ผลสอบ 'ผอ.ขนมจีนคลุกน้ำปลา' ให้ออกราชการ

14 มิถุนายน 2561


 

ผลสอบ "ผอ.ขนมจีนคลุกน้ำปลา" จ่อผิดวินัยร้ายแรง เสนอให้ออกจากราชการ ส่งเรื่องให้ศึกษาธิการจังหวัดฟัน ด้านเจ้าตัวยื่นขอลากิจต่ออีก 5 วัน สพฐ.สกัดทุจริตสั่งตรวจงบอาหารกลางวันทั่วประเทศ

ความคืบหน้ากรณีมีผู้เผยแพร่คลิปโรงเรียนบ้านท่าใหม่ หมู่ 17 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ให้เด็กนักเรียนอนุบาลกินขนมจีนคลุกน้ำปลาในถาดหลุม พร้อมเรียกร้องให้สอบสวนข้อเท็จจริง ต่อมาได้มีคำสั่งย้าย นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ผอ.โรงเรียนดังกล่าวออกจากพื้นที่ไปช่วยราชการประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต2 (สพป.เขต 2) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ต่อมาคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้ผลสรุปชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง 5 ข้อ 1.เรื่องโครงการอาหารกลางวันไม่ได้คุณภาพ 2.ทุจริตโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตภายในโรงเรียน 3.ขายน้ำอัดลมให้เด็กนักเรียน 4.ขายปาล์มน้ำมันโรงเรียนนำเงินไปใช้ส่วนตัว และ 5.โครงการปักเสาไฟฟ้าไม่โปร่งใส โดยมีโทษปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน นายจักรรินทร์ อภิสมัย รอง ผอ.สพป.เขต 2 สุราษฎร์ธานี ในฐานะประธานการสอบสวนเรื่องดังกล่าว เปิดเผยว่า วันนี้นายสมเชาว์ได้เดินทางมาที่สำนักงานเขตตั้งแต่เช้าและได้ยื่นหนังสือลากิจอีก 5 วันตามสิทธิต่อฝ่ายบริหารงานบุคคล จากนั้นก็เดินทางกลับทันที ส่วนการจะอนุมัติลากิจหรือไม่นั้นเป็นหน้าที่ของผอ.เขต หากไม่อนุมัติก็จะเรียกตัวกลับมา สำหรับการสอบสวนเบื้องต้นในส่วนของเขตทำสำนวนสอบสวนเสร็จแล้ว 586 หน้า เสนอให้ออกจากราชการไว้ก่อน นำเสนอศึกษาธิการจังหวัดดำเนินการต่อไป ซึ่งการสอบสวนมีบางส่วนที่รับและบางส่วนก็ปฏิเสธ

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ได้มอบให้ นายสนิท แย้มเกษร ผู้ช่วยเลขาธิการกพฐ. ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)ทุกเขต เพื่อซักซ้อมความเข้าใจโครงการอาหารกลางวัน และรายงานข้อมูลต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและเลขาธิการกพฐ. ภายในวันที่ 13 มิถุนายน โดยเน้นไปที่จำนวนโรงเรียนที่ได้รับจัดสรรงบประมาณค่าอาหารกลางวันก่อนและหลังวันที่ 16 พฤษภาคม 2561 และที่ยังไม่ได้รับการโอนเงิน ณ วันที่ 11 มิถุนายน 2561 โรงเรียนที่ถูกร้องเรียนและปรากฏข่าวผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและที่ดำเนินการได้ดีสมควรยกย่องชื่นชมให้เป็นต้นแบบ พร้อมแนวทางที่เป็นความสำเร็จ ข้อเสนอแนะการพัฒนาโครงการอาหารกลางวันจากโรงเรียนชุมชน โดยให้ตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน

ส่วนกรณีที่โรงเรียนไผทอุดมศึกษา พบปัญหานมโรงเรียนมีลักษณะขุ่นข้นเป็นก้อนคล้ายนมบูด ล่าสุด นายเชวงศักดิ์ สงวนวงศ์วิจิตร ประธานสหกรณ์โคนมไทยมิลค์ จำกัด ชี้แจงว่า ได้ตรวจสอบกระบวนการผลิตไปจนถึงการขนส่ง ปรากฏว่านมที่สหกรณ์ไม่ได้เสียจากกระบวนการผลิต แต่เสียจากระบบขนส่งนมปลายทางโดยมาจากเครื่องซีลกล่องนมที่ทำงานไม่สมบูรณ์ ซึ่งทั้งหมดที่ซีลจากเครื่องนี้มี 110,539 กล่อง แต่มีเสียแค่ 20 กล่องเท่านั้น เบื้องต้นได้สั่งให้เรียกคืนนมทั้งหมดจากทั้ง 12 โรงเรียน เพื่อนำมาทำลายทิ้งทันที

ด้านนายณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.) ในฐานะมิลค์บอร์ด ระบุว่า ได้ติดต่อสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด เป็นผู้ส่งแทนสหกรณ์โคนมไทยมิลค์ที่มีปัญหาคุณภาพของนมขุ่นข้นเปลี่ยนไปจากสภาพเดิม จะถูกลดสิทธิ์ตามเกณฑ์ระเบียบที่ตั้งไว้ โดยลดสิทธิ์ 25% จากโควตาที่ได้รับทั้งหมด และถ้าตรวจพบว่ามีเชื้อปนเปื้อน "อีโคไล" พ่วงไปด้วย หลังการตรวจสอบจะถูกยกเลิกโควตาทั้งหมด รวมทั้งในเทอม 2/2561 ด้วย โดยระหว่างนี้กำลังตรวจสอบจะทราบผลหลังจากนี้ใน 3 สัปดาห์ข้างหน้า โดยในวันที่ 14 มิถุนายน จะประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนและแจ้งให้กรมปศุสัตว์รับทราบเป็นทางการ รวมทั้งแจ้งให้หนองโพ ส่งแทนโควตา 25% ที่ตัดสิทธิ์ของไทยมิลค์ออกไปด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในระหว่างสัญจร จ.พิจิตร ว่า มีเรื่องด่วน รัฐมนตรีรายงานเข้ามา จะดูแลให้เรื่องอาหารกลางวันโรงเรียนเทศบาลตะพานหิน จ.พิจิตร ที่มีปัญหา พร้อมสอบถามว่า มีใครอยู่ตะพานหินบ้างไม่มา เดี๋ยวดูให้ ไม่มาก็ต้องดู ทุกคนส่งเรื่องร้องเข้ามาได้ ไม่ต้องพบนายกฯ หลายอย่างทำให้ พอมีงบประมาณให้ก็อย่าทุจริตก็แล้วกัน ประเทศเรามีศักยภาพเยอะ อยากให้ใช้เต็มที่ วันนี้เราต้องปฏิรูปตัวเอง

 

ที่มา : คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2561

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย