ธาริตโดนคุก 3 เดือน

23 มกราคม 2561


 

ศาลสั่งจำคุกธาริต 3 เดือน แต่ให้รอลงอาญาพร้อมห้ามดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐ 5 ปี คดีไม่แสดงทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2561 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอ่านคำพิพากษาคดี นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์ว่า การที่นายธาริตและนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ คู่สมรสไม่แสดงรายการทรัพย์สินเป็นเงินฝากธนาคาร 4 บัญชี เงินลงทุนในหุ้นบริษัท 2 แห่ง สิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน 2 แปลง และเงินฝากธนาคาร 2 บัญชี ในชื่อของนายปิยฤกษ์ อรรถกานต์รัตน์ หลานของนางวรรษมล ที่มอบหมายให้อยู่ในความครอบครองดังกล่าว "เป็นการปกปิดไม่แสดงรายการทรัพย์สินของตนเองและคู่สมรสกรณีทุก 3 ปี ที่อยู่ในตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่านาย ธาริตมีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สิน"

 

องค์คณะมีมติเอกฉันท์ พิพากษาว่า นายธาริตจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งต่อ ป.ป.ช.ทุก 3 ปี ที่อยู่ในตำแหน่ง จึงห้ามมิให้นายธาริตดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นเวลา 5 ปี และให้ลงโทษตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 41 วรรคหนึ่ง และมาตรา 119 ให้จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท

อย่างไรก็ตาม นายธาริตให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนให้รอลงอาญา 2 ปี

วันเดียวกัน ป.ป.ช. เปิดเผยรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2560

ทั้งนี้ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ เป็นผู้ที่มีทรัพย์สินสูงสุด โดยมีทรัพย์สินรวม 238.86 ล้านบาท ขณะที่พ้นจากตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ มีทรัพย์สิน 238.25 ล้านบาท

สำหรับรัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ พบว่า นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม มีทรัพย์สิน 179.11 ล้านบาท นายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรฯ มีทรัพย์สิน 84.56 ล้านบาท

นายสมชาย หาญหิรัญ รมช.อุตสาหกรรม มีทรัพย์สิน 72.48 ล้านบาท นายอุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ มีทรัพย์สิน 67.14 ล้านบาท นายวีรศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวฯ มีทรัพย์สิน 60.07 ล้านบาท เป็นต้น

 

 

 

ที่มา : โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย