ปปช. ตามล่า'นพรัตน์'รับผิดคดีเงินทอนวัด

10 มกราคม 2561


 

กรุงเทพธุรกิจ ป.ป.ช.แถลงชี้มูล"อดีตพอ.พศ."พร้อมพวกรวม 9 คน ผิดวินัยร้ายแรงทุจริตเงินทอนวัดกินส่วนต่างรวม 12 ล้านบาท เตรียมชงอัยการเอาผิดคดีอาญา "วัชรพล"เผยเตรียมใช้พ.ร.บ.ความร่วมมืออาญา ประสานต่างประเทศส่งตัว"นพรัตน์"กลับมารับโทษในไทย

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวถึงการติดตามตัวนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในคดีทุจริตเงินทอนวัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยาที่อยู่ระหว่างหลบหนีไปต่างประเทศว่า ต้องดำเนินการขอความร่วมมือทางอาญา เพราะมีพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ความร่วมมือทางอาญาอยู่แล้ว อาจขอตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดนถ้าเขาหลบหนีต้องหลบหนีตลอดชีวิต

 

วันเดียวกัน นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงมติป.ป.ช. ที่ชี้มูลความผิดนายนพรัตน์ พร้อมพวกรวม 9 คนจากปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเกี่ยวกับการอนุมัติจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนแก่วัดชลธาราวาส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส วัดยูปาราม อ.เมืองยะลา จ.ยะลา และวัดสุริยาราม อ.เทพา จ.สงขลา วัดละ 4 ล้านบาท รวม 12 ล้านบาท โดยมีการเรียกเงินทอนจาก 3 วัด วัดละ 3.2 ล้านบาท รวมมูลค่า 9.6 ล้านบาท

โดยจากการไต่สวนข้อเท็จจริงพยานหลักฐานฟังได้ว่า ในปีงบประมาณ 2558 พศ.ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 เป็นเงินอุดหนุน 4,501 ล้านบาท โดยงบประมาณอุดหนุนส่วนหนึ่งจานวน 459 ล้านบาท ใช้ในโครงการกิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนาซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองพุทธศาสนาศึกษา

ทั้งนี้ในการจัดสรรเงินอุดหนุน ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนโครงการ กิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนา ประจำปีงบประมาณ 2558 มีนายพนม ศรศิลป์ ผอ.พศ. เป็นที่ปรึกษา และนางสาวประนอม คงพิกุล รองผอ.พศ.เป็นประธานกรรมการ

 

รับเงินทอนวัดละ 3.2 ล้าน

"ช่วงปลายเดือนก.ค.2558 นายเสถียร ดำรงคดีราษฎร์ ผอ.สำนักงานพุทธศาสนา จ.สงขลาได้ประสานติดต่อกับวัดชลธาราวาส วัดยูปาราม และวัดสุริยารามว่าจะมีการจัดสรรงบเงินอุดหนุนให้ แต่มีเงื่อนไขว่าวัดจะต้องคืนเงินส่วนหนึ่งแก่ตน และต่อมาคณะกรรมการพิจารณาการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนฯ มีการประชุม เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2558 ได้พิจารณาจัดสรรงบเงินอุดหนุนให้วัดซึ่งไม่ได้ขอรับเงินอุดหนุน จำนวน 3 วัด ดังกล่าวที่นายเสถียรได้ประสานติดต่อไว้" เลขาฯป.ป.ช. กล่าว

หลังจากนั้นได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนธุรการเพื่อขออนุมัติจัดสรร และโอนจ่ายเงินอุดหนุนแก่วัดทั้งสาม ต่อมานายพนม ได้อนุมัติให้โอนจ่ายเงิน แก่วัดทั้ง3 วัดละ 4 ล้านบาท หลังจากได้โอนเงินอุดหนุนแก่วัด3แล้ว นายเสถียรได้แจ้งกับวัดทั้ง3ว่ามีเงินโอนเข้าบัญชีแล้ว จำนวน 4 ล้านบาท ให้คืนเงิน จำนวน 3.2 ล้านบาท

โดยในวันที่ 21 ส.ค. 2558 นายเสถียรได้ไปพบกับพระครูบริหารสังฆานุวัตร ที่ห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขาสงขลา เพื่อรับเงินในส่วนของวัดชลธาราวาส จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตารวจได้จับกุมนายเสถียร พร้อมของกลางเป็นธนบัตรฉบับละ1,000บาทรวมเป็นเงิน 3,200,000 บาท

 

ปั้นเอกสารเท็จหวังพ้นผิด

นายวรวิทย์ กล่าวต่อว่า หลังจากนายเสถียรถูกจับกุม นางสาวประนอมโทรศัพท์แจ้งนายวสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ ขณะดำรงตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ให้จัดทำเอกสารโครงการส่งเสริมความมั่นคงของสถาบันพระพุทธศาสนาเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชาวไทยพุทธในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เพื่อจัดทำโครงการในพื้นที่5จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 3 กิจกรรม เพื่อแสดงว่าจะนำเงินจำนวน 4 ล้านบาท ที่ได้โอนให้กับวัดชลธาราวาส ไปใช้ดำเนินการตามโครงการดังกล่าวซึ่งมีอยู่ก่อนแล้ว

โดยวรรคท้ายในบันทึกข้อความปรากฏข้อความว่า จะมีการจัดประชุมผอ.พศ.จังหวัด 5จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จ.สงขลา ในวันที่ 28 ส.ค. 2558 เพื่อรับมอบเงินจำนวน 3.2 ล้านบาท ที่นายเสถียรรับจากพระครูบริหาร สังฆานุวัตร นำไปดำเนินการตามโครงการดังกล่าว

หลังจากนั้น นางสาวประนอมได้มีหนังสือถึงผอ.พศ.จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมแนบแผนการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว เพื่อให้พศ.จังหวัดประสานคณะสงฆ์ภาคส่วนต่างๆ และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่เพื่อร่วมดำเนินการตามแผนโครงการ ดังนั้นจึงต้องแบ่งเงิน 3.2 ล้านบาท จากวัดชลธาราวาสเพื่อนำไปใช้ในแผนการขับเคลื่อนโครงการ ระยะที่ 1 โดยต้องให้ ผอ.พศ. จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปรับเงินที่นายเสถียรรับคืนจากพระครูบริหาร สังฆานุวัตร จำนวน 3.2 ล้านบาท ในวันที่ 28 ส.ค. 2558 ที่วัดโคกสมานคุณ จ.สงขลา เพื่อนำไปใช้ในโครงการหรือกิจกรรมในจังหวัดของตน

สำหรับในส่วนของเงิน 3.2 ล้านบาท ที่จัดสรรให้กับวัดยูปาราม จะนำไปใช้ตามแผนการขับเคลื่อนโครงการระยะที่ 2 ในจ.สงขลา ปัตตานี สตูล และนราธิวาส จ.ละ 8 แสนบาท และเงินจำวน 3.2 ล้านบาท ที่จัดสรรให้กับวัดสุริยาราม จะนำไปใช้ตามแผนการขับเคลื่อนโครงการระยะที่ 3 ในจ.ปัตตานี สตูล ยะลา และนราธิวาส จังหวัดละ 8 แสนบาท

 

จ่อชงอัยการเอาผิดคดีอาญา

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรงบประมาณเงิน อุดหนุนฯ พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่วัดชลธาราวาส วัดยูปาราม และวัดสุริยาราม โดยไม่มีเอกสารประกอบการพิจารณา จึงเป็นการไม่ชอบเนื่องจากเอกสารดังกล่าวเป็นการจัดทำเอกสารหลักฐานเท็จภายหลังที่นายเสถียรถูกจับกุม

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วมีมติว่า 1.นางสาวประนอม 2.นายเสถียร 3.นายพนม 4.นายประสงค์ จักรคา ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา 5. นายวสวัตติ์ 6.นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นักวิชาการศาสนาชำนาญการ 7.นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร นักวิชาการศาสนาชำนาญการ 8.นายดำรงค์ศักดิ์ เกตุแก้ว นักวิชาการศาสนาชำนาญการ และ 9.นายจักรเวทย์ เดชบุญ นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการในฐานะกรรมการพิจารณา จัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามประมวลกฎหมายอาญาและร่างพระราชประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยป.ป.ช. หลังจากนี้จะส่งความเห็นไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจต่อไป อย่างไรก็ดีในส่วนของการติดตามเงินคืนนั้น พศ.ได้แต่งตั้งคณะทำงานติดตาม เรียกเงินจำนวน 12 ล้านบาทคืนและนำส่งกระทรวงการคลังแล้ว

 

 

ที่มา - กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2561

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย