำแนกเป็น

1.จงใจยื่นบัญชีฯเท็จ 1 ราย คือ นายหนูแดง วรรณกางซ้าย ส.ส.บุรีรัมย์

2.จงใจยื่นบัญชีฯเท็จและร่ำรวยผิดปกติ 1 รายคือ นายเกษม นิมมลรัตน์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ และที่ปรึกษานายก อบจ.เชียงใหม่

3.จงใจไม่ยื่นบัญชีฯ 68 ราย เป็นนักการเมืองระดับชาติ 1 ราย คือ นายเอกศักดิ์ แดงเดช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการรัฐวิสาหกิจ 2 รายคือ นายบุญนำ นิกรเทศ กรรมการ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ และ  นายวีระพงษ์  บริสุทธิ์สุขกมล กรรมการ บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ที่เหลือเป็นนักการเมืองระดับท้องถิ่นทั้งหมด

 

 

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา วันที่ 19 เมษายน 2560

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย