ซุกบัญชีฯ 6 คน ศาลฎีกาฯฟันอีกลอต ส.อบจ.พัทลุง พ้นตำแหน่งทันที

18 ธันวาคม 2560


 

          ลอตใหม่ 6 คดีซุกบัญชีทรัพย์สินฯ ศาลฎีกาฯพิพากษานักการเมืองท้องถิ่นจงใจไม่ยื่น ป.ป.ช. ส.อบจ.พัทลุง พ้นตำแหน่งทันที ประจวบฯ กาญจนบุรี สุรินทร์ ร้อยเอ็ด ปทุมธานี  ยอดรวมปี 60 กว่า 100 คน

            นอกจากนักการเมืองท้องถิ่นที่มีพฤติการณ์ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จต่อ   คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้มีความผิด จำนวน 2 รายเมื่อวันที่ 21 ก.ย.2560 (เผยแพร่ในราชกิจจุเบกษวันที่ 15 ธ.ค.2560 ) คือ นายเอ ถนอมมิตรวัฒนา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี (ส.อบจ.อุทัยธานี) และ น.ส. สพสันติ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ศาลฎีกาฯได้พิพากษาให้นักการเมือง 6 ราย (คดี) มีความผิดกรณีจงใจไม่ยื่นบัญชีฯต่อ ป.ป.ช. ประกอบด้วย

 

          1. นายชัยวัฒน์ พิริยะสงวนพงศ์ สมาชิกสภาองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ส.อบจ.ประจวบคีรีขันธ์) จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้ว เป็นเวลาหนึ่งปี ในการดำรงตำแหน่ง ส.อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 32 และมาตรา 33 ห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดใน พรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 17มิถุนายน 2554 อันเป็นวันที่ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่ง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก. (คดีหมายเลขแดงที่ อม. 203/2560- 21 ก.ย. 2560)

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/125/19.PDF

          2. นายพยุง ทองศักดิ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เลาขวัญ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี จงใจไม่ยื่นบัญชีฯ กรณีพ้นจากตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ในการดำรงตำแหน่งรองนายก อบต.เลาขวัญ ห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 15 มิ.ย.2555 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่ง กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 119ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ผู้คัดค้านให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษ ไว้มีกำหนด 1 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อม. 204/2560- 21 ก.ย. 2560)

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/125/23.PDF

          3. นายสฝิอี หลีโส๊ะ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง (ส.อบจ.พัทลุง) จงใจไม่ยื่นบัญชีฯกรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.อบจ.พัทลุง ให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่ง ส.อบจ.พัทลุงที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันนับแต่วันที่ 21 ก.ย.2560 ซึ่งเป็นวันที่ ศาลฎีกาฯวินิจฉัย และห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 21 ก.ย.2560 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกาฯมีคำวินิจฉัย กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ผู้คัดค้านให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อม. 205/2560- 21 ก.ย. 2560) http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/125/28.PDF

          4.นายพีรวัศ คิดกล้า รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าสว่าง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ จงใจไม่ยื่นบัญชีฯกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ในการดำรงตำแหน่งรองนายก อบต. ท่าสว่าง ห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใด ในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 12 ก.ย.2554 อันเป็นวันที่ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่ง กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 119 จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ผู้คัดค้านให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษ ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อม. 206/2560- 21 ก.ย. 2560)

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/125/32.PDF

          5.นายณรงค์ฤทธิ์ นาอ่อน นายกเทศมนตรี ต.นิเวศน์ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด จงใจไม่ยื่นบัญชีฯ กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้ว เป็นเวลาหนึ่งปี ในการดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลนิเวศน์ ห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลา ห้าปีนับแต่วันที่ 13 ก.ย.2555 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่ง กับมีความผิด ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 119 จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ผู้คัดค้านให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่ การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 1 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อม. 207/2560- 21 ก.ย. 2560)

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/125/36.PDF

          6. นายปี แก้วกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จงใจไม่ยื่นบัญชีฯ กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ในการดำรงตำแหน่งนายก อบต.หน้าไม้ ห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดใน พรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 30 ก.ย.2554 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่ง กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 119 จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ผู้คัดค้านให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่า ผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อม. 209/2560- 21 ก.ย. 2560)

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/125/44.PDF

          สำนักข่าวอิศรารายงานว่า จนถึงขณะนี้มีคดีผู้ดำรงตำแหนงทางการเมืองถูกพิพากษากรณีจงใจไม่ยื่นบัญชีฯในรอบปี 2560 กว่า 100 คดี โดยศาลฎีกาฯพิพากษาลงโทษห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปี ปรับเงิน จำคุก 1 ปี และกรณีโทษจำคุกนั้นให้รอการลงโทษทั้งหมด มีเพียงรายเกษม นิมลรัตน์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ และอดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ ที่ปรึกษานายก อบจ.เชียงใหม่ ศาลฎีกาฯ พิพากษา จำคุก 12 เดือน กรณีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ และพิพากษายึดทรัพย์ 168 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน กรณีร่ำรวยผิดปกติ

 

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา วันที่ 17 ธันวาคม 2560

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย