พบพิรุธ 10 โรงเรียนอาหารนักเรียนไร้คุณภาพ ส่อโกง-สั่งตั้งกก.สอบผอ.

20 มิถุนายน 2561


 

พบพิรุธ 10 รร.อาหารนักเรียนไร้คุณภาพ ส่อโกง-สั่งตั้งกก.สอบผอ. ปปง.ฟ้องบิ๊กพม.ฟอกเงิน

สพฐ. แจงผลตรวจสอบโครงการอาหารกลางวัน พบโรงเรียน 10 แห่ง ใน 10 เขตพื้นที่ อาหารไม่มีคุณภาพจริง และมีทุจริต ส่วนผลสอบ ผอ.โกงเงินอาหารกลางวันเด็กเขต 3 สุรินทร์

มีมูลความผิดจริง กศจ.ให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง จ่อฟันอาญาตาม ด้านผอ.ต้นเรื่องหายจ้อย ขณะที่ ปปง.ฟ้องอาญาข้อหาฟอกเงิน อดีต ปลัด พม.-สาวคนสนิท อดีต ขรก.พม.ปมโกงเงินช่วยเหลือคนยากไร้

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตโครงการอาหารกลางวันนักเรียนที่จ.สุราษฎร์ธานี และขอนแก่นว่า ตนให้ทีมกฎหมายเข้าไปดูว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดซื้อจัดจ้างโครงการอาหารกลางวันอย่างไรมีระเบียบปฏิบัติหรือไม่ ส่วนประเด็นที่ว่าโครงการอาหารกลางวันจัดสรรให้เด็กรายละ 20 บาทพอหรือไม่ ตนยืนยันว่าเท่าที่ลงพื้นที่พบโรงเรียนส่วนใหญ่เพียงพอ ถ้าไม่โกงก็พอ

 

“ถึงเวลาจัดการเด็ดขาด ผมสั่งทีมที่ปรึกษาลงพื้นที่แล้ว ให้รายงานผลกลับมาเป็นระยะ ซึ่งวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมาเรียกเลขาธิการ สพฐ.มาชี้แจงรายละเอียด ยืนยันเรื่องนี้ไม่ได้เกิดในรัฐบาลนี้ เกิดมานานแล้ว เรามาเอาจริงเอาจังและเปิดโปงยุคนี้ เรื่องดังกล่าวนายกฯคาดโทษผู้อำนวยการเขตไว้แล้ว ตั้งแต่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) สองครั้งที่ผ่านมา”นพ.ธีระเกียรติกล่าว และว่า การส่งทีมกฎหมายและที่ปรึกษาลงพื้นที่สุ่มตรวจนั้น มีเรื่องอื่นอีก ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว ถ้าพบพื้นที่ใดมีทุจริต จะโดนสั่งย้ายทันที เรื่องโกงเงินเด็ก ตนรับไม่ได้จึงต้องล้างบางกัน ไมใช่ปัญหาเชิงระบบ เป็นเรื่องคนหาผลประโยชน์กับนักเรียน

นพ.ธีระเกียรติกล่าวด้วยว่า หลังจากตนเอาจริงเอาจัง มีขบวนการปล่อยข่าวว่าตนสร้างความกลัวให้ข้าราชการ ตนว่าเลอะเทอะ คนทุจริตเท่านั้นที่กลัว คนสุจริตไม่ต้องกลัว อย่ามาเคลื่อนไหวกดดันให้เป็นประเด็นการเมืองหรือสังคม เพราะประชาชนไม่เอาด้วย

ด้านนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการอาหารกลางวันของสถานศึกษาในสังกัด หลังมีการร้องเรียนพบทุจริต บางแห่งอาหารไม่มีคุณภาพว่า ทุกพื้นที่รายงานผลมาแล้ว เบื้องต้นมีการร้องเรียน 12 โรงเรียน ใน 10 เขตพื้นที่การศึกษา ได้แก่ ลพบุรี เขต 2 มีการร้องเรียนว่าจัดอาหารไม่มีคุณภาพ แต่เมื่อตรวจสอบพบว่าอาหารมีคุณภาพเเล้ว อ่างทอง เขต 1 นำเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาทำอาหาร พบว่าเอามาผัดกับวัตถุดิบอื่น ซึ่งมีคุณภาพ ไม่เป็นอย่างที่ร้องเรียน ลพบุรีเขต 1 พบอาหารไม่มีคุณภาพจริง โรงเรียนเขตพื้นที่ปราจีนบุรี เขต 1 พิษณุโลก เขต 2 พบว่า จัดอาหารไม่มีคุณภาพ เเต่ไม่พบทุจริต สพม.เขต5 จัดอาหารไม่มีคุณภาพ และกำลังตรวจการทุจริตเพิ่มเติม คาด 7-15 วันรู้ผล สุราษฎร์ธานี เขต 2 กรณีขนมจีนคลุกน้ำปลาพบทุจริตจริง และให้ผู้อำนวยการ (ผอ.) โรงเรียนออกจากราชการก่อน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสอบข้อเท็จจริง ให้ผอ.คนดังกล่าวชี้เเจงข้อมูลที่พบภายใน 15 วัน คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้

นราธิวาส เขต 2 กรณีให้ลูกชิ้นปลาน้อยเกินไป ได้ลงโทษทางวินัยเเล้ว เเละย้ายผอ.ออกจากพื้นที่

สุรินทร์ เขต 3 พบ 3 โรงเรียนจัดอาหารไม่มีคุณภาพเเละทุจริต โดยให้ผอ.ย้ายไปประจำที่สำนักงานเขตพื้นที่เป็นการชั่วคราว ขอนแก่น เขต 1 กรณีข้าวมันไก่ไม่มีคุณภาพของโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น เบื้องต้น พบใช้วิธีจ้างเหมาอาหารกลางวัน จากผู้ประกอบการที่ประกวดราคา อี-บิดดิ้ง (E-Bidding) โดยย้ายผอ.โรงเรียนไปช่วยราชการที่ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ขอนแก่น เขต 1 ระหว่างสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว สั่งการด่วนส่งคณะกรรมการลงไปสืบสวนข้อเท็จจริง 2 ชุด เพื่อดูว่าตามหลักเกณฑ์โรงเรียนสามารถใช้วิธีจ้างเหมาแบบนี้ได้หรือไม่ รายละเอียดทีโออาร์การจ้างเหมาเป็นอย่างไร โรงเรียนมีระบบตรวจรับงานหรือไม่

อีกส่วนหนึ่งมีความคืบหน้า การสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีนักเรียนโรงเรียนบ้านตานี จ.สุรินทร์ ชั้น ป.1-6 จำนวน 242 คน เดือดร้อนไม่มีอาหารกลางวันกิน เนื่องจากไม่มีงบประมาณ ชาวบ้านต้องร่วมบริจาคเงินและข้าวสาร สอบสวนเบื้องต้น พบนายภักดิศัย ชูสงค์ ผอ.โรงเรียนบ้านตานีเบิกงบอาหารกลางวันและงบอื่นของโรงเรียนไปโดยไม่ทราบสาเหตุ เหลือไม่กี่พันบาท ทำให้ผู้ปกครองร้อง ไปยังผอ.เขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 3 และตั้งกรรมการสอบสวนนั้น

วันเดียวกัน นางภานิชา อินทร์ช้าง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 เปิดเผย ผลสรุปจากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงรายงานว่า มีมูลความผิดจริง พร้อมเสนอมา 2 ประเด็นคือ 1.เห็นควรให้สอบวินัยร้ายแรงต่อไป 2.เพื่อป้องกันปัญหาข่มขู่พยาน และเอกสาร จึงเห็นควรให้ออกจากราชการไว้ก่อน  หลังจากนี้ ตนจะนำเสนอผลสอบให้ศึกษาธิการจังหวัดพิจารณาตัดสินใจต่อไป 

ส่วนยอดเงินที่หายไป คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พบมีวงเงินค่อนข้างมาก รวมทั้งมีการเบิกจ่ายหลายครั้ง ไม่มีร่องรอยเอกสารเพียงพอ  เมื่อการสอบวินัยร้ายแรงมีความชัดเจน เรื่องของคดีอาญาต้องตามมาแน่นอน เป็นกระบวนการของคณะกรรมการสอบสวนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังติดต่อนายภักดิศัย ผอ.โรงเรียนบ้านตานีไม่ได้ ครั้งแรกให้มาช่วยราชการที่เขต  แต่นายภักดิศัยยื่นลาป่วย 6 วัน ลากิจ 6 วัน และเห็นมาลงชื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งรักษาราชการ ผอ.เขตในช่วงนั้น ก็ให้มีหนังสือใบรับรองแพทย์ เหตุผลที่ลากิจและเหตุจำเป็นมาด้วย แต่ก็ติดต่อไม่ได้จนถึงขณะนี้

สำหรับความคืบหน้าการเอาผิดกระบวนการทุจริตงบประมาณช่วงเหลือคนยากไร้ คนไร้ที่พึ่งของศูนย์ช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่ง สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)นั้น วันเดียวกัน นายวิทยา นิติธรรม เลขานุการกรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ป.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีอาญาข้อหาฟอกเงินกับนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม. และหญิงสาวคนสนิท อดีตข้าราชการ พม. ซึ่งหลังเข้ากระบวนการสอบสวนจะขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะข้าราชการอีก 10 ราย ที่ถูกปปง. สั่งอายัดทรัพย์สิน และให้เข้าชี้แจงที่มาของทรัพย์ภายใน 30 วัน ถ้าชี้แจงที่มาไม่ได้ จะถูกอายัดทรัพย์เป็นของแผ่นดินทันที

นายวิทยากล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบนายพุฒิพัฒน์ และหญิงสาวคนสนิทโอนทรัพย์สินไปยังบุคคลอื่น แต่ยังไม่ขอระบุว่าเป็นเครือญาติหรือเป็นใคร และมีมูลค่าเท่าไหร่ โดยรูปแบบการโอนทรัพย์สินจะนำเงินสดที่ถือกลับมา ไปซื้อรถยนต์ สังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ทำให้การสอบสวนซับซ้อน ทั้งนี้ ฝากถึงผู้ที่เตรียมรับโอนเงินต่อจากนี้ ถือเป็นผู้ทำผิดฐานฟอกเงิน ต้องถูกดำเนินคดีด้วย ขณะนี้ป.ป.ง.ดำเนินการ 2 ส่วนคือ คดีแพ่ง ในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และการยึดทรัพย์ ส่วนคดีอาญาคือ การฟอกเงินจะดูมูลฐานความผิดอาญาอื่นด้วยว่า เข้าข่ายความผิดใดอีกบ้าง

 

ที่มา : แนวหน้า 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย