คลังคัด 5 โครงการเข้า CoST หวังช่วยลดคอร์รัปชัน รฟม.ดันรถไฟฟ้าภูเก็ต

3 กรกฎาคม 2560


 

บัญชีกลางลุยดัน 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐานเข้าร่วมโครงการ CoST เพื่อความโปร่งใส ช่วยลดคอร์รัปชันภาครัฐ รฟม.เดินหน้าเร่งจ้างที่ปรึกษาทำแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูเก็ต คาดสรุปผลต้นปี 61

                นางสาวอรนุช ไวนุสิทธิ์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาระบบการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ต้นปี 2560 ที่ผ่าน มารัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรม การเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST Committee) ทำหน้าที่เป็นคณะการตรวจความโปร่งใสของโครง การก่อสร้างภาครัฐ ซึ่งมีนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน มีอธิบดี กรมบัญชีกลางเป็นรองประธาน และยังมีผู้แทนจากภาครัฐและเอกชน ร่วมเป็นคณะกรรมการ

 

                ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางได้ นำร่อง 5 โครงการ มูลค่าโครงการกว่า 5 หมื่นล้านบาท เข้าโครงการ CoST เพื่อลดการทุจริตในภาครัฐ ประกอบด้วย 1 โครงการบรรเทาอุทก ภัย ระยะที่ 2 จังหวัดสงขลา ของกรมชลประทาน มูลค่าโครง การ 3.71 พันล้านบาท โครง การที่ 2 โครงการก่อสร้างทางวิ่ง ทางขึ้นท่าอากาศยานเบตง ของกรมท่าอากาศยาน มูลค่า 1.31 พันล้านบาท โครงการที่ 3 โครงการก่อสร้างอาคารสถาบัน โรคผิวหนัง ณ สถาบัน โรคผิวหนัง ของกรมการแพทย์ มูลค่า 947 ล้านบาท

                สำหรับโครงการที่ 4 โครง การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ปีงบประมาณ 2554-2560) ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย มูลค่า 1.66 หมื่นล้านบาท โดย 4 โครงการแรก ได้ดำเนินการเปิดเผยข้อ มูลตามหลักของ CoST ขณะที่โครงการที่ 5 โครงการทาง พิเศษสาย พระราม 3 ดาวคะ นอง วงแหวนรอบนอก กรุงเทพฯ ด้านตะวันตก ของกรมทางพิเศษแห่งประเทศไทย มูล ค่า 3.12 หมื่นล้านบาท อยู่ระ หว่างการเปิดประมูลโครงการ

                "หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกโครงการก่อสร้างเข้าโครงการ CoST จะต้องเป็นโครงการที่มีมูลค่า 1 พันล้าน บาทขึ้นไป เป็นโครงการโครง สร้างพื้นฐานของประเทศ และมีความสำคัญและส่งผลกระทบต่อสาธารณชนในวงกว้าง ซึ่งโครงการที่เข้าโครงการ CoST จะต้องเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกให้สาธารณชนตรวจสอบได้ เช่น รายละเอียดโครงการและสัญญา" นางสาวอรนุชกล่าว

                ด้านนายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รักษาการ ผู้ว่าฯ รฟม.เปิดเผยว่า ขั้นตอนหลังจากที่ คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ได้เห็นชอบแผนการพัฒนาระบบขน ส่งสาธารณะรถไฟฟ้าใน จ.ภูเก็ต โดยมอบหมายให้ รฟม. ดำเนินการ ว่า ขั้นตอนหลังจากจากนี้ รฟม.จะเร่งดำเนินการคัดเลือกที่ปรึกษาเพื่อจัดทำรายงานความ เหมาะสมและความคุ้มค่าใน การลงทุน (รายงานพีพีพี) ซึ่ง เป็นไปตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน 2556 คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือนกำหนดระยะเวลาในการศึกษาประมาณ 3 เดือน และสรุปรายงานผลการศึกษาภายในต้นปี 61

                นายธีรพันธ์กล่าวว่า คาด ว่าโครงการนี้จะเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่เกินกลางปี 2561 จากนั้นจะดำเนินการคัดเลือกเอกชนเข้า มารับสัมปทาน จะใช้เวลาประ มาณ 6-8 เดือน ดังนั้น ภายในต้นปี 2562 จะต้องได้ผู้รับสัมปทาน เพื่อดำเนินการก่อ สร้างให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี

                "ยืนยันว่า โครงการนี้จะเกิดประโยชน์กับนักท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะเป็นเส้นทางที่จะเชื่อมสนามบินภูเก็ตเข้าสู่ตัวเมือง มั่นใจว่าจะเกิดความคุ้มค่าในการลงทุนอย่างแน่นอน" นายธีรพันธ์กล่าว.

 

 

 

ที่มา : ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย