คำให้การอดีต ปธ.สหกรณ์จุฬาฯเทียบผู้เสียหายปมถูกหลอกลงทุน -เอาไปเล่นพนันจริงหรือ

11 พฤษภาคม 2560


 

          “มีช่วงหนึ่งที่สมาชิก และบอร์ดสหกรณ์จุฬาฯ นั่งรถตู้เพื่อไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างจังหวัด มีการเช่ารถตู้คันหนึ่งเพื่อให้นายสวัสดิ์ กับพรรคพวก เล่นการพนันกันในรถ เล่นติดต่อกันนานหลายชั่วโมง แม้ถึงที่หมายแล้ว แต่ถ้ายังไม่เล่นกันไม่เสร็จ ก็ไม่ยอมลง ให้สตาร์ทรถทิ้งไว้อย่างนั้น จนกว่าจะเล่นจบ

          ในที่สุดคดีก็มีความชัดเจนเสียที ในคดีอดีตประธานสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลอกเงินให้ร่วมลงทุนในธุรกิจล็อตเตอรี่ จนเกิดความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 500-1,000 ล้านบาท

 

          หลังจากเมื่อช่วงดึกวันที่ 8 พ.ค. 2560 มีรายงานว่า นายสวัสดิ์ แสงบางปลา อดีตประธานสหกรณ์จุฬาฯ ย่องเงียบเข้ามอบตัวกับตำรวจ เพื่อต่อสู้คดีดังกล่าว โดยเบื้องต้นเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน และยอมรับสารภาพในเรื่องเชิญชวนให้ผู้เสียหายลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ

          ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2560 พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นำตัวนายสวัสดิ์ แถลงข่าวต่อหน้าผู้เสียหาย และสื่อมวลชน เพื่อให้ซักถามถึงกรณีดังกล่าว

เบื้องต้น นายสวัสดิ์ ยอมรับการกระทำดังกล่าว และขอโทษบรรดาอาจารย์ กับผู้เสียหาย โดยพร้อมจะชดใช้คืนก่อน 10% ส่วนที่เหลือจะนำเงินที่ได้จากการลงทุนในบริษัท และหุ้นต่าง ๆ เพื่อทยอยใช้คืนต่อไป

          สำหรับมูลเหตุของเรื่องนี้ตามคำให้การของนายสวัสดิ์ เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2553 โดยชักชวนบุคคลอื่นเพื่อนำเงินไปลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ ก่อนที่จะเชิญชวนคนอื่น ๆ อีกจำนวนมากเพื่อนำเงินมาหมุนให้คนที่เชิญชวนก่อนหน้านี้ กระทั่งหมุนเงินไม่ทันในที่สุด

พล.ต.ท.ฐิติราช ถึงกับโพล่งกลางวงแถลงว่า แบบนี้แหละที่เขาเรียกกันว่า แชร์ลูกโซ่” !

แต่ยังมีประเด็นปัญหาเดียวที่นายสวัสดิ์ยังตอบได้คลุมเครือ ไม่ชัดเจน

          นั่นคือตกลงแล้วนายสวัสดิ์ นำเงินไปลงทุนทำอะไรกันแน่ เพราะผู้เสียหายหลายรายต่างให้การตรงกันว่า นายสวัสดิ์ ชักชวนให้ลงทุนในธุรกิจล็อตเตอรี่ ส่วนนายสวัสดิ์ อ้างว่า นำไปลงทุนในบริษัท และหุ้นหลายแห่ง ขณะที่มีเสียงซุบซิบกันว่า นายสวัสดิ์ ค่อนข้างติดการพนันพอสมควร ?

          จนสุดท้ายนายสวัสดิ์ ต้องยอมรับต่อหน้าผู้เสียหายว่า เล่นการพนันจริง แต่ไม่ถึงกับหมดเงินเป็น 10-20 ล้านบาท เล่นมากสุดเสียแค่หลักแสนบาท และเคยตระเวนเล่นไปแล้วทั้งในประเทศสิงคโปร์ และปอยเปต ประเทศกัมพูชา และในไทยก็เล่นบ้าง แต่เป็นการเล่นดัมมี่ หมดเงินแค่ประมาณหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทเท่านั้น

ไม่มีทางที่ผมจะเล่นไปถึงหลักล้านบาทแน่นอนเป็นคำยืนยันของนายสวัสดิ์

สวนทางกับคำให้การของผู้เสียหาย และเสียงซุบซิบในแวดวงสมาชิกสหกรณ์จุฬาฯ ที่เคยเล่าให้สำนักข่าวอิศรา ก่อนหน้านี้ว่า นายสวัสดิ์ ค่อนข้าง ติดการพนัน และใช้เงินไปกับการพนันเป็นจำนวนมาก

          “มีช่วงหนึ่งที่สมาชิก และบอร์ดสหกรณ์จุฬาฯ นั่งรถตู้เพื่อไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างจังหวัด มีการเช่ารถตู้คันหนึ่งเพื่อให้นายสวัสดิ์ กับพรรคพวก เล่นการพนันกันในรถ เล่นติดต่อกันนานหลายชั่วโมง แม้ถึงที่หมายแล้ว แต่ถ้ายังไม่เล่นกันไม่เสร็จ ก็ไม่ยอมลง ให้สตาร์ทรถทิ้งไว้อย่างนั้น จนกว่าจะเล่นจบเป็นคำยืนยันจากสมาชิกสหกรณ์จุฬาฯ รายหนึ่ง

          “บางครั้งขาดขา นายสวัสดิ์ จะโทรศัพท์ชักชวนคนนู้น คนนี้ให้มาเล่น แม้แต่คนที่เป็นศัตรูทางการเมืองของตัวเองในสหกรณ์จุฬาฯ ก็เคยเชิญมาเล่น เพราะเขาถือว่า แม้ข้างนอกจะไม่ถูกกัน แต่ในวงการพนันก็สามารถเล่นด้วยกันได้เป็นอีกคำบอกเล่าหนึ่งของสมาชิกสหกรณ์จุฬาฯอีกราย

          สอดคล้องกับคำให้การของ น.ส.เมธวัชร์ หรือ พชกร คนมั่น ผู้ต้องหาที่ถูกจับก่อนหน้านี้ เนื่องจากพบว่า ได้รับเงินที่โอนจากนานยสวัสดิ์ มูลค่าประมาณ 62 ล้านบาท โดย น.ส.เมธวัชร์ อ้างว่า เป็นเงินที่นายสวัสดิ์โอนมาเพื่อให้เล่นการพนันให้

          อย่างไรก็ดีนายสวัสดิ์ ให้การปฏิเสธตลอดในช่วงแถลงข่าว แม้จะอึกอักบางช่วงก็ตาม โดยยืนยันว่า เงินที่เชิญมาร่วมลงทุนนั้น ไม่ได้เล่นการพนัน แต่นำเงินไปลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ แต่จำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง

          สำหรับข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องสืบสวนต่อไป หากไม่ได้นำเงินไปเล่นการพนันจริง แล้วไปลงทุนในธุรกิจอะไร ทำไมถึงไม่มีเงินมาจ่ายปันผลให้กับสมาชิกสหกรณ์จุฬาฯที่ร่วมลงทุนด้วย

 

ประเด็นสำคัญคือจะเยียวยาผู้เสียหาย และตามเงินเหล่านั้นกลับคืนมาได้อย่างไร ?

 

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา วันที่ 9 พฤษภาคม 2560

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย