อาจารย์ม.ราชภัฏฯ เล็งฟ้องผู้บริหาร ส่อทุจริต12คดี

5 กันยายน 2560


 

          "คณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม"รวมตัวตั้งเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน ยื่นฟ้องอดีตผู้บริหารหลายราย มีพฤติกรรมส่อทุจริตอุ้มคนผิด 12 คดี "อุปนายกสมาคมศิษย์เก่า"แฉกลุ่มอำนาจเก่าขวางตั้งผู้บริหารชุดใหม่ หวั่นถูกตรวจสอบเช็กบิล

          เมื่อวันที่ 3 ก.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้นักศึกษาและคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้รวมตัวกันจัดตั้ง "เครือข่ายนักศึกษาคณาจารย์ต่อต้านคอร์รัปชัน"ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์ประสานงานรวบรวมข้อมูลหลักฐานยื่นฟ้องอดีตอธิการบดีและผู้บริหารมหาวิทยาลัยหลายรายที่ประพฤติตนส่อไปในทางไม่โปร่งใสโดยมี ดร.สมยงค์ แก้วสุพรรณ อุปนายกสมาคมศิษย์เก่าฯ เป็นที่ปรึกษากฎหมาย

          ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อเดือน ม.ค.60 ดร.ภูษณ ปรีย์มาโนช อดีตกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ร้องเรียนให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในมหาวิทยาลัย จำนวน 12 คดี แต่รักษาการผู้บริหารมหาวิทยาลัยกลับนิ่งเฉยไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น โดยพบว่ามีการบรรจุแต่งตั้ง อาจารย์ที่จบระดับปริญญาโท แต่กลับได้รับเงินเดือนในอัตราวุฒิปริญญาเอกโดยมิชอบ เมื่อมีการร้องเรียนและคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยมีมติว่ากระทำความผิดจริงให้ลงโทษปลดออกจากราชการเมื่อปี 2559 แต่อดีตผู้บริหารกลับไม่ทำตาม แต่ถ่วงเวลาเกือบปีแล้วออกคำสั่งบรรจุใหม่ ก่อนตนเองหมดวาระ ขณะเดียวกันยังพบว่าผู้บริหารปัจจุบัน ยังละเว้นที่จะดำเนินคดีทางวินัย คดีแพ่ง และคดีอาญาต่อผู้กระทำความผิด

 

          นอกจากนี้ ยังพบว่ามีอดีตผู้บริหารได้อนุมัติงบประมาณนำภรรยาไปทัศนศึกษาและเที่ยวต่างประเทศจำนวน 6 ครั้งเป็นเงินจำนวนเกือบ 5 แสนบาท ในปี58-59 แต่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยชุดรักษาการต่อมาก็ไม่ได้มีการดำเนินการสอบสวนเพื่อเอาผิดแต่อย่างใด

          รวมทั้งยังมีข้าราชการระดับอดีตผู้อำนวยการฯ ได้จัดสรรงบประมาณให้กับโครงการวิจัยที่มีตัวเองเป็นผู้รับผิดชอบโครงการละ 2 ล้านบาท จำนวน 5 โครงการ โครงการละ 5 แสนบาท จำนวน1 โครงการ ทั้งๆ ที่คณาจารย์อื่นๆ ได้รับอนุมัติงบประมาณโครงการละ 1- 3 แสนบาท เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตามระเบียบอาจารย์แต่ละคนมีสิทธิเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยได้ไม่เกิน 1 โครงการ นอกจากนั้นยังมีเรื่องร้องเรียนร้ายแรงที่ถูกเพิกเฉยจากผู้รับผิดชอบอีกกว่า 10 คดี

          ทั้งนี้ เครือข่ายนักศึกษาคณาจารย์ฯได้เคยยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัด , สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ของจังหวัด และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)

          ด้าน ดร.สมยงค์ แก้วสุพรรณ อุปนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เปิดเผยว่า ตนเองได้รับการร้องเรียนการทุจริตจากนักศึกษาและคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยจำนวนมาก ซึ่งพิจารณาหลักฐานแล้วเชื่อว่าน่าจะมีมูลและเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ทั้งการทุจริตคอร์รัปชัน และการประพฤติมิชอบ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายอำนาจในมหาวิทยาลัยทุกระดับ ก่อให้เกิดระบบอุปถัมภ์ต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี ทั้งๆ ที่เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน เมื่อกลุ่มนักศึกษาคณาจารย์ผู้รักสถาบันรวมตัวกันจัดตั้งเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชันขึ้น ตนเองในฐานะศิษย์เก่าคนหนึ่งและแกนนำเครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมภาคอีสาน จึงยินดีรับเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เพื่อร่วมกันปัดกวาดมหาวิทยาลัยให้สะอาดโปร่งใส ไม่ให้เป็นแหล่งแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอีกต่อไป ซึ่งขณะนี้ได้มีการร้องเรียนและยื่นฟ้องต่อสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศูนย์ดำรงธรรม และกำลังสรุปข้อมูลตลอดจนพยาน หลักฐานเพื่อยื่นฟ้องคดีอาญา มาตรา 157 อดีตผู้บริหารมหาวิทยาลัยอีกหลายราย

          ดร.สมยงค์ เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้สถานการณ์ในมหาวิทยาลัยอยู่ในสภาวะสับสนปั่นป่วนเนื่องจากนับตั้งแต่ รศ.สมชาย วงศ์เกษม อดีตอธิการบดี หมดวาระลงเมื่อวันที่ 19 ก.พ.60 และสภามหาวิทยาลัยได้มีมติแต่งตั้งให้ รศ.ดร.นิรุต ถึงนาค ดำรงตำแหน่งอธิการบดี ก็ยังไม่มีอธิการบดีตัวจริงเข้าปฏิบัติหน้าที่ ต้องรอการโปรดเกล้าฯก่อน มีแต่เพียงรักษาการอธิการบดีปฏิบัติหน้าที่แบบชั่วคราว ทำให้กลุ่มอำนาจเก่าพยายามทุกวิถีทางที่จะสกัดกั้นการเปลี่ยนแปลงในมหาวิทยาลัย ทั้งการร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติผู้ที่จะดำรงตำแหน่งอธิการบดี การจัดส่งเอกสารเพื่อโปรดเกล้าฯไม่ครบถ้วน และการขัดขวางในสภามหาวิทยาลัยไม่ให้มีการแต่งตั้งคณะรองอธิการบดีตัวจริงเข้าดำรงตำแหน่ง เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะมีการเข้าไปตรวจสอบสะสางคดีทุจริตต่างๆ ที่อดีตผู้บริหารหลายรายถูกร้องเรียนและฟ้องร้องคดีอาญา รวมทั้งขัดขวางการจะเข้าไปสลายกลุ่มผลประโยชน์และระบบอุปถัมภ์ที่ฝังรากลึกมานานหลายทศวรรษ

          ขณะที่ ทันตแทพย์สุทธิทธิ์ วัณณสุทธางกูร ประธานเครือข่าย ป.ป.ช.จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า เครือข่าย ป.ป.ช.ก็ได้รับเรื่องร้องเกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และหน่วยงานต่างๆ เป็นจำนวนมาก และได้มีการตรวจสอบและส่งข้อมูลไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลางจนมีการพิจารณาลงโทษผู้กระทำความผิดเบื้องต้นแล้วหลายกรณี สำหรับกรณี ของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามพวกตนจะเข้าไปตรวจสอบติดตามผลเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยหนึ่งที่ได้ทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ ป.ป.ช. และองค์กรต่อต้านการทุจริตอีกหลายองค์กร

 

 

 

ที่มา : สยามรัฐ ฉบับวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย