พิษเสมาฯลามสอบทุกกองทุน'ศธ.'

15 มีนาคม 2561


 

ปลัดศธ.ประชุม ร่วมป.ป.ง.วันนี้ 15 มี.ค. กระบวนการเบิกจ่ายเงินกองทุนเสมาฯ เผย 10 ปี ที่ผ่านมาสุ่มตรวจไม่พบทุจริต แต่ปีนี้ พบข้อผิดปกติจึงสอบย้อนหลังถึงได้เจอข้าราชการที่รับผิดชอบยักยอกโอนเงินใส่บัญชีคนอื่น 22 บัญชี เสนอลงโทษวินัยร้ายแรงไล่ออกแล้ว เตรียมสอบย้อนหลังทุกกองทุนโดยเฉพาะแค่ 3 กองทุนสังกัดสำนักงานปลัด มีงบกว่า 6 พันล้าน

คืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ที่มีการโอนเงินของกองทุนเสมาฯในโครงการเข้าบัญชีของบุคคลอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ปี 2551-2561 เป็นเงิน 88 ล้านบาท ล่าสุดแจ้งความที่ สน.ดุสิต หลังพบมีการโอนเงิน กองทุนเสมาฯเข้าบัญชีบุคคล 22 บัญชีนามสกุลเดียวกัน และดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการระดับ 8 ที่สารภาพเสนอให้คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) สป. ที่มีปลัด ศธ. เป็น ประธานพิจารณาลงโทษวินัยร้ายแรง ขณะเดียวกัน นพ.ธีระเกีรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ได้สั่งการให้ทุกองค์กรของ ศธ.ไปตรวจสอบกองทุนอย่างละเอียด

 

วานนี้ (14 มี.ค.) นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ส่งหนังสือสั่งการถึงฝ่ายตรวจสอบภายในของ สป.ศธ. ให้ ตรวจสอบทุกบัญชี ทุกกองทุนฯย้อนหลังทั้งหมด ส่วนที่ตรวจสอบพบความผิดปกติของบัญชีก็ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบัญชีบุคคล 22 ราย ในฐานะสนับสนุน ผู้กระทำความผิดในการโอนเงินจากสำนักงานปลัด ศธ.แล้วกระบวนการในส่วนนี้ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม นพ.ธีระเกีรติ ได้กำชับให้ดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง และประสานกับทุกหน่วยงานดำเนินการตรวจสอบกองทุนต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อให้สังคมได้รับรู้ว่า ศธ. เอาจริงกับการแก้ไขปัญหาทุจริต

"ในวันนี้(15 มี.ค.)สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) จะมาประชุมร่วมกัน เพื่อขอข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ของ กองทุนเสมาฯ โดยเฉพาะกระบวนการเบิกจ่ายงบประมาณที่ผ่านมา รวมถึงกรณีที่ ศธ.ไปแจ้งความกับทั้ง 22 ราย ป.ป.ง.จะเข้ามาช่วยดูเรื่องดำเนินการอายัดทรัพย์ เพื่อนำทรัพย์กลับคืนมายังกองทุน ส่วนการดำเนินการทางวินัยข้าราชการระดับ 8 นิติกรอยู่ระหว่างสรุปรายละเอียดทั้งหมดเพื่อเสนอให้ อ.ก.พ.สป. ซึ่งมีปลัด ศธ.เป็นประธาน พิจารณาโทษทางวินัย ซึ่งกรณีนี้มีโทษวินัยร้ายแรงแน่นอนมีโทษไล่ออก หรือ ปลดออก" นายการุณ กล่าว

 

ซี8สำนักนโยบายฯ สป.ศธมาทำงานปกติ

นายการุณ กล่าวว่า ขณะนี้ข้าราชการรายดังกล่าวได้มาปฏิบัติงานตามปกติ อยู่ที่สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สป.ศธ. ซึ่งระหว่างการดำเนินการทางวินัยทำเฉพาะรายนี้ เพราะมีการรับสารภาพ 1 รายเท่านั้น ซึ่งต้องรอผลการพิจารณาโทษจากอ.ก.พ.สป.จึงจะสิ้นสุด ส่วนอีก 4 รายยังอยู่ในกระบวนสืบสวนข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงคณะกรรมการฯ ต้องเรียกทั้ง 5 รายมาให้ข้อมูลได้

 

เยียวยาครู-นร.กองทุนเสมาฯ

ปลัด ศธ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ จะดูเรื่องมาตรการเยียวยา โดยขอให้กลุ่มโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และกลุ่มโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นำหลักฐานมาแสดงว่าได้รับเงินหรือไม่ เบื้องต้นเฉพาะ ปี 2560 พบว่ามีครู 53 รายที่ใช้เงินกองทุนเสมาฯจ้าง ซึ่งครูอาจทำการสอน โดยที่อาจจะไม่ได้รับเงินหรือได้รับช้า โดยจะจัดทำแบบฟอร์มให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปตรวจสอบ รวมถึงประสานงานกับวิทยาลัยพยาบาล บรมราชชนนี 31 แห่งขอข้อมูลว่ามีเด็กทุนกี่ราย ได้รับเงินครบทุกปีหรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลในการสืบข้อเท็จจริงและเสนอต่อคณะกรรมการกองทุนเสมาฯเพื่อพิจารณาหามาตรการเยียวยาทั้ง 2 กลุ่มต่อไป "การรวบรวมข้อมูลค่อนข้างต้องใช้เวลา เพราะเรื่องนี้ทำมานานนับ 10 ปี ส่วนข้อมูลที่มีเวลานี้เป็นของปี 2560 ที่มีการสุ่มตรวจสอบเจอ ส่วนสาเหตุที่ทำไม 10 ปี ไม่เคยตรวจพบว่ามีการแอบโอนเงินเข้าบัญชีอื่น เพราะศธ.จะใช้วิธีการสุ่มตรวจบัญชี เช่น กองทุนมี 100 บัญชี สุ่มตรวจ 10 บัญชี แต่ปีนี้กองทุนเสมาฯสุ่มตรวจสอบบัญชีและพบข้อผิดปกติ ว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่น กลุ่มตรวจสอบภายในจึงทำการตรวจสอบบัญชีย้อนหลัง 100% ทำให้พบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ซึ่งตรวจสอบปี 2560 เบื้องต้นมี ผู้เกี่ยวข้อง 5 รายแต่ปีอื่นๆ จะมีผู้เกี่ยวข้องอีกกี่ราย คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงต้องลงไปขยายผลลงไปเพราะแต่ละปีระดับ เจ้าหน้าที่อาจจะมีการสลับเปลี่ยนกัน" นายการุณ กล่าว

 

เปิด3กองทุนในสป.ศธ.6,600ล้าน

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ากองทุนในสป.ศธ.มี 3 กองทุน ได้แก่กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ดูแลโดยสำนักงานกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นสำนักภายในของ สป.ศธ. ซึ่งผู้มีสิทธิขอรับการจัดสรรเงินกองทุน ได้แก่ บุคคล สถานศึกษา หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชน มีคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ โดยมี รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ปัจจุบันไม่ได้มีการเปิดรับโครงการ

นอกจากนี้ยังมีกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวัน ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลปีละ 6,000 ล้านบาท ซึ่งการตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณสำนักการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ดำเนินการตรวจสอบ100% และกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต งบประมาณ600 ล้านบาทซึ่งได้มาจากกองสลากแต่ให้ใช้ดอกผลของกองทุนในการบริหารจัดการ โดยมีคณะกรรมการกองทุนฯ มีปลัด ศธ.เป็นประธาน มีหน้าที่ในการพิจารณาและอนุมัติจัดสรรทุน

 

ป.ป.ท.รับลูกนายกฯเข้าตรวจสอบ

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้ทุกหน่วยงานที่มีปัญหาทุจริตเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยจะส่งทีมเข้ามาร่วมตรวจสอบนั้น ขณะนี้ทราบว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) รับแล้วว่าจะเข้ามา ร่วมตรวจสอบ เช่นเดียวกับ ป.ป.ง.จะมาร่วมด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและที่ผ่านมา ศธ.ได้ให้ประสานตั้งแต่มีการตรวจสอบพบทุจริต โดยเฉพาะทางป.ป.ง.จะเข้ามาร่วมตรวจสอบและอายัดทรัพย์สิน ทั้งนี้ หากแม้มีปิดบัญชีหนีก็สามารถติดตามเส้นทางการเงินไปได้ มีกระบวนการตามกฎหมายดำเนินการ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ ศธ.พยายามเดินหน้าโดยเร็ว

 

สอศ.รับใบสั่งตรวจสอบกองทุน

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบโดยละเอียดว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีกองทุนใด อยู่ในการดูแลหรือไม่ เพื่อรวบรวมรายงานต่อ นพ.ธีระเกียรติ ตามที่ได้สั่งการ เบื้องต้นทราบว่า สอศ.ไม่การจัดตั้ง กองทุน รวมถึงให้ตรวจสอบเรื่องกระบวนการโอนเงินงบประมาณจากส่วนกลาง ไปยังวิทยาลัยด้วย ทั้งนี้ การดำเนินการต่างๆเหล่านี้ จะมีการตรวจสอบเข้มข้น ทั้งตรวจสอบภายใน การประชุมให้เครือข่าย ที่วางระบบการตรวจสอบให้รัดกุม ให้การทำงานเป็นไปอย่างโปร่งใส

 

ที่มา :  กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2561

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย