สิงคโปร์ ออสเตรเลีย จับมืออังกฤษ สหรัฐฯแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นนานาชาติ

11 กรกฎาคม 2560


 

สิงคโปร์ ออสเตรเลีย จับมืออังกฤษ สหรัฐฯ ร่วมต้านคอร์รัปชั่นระดับนานาชาติ ชูประเด็นโกงขนาดใหญ่ จากเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง วางตัวเป็นตัวประสานทั้งด้านกฎหมาย การสืบสวน

          เว็ปไซต์Asian Correspondent รายงานว่า เมื่อวันที่  5  ก.ค. 60 องค์การด้านการบังคับใช้กฎหมายจากประเทศสหรัฐอเมริกา แคนนาดา สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ร่วมมือองค์กรความร่วมมือต่อต้านคอร์รัปชั่นนานาชาติ หรือ The International Anti-Corruption Coordination Centre (IACCC) โดยมีหน่วยงานด้านต่อต้านอาชญากรรมประเทศอังกฤษหรือ UK’s National Crime Agency (NCA)  ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ เป็นเจ้าภาพในการจัดตั้งครั้งนี้

 

          เป้าหมายหลักของ IACCC เพื่อสร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติในการจัดการปัญหาคอร์รัปชั่นโดยเฉพาะในโครงการขนาดใหญ่ของแต่ประเทศ และเพื่อสร้างให้เกิดการร่วมมือด้านกฎหมาย การสืบสวนข้ามชาติที่สะดวกขึ้นและนำไปสู่การจัดการในระบบยุติธรรมได้อย่างรวดเร็ว

          ด้านนายโดนัลด์ ทูน (Donald Toon) ผู้อำนวยการด้านอาชญากรรมทางเศรษฐกิจของ NCA กล่าวรายงานในวันเปิดตัวว่า วันนี้เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าปัญหาการคอร์รัปชั่นจากผู้นำกำลังส่งผลกระทบขนาดใหญ่ต่อระบบเศรษฐกิจ เราจึงมีความจำเป็นในการทำหน้าที่ตรงนี้เพื่อขจัดปัญหาดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือประเทศที่กำลังเผชิญหน้ากับความรุนแรงของปัญหาคอร์รัปชั่นจากโครงการขนาดใหญ่ที่เจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีอำนาจในบ้านเมืองนั้นๆ กำลังสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนของตัวเอง

          “ปัจจุบันมีความร่วมมือระหว่างประเทศมากมายที่เกี่ยวข้องกับประเด็นอาชญากรรม แต่ยังขาดเครื่องมือที่จะมาจัดการประเด็นปัญหาการคอร์รัปชั่นขนาดใหญ่ ความร่วมมือจากนานาชาติจึงเป็นความพยายามทำให้การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นมีประสิทธิภาพสูงสุด

          ตามการนิยามคำว่า การคอร์รัปชั่นขนาดใหญ่หรือ Grand Corruption ขององค์กร NCA หมายรวมถึงการคอร์รัปชั่นของกลุ่มการเมืองที่มีส่วนเชื่อมโยงถึงสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาล และนำไปสู่ภัยคุกคามความมั่งคงทางการเมืองและการพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการติดสินบนของเจ้าหน้าที่รัฐ การฉ้อราษฎร์บังหลวง ปัญหาการฟอกเงิน เป็นต้น

          NCA ยังระบุด้วยว่า การคอร์รัปชั่นขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในประเทศด้อยพัฒนาและประเทศกำลังพัฒนาที่มีความเหลื่อมล้ำค่อนข้างสูง อันส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจในประเทศนั้นๆ

          ทางด้านนาย Neil Gaughan  รองกรรมาธิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย (AFP) กล่าวว่า การติดสินบนและการคอร์รัปชั่นคือตัวทำลายการแข่งขันทางการตลาดโดยเฉพาะในการจัดสรรทรัพยากรและเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม

          ทั้งนี้ องค์กร AFP ถือเป็นหนึ่งในตัวแทนของกรรมาธิการของ IACCC ซึ่งประกอบไปด้วย ตัวแทนจากองค์กรสืบสวนการคอร์รัปชั่นของสิงคโปร์ (Singapore’s Corrupt Practices Investigation Bureau (CPIB)), องค์กรจัดการปัญหาด้านการฉ้อโกงร้ายแรง ภายใต้สำนักงานตำรวจนิวซีแลนด์ (New Zealand’s Serious Fraud Office, the New Zealand Police) , ตำรวจม้าแคนาดา( Canadian Mounted Police) และสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯหรือ the US’s Federal Bureau of Investigation (FBI).

          ด้านนาย  Wong Hong Kuan ผู้อำนวยการ CPIB ของสิงคโปร์ กล่าวว่า ปัญหาการคอร์รัปชั่นได้เพิ่มอย่างรวดเร็วและไม่เพียงเท่านั้นปัญหาเหล่านี้ยังส่งผลข้ามประเทศอีกด้วย การร่วมมือครั้งนี้เพื่อที่จะเข้ามาจัดการกับปัญหาการคอร์รัปชั่นขนาดใหญ่เหล่านี้ที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

          ด้าน นายTim Morris ผู้บัญชาการสูงสุดสำนักงานตำรวจสากลหรือ Interpol เผยว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นถือเป็นตัวการสำคัญต่อปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ทำลายระบบการเมือง เศรษฐกิจ เสถียรภาพทางสังคม อาชญากรรมบางครั้งเส้นทางการเงินที่มาจากการคอร์รัปชั่น ได้ฉายให้เห็นภาพความเชื่อมโยงข้ามประเทศ ซึ่งหากเรายังมั่วนิ่งเฉยต่อปัญหาเหล่านี้ ย่อมเป็นโอกาสที่เงินหลายพันล้านดอลลาร์จะสูญเสีย แน่นอนนั่นคือสวัสดิการของคนในประเทศ

          นาย Tim ยังกล่าวด้วยว่า ตำรวจสากล และองค์กรด้านความปลอดภัยในสหรัฐ กำลังพิจารณาที่จะเข้าร่วมเป็นภาคีภายใต้องค์กร IACCC

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้ข้อตกลงจากการประชุมสุดยอดผู้นำด้านการต่อต้านคอร์รัปชั่นเมื่อปี 2016 ประเทศอังกฤษจะเป็นเจ้าภาพในการดูเเลงานของ IACCC จนกระทั่งหมดวาระในปี 2021 โดยการสนับสนุนงานผ่านสำนักนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลอังกฤษ ขณะที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์และเยอรมันนี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการร่างกรอบการทำงานของ IACCC ยังไม่เข้าร่วมในครั้งนี้ โดยให้เหตุผลว่าขอเป็นผู้สังเกตการณ์ไปก่อน แต่ยินดีที่เข้าร่วมการประชุมของ IACCC ทุกครั้ง

 

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา 09 กรกฎาคม 2560

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย