'ดีเอสไอ'ตั้งกก.สอบวินัย4จนท.คดีที่ดินพังงาดับ

8 สิงหาคม 2560


 

          อธิบดีดีเอสไอเผยตั้งกรรมการสอบวินัย 4 จนท.แล้ว แต่ต้องรอผลคดีอาญา พร้อมให้ความร่วมมือ-อำนวยความสะดวก ตร.หาคนผิด

          จากกรณีเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ศาลมี คำสั่งคดีพลิกศพการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล อายุ 66 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ที่ดิน จ.พังงา ผู้ต้องหาออกเอกสารสิทธิที่ดินทับซ้อนอุทยานแห่งชาติกว่าพันแปลง ที่เสียชีวิตภายในห้องควบคุมกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2559 โดยระบุว่ามีผู้ทำให้เสียชีวิตตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

          เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายนายธวัชชัยกล่าวว่า เป็นหน้าที่ตำรวจในการหาผู้กระทำผิด การชี้แจงของดีเอสไอ เป็นการผลักภาระของตัวเองให้ตำรวจ เพราะการเสียชีวิตของพี่ชาย เสียชีวิตระหว่างถูกคุมตัวในห้องขังดีเอสไอ ดังนั้น จะทำหนังสือยื่นต่อ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ดีเอสไอแสดงสปิริตในการสืบสวนสอบสวนร่วมกับตำรวจ โดยจะปรึกษาร่วมกับทนายความว่าจะสามารถเอาผิดดีเอสไอได้มากน้อยเพียงใด

 

          "ศาลอาญาเพิ่งจะมีคำสั่งไปเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา คงจะมีขั้นตอนการใช้ระยะเวลาในการส่งสำนวนคำสั่งไต่สวนชันสูตรพลิกศพที่ศาลสั่งให้ส่งคำสั่งดังกล่าวให้อัยการ เพื่อส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ตั้งเรื่องสอบสวนหาตัวผู้ที่ทำให้ตายอีกครั้ง ระบบราชการที่จะต้องให้ระยะเวลาบ้าง" นายชัยณรงค์กล่าว

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นอกจากสำนวนไต่สวนชันสูตรพลิกศพที่อัยการยื่นต่อศาลอาญาไปแล้วนั้น ทางพนักงานสอบสวนมีการตั้งสำนวนการสืบหาผู้กระทำผิดไปควบคู่และมีการเรียกพยานไปสอบปากคำบ้างแล้วหรือไม่ นายชัยณรงค์กล่าวว่า ยังไม่มีการเรียกตนไปสอบสวนในสำนวนที่สืบหาผู้ที่กระทำให้ตาย แต่เข้าใจว่าตามขั้นตอนคงจะมีการรอสำนวนไต่สวนชันสูตรพลิกศพก่อนถึงค่อยมีการตั้งสำนวนหาผู้ที่กระทำให้ตาย แต่ไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้ทางพนักงานสอบสวนมีการตั้งอีกสำนวนไว้หรือไม่ ต้องลองสอบถามกับทางพนักงานสอบสวนเอง

          เมื่อถามว่า ในคดีนี้จะมีการฟ้องร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของดีเอสไอต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) หรือไม่ นายชัยณรงค์กล่าวว่า ขณะนี้ก็มีการพุดคุยกับทางทนายความอยู่ แต่ยังไม่ได้คิดที่จะร้องเรียน ขอให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้องก่อน ถ้ามีการเข้าข่ายเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็เชื่อว่าจะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะส่งเรื่องต่อให้ ป.ป.ท. หรือ ป.ป.ช.เอง

          พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า ทันทีที่ได้รับคำสั่งของศาล เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาผู้กระทำผิด โดยจะเรียกประชุมฝ่ายสืบสวนสอบสวนในเร็วๆ นี้ และหากยังไม่สามารถหาข้อเท็จจริงได้ สามารถขอขยายเวลาในการสืบสวนสอบสวนได้ ส่วนนายชัยณรงค์จะแจ้งความดำเนินคดีบุคคลหรือหน่วยงานใดหรือไม่ถือเป็นสิทธิส่วนตัว

          ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ในส่วนของคดีอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง จะเป็นผู้รับผิดชอบในคดีดังกล่าวตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อหาว่าบุคคลใดทำให้นายธวัชชัยเสียชีวิต และเกิดจากความประมาทหรือมีเจตนาหรือไม่อย่างไร ทุกอย่างจะอยู่ในสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดีเอสไอคงทำได้เพียงให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเรียกตัวเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่อยู่ในวันที่เกิดเหตุ หรือมาตรวจสถานที่ห้องควบคุมอีกครั้ง ทุกอย่างพร้อมอำนวยความสะดวก

          พ.ต.อ.ไพสิฐยังกล่าวว่า ในส่วนของดีเอสไอ นั้นได้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอแล้ว 4 ราย เป็นคนที่เข้าเวรวันเกิดเหตุ 2 ราย และอยู่ที่ชั้นควบคุม 2 ราย ส่วนพนักงานรักษาความปลอดภัย 1 ราย ดีเอสไอไม่ได้ดำเนินการอย่างไร เพราะไม่ใช่บุคลากร

          ของดีเอสไอ แต่ รปภ.รายดังกล่าวก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่เดิม ไม่ได้หนีหายไปไหน และพร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับผลการสอบสวนทางวินัยคงต้องรอในส่วนของคดีอาญาแล้วเสร็จ

          "ตอนนี้ดีเอสไอคงพูดอะไรได้ไม่มาก พูดไป จะกลายเป็นว่าแก้ตัว จึงอยากให้รอกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วทุกอย่างจะบ่งชี้ได้ชัดว่าเกิดอะไร เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีคนวิพากษ์วิจารณ์ แต่ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริง ทุกคนที่อยู่ในวันที่เกิดเหตุก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน ยังทำงานตามปกติ" พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว

 

 

 

ที่มา : มติชน ฉบับวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2560

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย